<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวเศรษฐกิจ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/index/id/112</link>
<atom:link href="https://trang.moc.go.th/th/content/category/index/id/112" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์! การส่งออกเดือน "ม.ค.69" ขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/149752</link>
<guid isPermaLink="false">a8959478f2653023e2551673f5ca9515</guid>
<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 15:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (980,744 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ที่ร้อยละ 24.4 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 20.9 ซึ่งการส่งออกของไทยขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง มาจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี AI และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202602242e3fa0aa5244d073ef944202c59f8d5b154124.jpg' type='image/jpg' length='141037' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โอกาสทอง "น้ำผลไม้ไทย" เจาะตลาดโมร็อกโก ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/149751</link>
<guid isPermaLink="false">ed860a23e6e4e6a6bc959decf784c3cd</guid>
<pubDate>Tue, 24 Feb 2026 15:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">โอกาสทอง &quot;น้ำผลไม้ไทย&quot; เจาะตลาดโมร็อกโกกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) สำรวจลู่ทางการส่งออกสินค้าเครื่องดื่มน้ำผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดโมร็อกโก เผยมีโอกาสสูง เน้นเจาะตลาดระดับบน โรงแรม ขายความเป็นธรรมชาติ มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่โมร็อกโกกำหนดให้ครบ และยังมีความท้าทายจากการแข่งขันกับคู่แข่งที่มี FTA</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202602248e23295cd61f892bb8dfc6ebb8d4fe22154015.jpg' type='image/jpg' length='847603' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดกิจกรรมช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เตรียมช่วยสอนใช้ช่องทางออนไลน์ขายสินค้าสู่ตลาดโลก ปรึกษาเริ่มต้นทำธุรกิจส่งออกหรือต้องการขยายตลาดไปต่างประเทศ ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/142567</link>
<guid isPermaLink="false">e2b54b1d1e6f3664bd61e2711190f9e5</guid>
<pubDate>Mon, 12 Jan 2026 15:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) จับมือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดภาคใต้ 4 แห่ง ราษฎร์ธานี สงขลา ตรัง และสตูล จัดกิจกรรมช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เตรียมช่วยสอนใช้ช่องทางออนไลน์ขายสินค้าสู่ตลาดโลก ปรึกษาเริ่มต้นทำธุรกิจส่งออกหรือต้องการขยายตลาดไปต่างประเทศ<br />
น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า DITP ได้ผนึกกำลังสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในภาคใต้ จำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี สงขลา ตรัง และสตูล จัดกิจกรรมเพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา มีทั้งการสอนเรียนรู้การใช้ช่องทางออนไลน์ขายสินค้าสู่ตลาดโลก และการให้บริการข้อมูลและให้คำปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ แก่ผู้ประกอบการที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจส่งออกหรือต้องการขยายตลาดไปต่างประเทศ</p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/1FY1UcKBSA/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 140px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/4oybLBlX?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202601121784aec9c700cc38f501fc476760f6cb152322.jpg' type='image/jpg' length='272316' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สนค. เผยส่งออกสินค้า CBAM ไป EU ยังโตแกร่ง พร้อมแนะแนวทางปรับตัวสู่การค้าสีเขียว]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/141892</link>
<guid isPermaLink="false">85b58b3e3b3c87d666c2489a1a07b6fc</guid>
<pubDate>Wed, 07 Jan 2026 15:55:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:36px;">นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ. สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าภายใต้มาตรการ CBAM จากไทยไป EU ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมูลค่าการนำเข้าสินค้า CBAM ของ EU จากไทยขยายตัวร้อยละ 54.71 ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 โดยเฉพาะส่วนแบ่งตลาดของไทยใน EU เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 0.42 พร้อมแนะแนวทางเอกชนเร่งพัฒนาระบบการวัด รายงาน และตรวจสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลงทุนด้านเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ใช้หลักการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวตลอดจนยกระดับสู่ซัพพลายเชนสีเขียว เพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันและสอดรับกับทิศทางการค้าโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน</span></p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/17qsnJAf3P/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 140px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/kzMSl9UN?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20260107944edc8483f26cc97cfbf2e609e4dd26155618.jpg' type='image/jpg' length='346370' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สนค. เผยส่งออกสินค้า CBAM ไป EU ยังโตแกร่ง พร้อมแนะแนวทางปรับตัวสู่การค้าสีเขียว]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/141551</link>
<guid isPermaLink="false">a9c507a3441d066b9adc24c246cbd659</guid>
<pubDate>Mon, 05 Jan 2026 15:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สนค. เผยส่งออกสินค้า CBAM ไป EU ยังโตแกร่ง พร้อมแนะแนวทางปรับตัวสู่การค้าสีเขียว<br />
.<br />
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ. สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าภายใต้มาตรการ CBAM จากไทยไป EU ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมูลค่าการนำเข้าสินค้า CBAM ของ EU จากไทยขยายตัวร้อยละ 54.71 ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 โดยเฉพาะส่วนแบ่งตลาดของไทยใน EU เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 0.42 พร้อมแนะแนวทางเอกชนเร่งพัฒนาระบบการวัด รายงาน และตรวจสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลงทุนด้านเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ใช้หลักการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวตลอดจนยกระดับสู่ซัพพลายเชนสีเขียว เพื่อเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันและสอดรับกับทิศทางการค้าโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน<br />
<img alt="อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า &quot;ይሰስንሳ TPSJ IARELI SakNgatuengiiu CBAM 10 สนค.เผย สนค. เผย เดือน เดือนแรกของปี 2568 EU บนำเข้าสินค้า นำเข้าสินค้า นำเ ข้า CBAM จากไทยพุ่ง 54. 54.7% จาก ไทย หนุบ ไทย หนุนไทยก้าว่สู่ชัพพลายเชนสีเขียว Ww ลาย สู่&quot;" src="https://scontent.fbkk10-1.fna.fbcdn.net/v/t39.30808-6/611010143_1310594351098013_7361149327127738507_n.jpg?_nc_cat=108&amp;ccb=1-7&amp;_nc_sid=833d8c&amp;_nc_ohc=oUrBH96sE5MQ7kNvwHTBcpj&amp;_nc_oc=AdlwiSqLqrjrksAz1CBKLvhKKybsrH28SvQIrqL-f2LSGc0MyLE-frPj1wzICrO7Uj4&amp;_nc_zt=23&amp;_nc_ht=scontent.fbkk10-1.fna&amp;_nc_gid=ts1C-H76mfcnJnE5eCRpJA&amp;oh=00_AfpgGwOlaMXvBQHV-FoRt-fYXLoYbOLan8D9VXi0TWxblA&amp;oe=69615E76" style="width: 700px; height: 700px;" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20260105884babcbb2ac656a659a6719859f67af152117.jpg' type='image/jpg' length='346370' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย–ออสเตรเลีย กระชับความร่วมมือการค้า พร้อมเดินหน้าขยายโอกาสการลงทุนทุกมิติ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/140562</link>
<guid isPermaLink="false">f48096545ca869df4961bffecd3ed5f8</guid>
<pubDate>Fri, 26 Dec 2025 14:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของกระทรวงพาณิชย์ ได้ร่วมกันให้การต้อนรับ ดร.แอนเจลา แม็กดอนัลด์ (Dr. Angela Macdonald) เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย ณ กระทรวงพาณิชย์ โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและโอกาสใหม่ ๆ ที่ทั้งสองประเทศจะสามารถเพิ่มความร่วมมือกันได้ทั้งในมิติของการค้าและการลงทุน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251226f79f4ca6af6578ea178a4d63fca2d26b140043.jpg' type='image/jpg' length='275321' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์คุมเข้มช่วงเทศกาลปีใหม่ ปล่อยขบวนรถสายตรวจเฉพาะกิจ ตรวจหัวจ่ายน้ำมันทั่วประเทศ ย้ำลดค่าครองชีพ–สร้างความเป็นธรรมตามนโยบายรัฐมนตรีพาณิชย์]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/139238</link>
<guid isPermaLink="false">d296122193909a32f10c2f7cc392363e</guid>
<pubDate>Fri, 19 Dec 2025 14:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรมการค้าภายในเดินหน้าคุมเข้มการดูแลผู้บริโภคช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยการปล่อยขบวนรถสายตรวจเฉพาะกิจออกตรวจสอบความถูกต้องเที่ยงตรงของหัวจ่ายน้ำมันทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้า ลดภาระค่าครองชีพ และเสริมความเชื่อมั่นให้ประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา โดยดำเนินการตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ควบคู่กับการส่งเสริมให้สถานีบริการน้ำมันเข้าร่วมโครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน ซึ่งปัจจุบันมีสถานีเข้าร่วมแล้วกว่า 6,800 แห่ง คิดเป็นกว่าร้อยละ 85 ของสถานีแบรนด์หลักทั่วประเทศ ทั้งนี้ แผนการตรวจสอบจะดำเนินระหว่างวันที่ 1&ndash;26 ธันวาคม 2568 ครอบคลุมไม่น้อยกว่า 2,000 สถานี หรือประมาณ 40,000 หัวจ่าย บนเส้นทางหลักและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ โดยประชาชนสามารถร้องเรียนได้ผ่านสายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด หากพบการเอาเปรียบหรือการใช้หัวจ่ายที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย</p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/1AcQcuKJ8b/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 170px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/fxXlATj9?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251219c95f2acfbc929c8b96f96fa6b73fecd6145834.jpg' type='image/jpg' length='892651' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์ดัน “ข้าวประณีต” และ “วัตถุดิบสินค้าเกษตร” สู่เวทีโลก ปั้นโมเดล Local Ingredients World Class Experiences จับมือ MasterChef–3 สายการบิน ยกระดับเกษตรไทยเป็นประสบการณ์อาหารระดับสากล .]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/139237</link>
<guid isPermaLink="false">93082efeca8ed84eda06e233a7f8f460</guid>
<pubDate>Fri, 19 Dec 2025 14:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พาณิชย์ดัน &ldquo;ข้าวประณีต&rdquo; และ &ldquo;วัตถุดิบสินค้าเกษตร&rdquo; สู่เวทีโลก ปั้นโมเดล Local Ingredients World Class Experiences จับมือ MasterChef&ndash;3 สายการบิน ยกระดับเกษตรไทยเป็นประสบการณ์อาหารระดับสากล</p>

<p>กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ายกระดับ &ldquo;ข้าวประณีต&rdquo; และวัตถุดิบเกษตรไทยสู่การเป็นประสบการณ์ด้านอาหารระดับโลก ผ่านโมเดล &ldquo;Local Ingredients World Class Experiences&rdquo; เชื่อมโยงสินค้าเกษตรคุณภาพกับอุตสาหกรรมอาหาร การท่องเที่ยว และการบิน เพื่อเพิ่มมูลค่า ขยายตลาด และสร้างรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม โดยกรมการค้าภายใน (DIT) ผนึกกำลังภาคเอกชน จับมือบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตรายการ MasterChef (Thailand) และ 3 สายการบินชั้นนำ ได้แก่ สายการบินไทยแอร์เอเชีย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบางกอกแอร์เวย์ส เปิดตลาดศักยภาพใหม่ให้สินค้าเกษตรไทยสู่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ</p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/1B1qodYPw4/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 0; position: relative; padding-bottom: 67.6437%; padding-top: 120px;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/rbRrrO2q?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251219bcc1959dd6ae6793db1716b912137f02145520.jpg' type='image/jpg' length='109025' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พาณิชย์” รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้ รับมอบสิ่งของบริจาคจากภาคเอกชน 19 ราย รวมกว่า 4.6 แสนชิ้น มูลค่ามากกว่า 26 ล้านบาท เร่งกระจายความช่วยเหลือสู่พื้นที่ฟื้นฟูจากอุทกภัย]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/137540</link>
<guid isPermaLink="false">762d3bea58caf576a1a603f91afe5b48</guid>
<pubDate>Tue, 09 Dec 2025 15:53:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:36px;">กระทรวงพาณิชย์ได้จัดพิธีรับมอบสิ่งของบริจาคกว่า 468,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 26 ล้านบาท จากผู้ประกอบการเอกชน 19 ราย ภายใต้โครงการ &ldquo;รวมใจไทย ฟื้นแดนใต้&rdquo; เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในหลายจังหวัดภาคใต้ โดยสิ่งของที่ได้รับครอบคลุมตั้งแต่อาหาร ของใช้จำเป็น เครื่องมือซ่อมแซมบ้าน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ด้านโภชนาการสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ พร้อมเร่งกระจายความช่วยเหลือถึงพื้นที่อย่างรวดเร็ว ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมส่งต่อพลังน้ำใจ และยืนยันเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกองค์กรเพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง</span></p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/17i56JZhdv/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 0; position: relative; padding-bottom: 64.7948%; padding-top: 120px;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/7mXm2pHE?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202512095f459b6c16baa4229d63bd45854c5709155401.jpg' type='image/jpg' length='623769' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“กระทรวงพาณิชย์”ระดมทุกภาคส่วนช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ลดค่าครองชีพ–หนุนอาชีพ พร้อมของช่วยเหลือนับแสนชิ้น เผยเตรียมชงมาตรการฟื้นเศรษฐกิจใต้ เข้า ครม.เศรษฐกิจ บ่ายนี้]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/136666</link>
<guid isPermaLink="false">330eaac87dcc55d264769b7a533a6ef7</guid>
<pubDate>Wed, 03 Dec 2025 14:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;กระทรวงพาณิชย์&rdquo;ระดมทุกภาคส่วนช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ลดค่าครองชีพ&ndash;หนุนอาชีพ พร้อมของช่วยเหลือนับแสนชิ้น เผยเตรียมชงมาตรการฟื้นเศรษฐกิจใต้ เข้า ครม.เศรษฐกิจ บ่ายนี้<br />
.<br />
กระทรวงพาณิชย์เร่งบรรเทาผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ด้วยความร่วมมือจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งการส่งสิ่งของจำเป็น ลดราคาสินค้า จัดงานธงฟ้า และสนับสนุนอาชีพผ่านแฟรนไชส์และสินเชื่อ ควบคู่กับอำนวยความสะดวกด้านเอกสารธุรกิจและการซ่อมแซมยานพาหนะ พร้อมเตรียมเสนอมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคใต้เข้าสู่การประชุม ครม.เศรษฐกิจ โดยย้ำเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องในทุกระยะ ทั้งช่วยเหลือเร่งด่วน เยียวยา และฟื้นฟูกิจการให้กลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025120319a92624f02d88755481d994924ada72144756.jpg' type='image/jpg' length='944606' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“DITP” จับมือ “SACIT” และ “OMIYA” เปิดตัว “กิโมโนผ้าไทย” ที่ญี่ปุ่น สร้างโอกาสส่งออกใหม่ มียอดจองแล้วกว่า 90% เตรียมวางขายทั่วญี่ปุ่น มี.ค. 2569]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/135858</link>
<guid isPermaLink="false">81a8b77221c6d6a616801c00228801cd</guid>
<pubDate>Fri, 28 Nov 2025 14:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>DITP ร่วมกับ SACIT และบริษัท OMIYA เปิดตัวคอลเลคชั่น &ldquo;กิโมโนผ้าไทย&rdquo; ที่ประเทศญี่ปุ่น พร้อมลงนาม MOU ผลักดันผ้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ โดยผสานงานทอไทยจากโครงการ &ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&rdquo; เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกิโมโนของเกียวโต พัฒนาเป็น 3 คอลเลคชั่น และเตรียมวางขายทั่วญี่ปุ่นมีนาคม 2569 ซึ่งมียอดจองล่วงหน้ากว่า 516 ชุด มูลค่า 2.4 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพของผ้าไทยในตลาดญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับงานหัตถกรรมไทยสู่แฟชั่นระดับนานาชาติ ควบคู่กับการสร้างระบบนิเวศผ้าไทยเพื่อความยั่งยืน พร้อมเดินหน้าขยายไปสู่งานไลฟ์สไตล์อื่นและผลักดันผ่านช่องทางดิจิทัลและเครือข่าย สคต. ทั่วโลก</p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/17QVzAvr5s/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 170px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/hfkVsG8I?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025112814efb2a868b4a681fbcdb64b5859cd15140231.jpg' type='image/jpg' length='308145' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วิกฤตน้ำท่วมพุ่งสูง แต่ธุรกิจหยุดไม่ได้! กรมพัฒนาธุรกิจฯ ใช้ระบบออนไลน์ช่วยธุรกิจ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/135502</link>
<guid isPermaLink="false">651d4213c8b1b1db6cb4a0cc1f1cb760</guid>
<pubDate>Thu, 27 Nov 2025 12:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการใน 9 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ โดยเปิดให้ดำเนินธุรกรรมต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ได้ทั้งหมด ทั้งการจดทะเบียนนิติบุคคล ขอสำเนาเอกสาร และอัปเดตข้อมูล พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำทางอิเล็กทรอนิกส์ทดแทนพื้นที่ที่ไม่สามารถเปิดให้บริการได้ รวมถึงพิจารณาขยายเวลายื่นงบการเงิน บอจ.5 และการแจ้งเอกสารบัญชีที่สูญหายหลังเหตุการณ์สงบ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อเนื่องไม่สะดุด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251127386c2a0c5210febe2b1354679c4ee904124622.jpg' type='image/jpg' length='682660' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์เร่งยกระดับข้อมูล CPI ใช้ AI แปลข้อมูลจากภาพสินค้า]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/134284</link>
<guid isPermaLink="false">d21af3f7fd43727dbed56329a48388ab</guid>
<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 14:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าปรับปรุงระบบข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) โดยนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. ลงพื้นที่ตลาดฐานเพชร จังหวัดนนทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและรับฟังข้อมูลจากผู้ค้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการเตรียมพัฒนาฐานข้อมูลราคาที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ.</span></p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/1MQDTH95Ef/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 0; position: relative; padding-bottom: 66.6667%; padding-top: 120px;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/3muuq6Yr?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251120fce2ee654fc3f65b11083d9bc14e7116145958.jpg' type='image/jpg' length='216538' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สถิติยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญา 10 เดือนแรกปี 68 ยอดรวม (สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ออกแบบ อนุสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้า) กว่า 63,000 คำขอ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/134280</link>
<guid isPermaLink="false">f7b1aa151375b6bcc259788a30e33780</guid>
<pubDate>Thu, 20 Nov 2025 14:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">สถิติยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญา 10 เดือนแรกปี 68 ยอดรวม (สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ออกแบบ อนุสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้า) กว่า 63,000 คำขอกรมทรัพย์สินทางปัญญารายงานว่ายอดยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในช่วง 10 เดือนแรกปี 2568 รวม 62,961 คำขอ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยเครื่องหมายการค้ายังครองสัดส่วนสูงสุด ตามด้วยสิทธิบัตรการประดิษฐ์ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ และอนุสิทธิบัตร ขณะที่การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ลดลงเล็กน้อย โดยแต่ละหมวดยังสะท้อนเทรนด์ธุรกิจสำคัญ เช่น ผลิตภัณฑ์ความงาม นวัตกรรมวัสดุและชีวการแพทย์ ลวดลายผ้า ตลอดจนอาหารและยาสมุนไพร กรมยังเดินหน้าพัฒนาระบบบริการและช่องทาง Fast Track เพื่อลดระยะเวลาจดทะเบียนในสาขานวัตกรรมเร่งด่วน และสนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาได้รวดเร็วขึ้น</span></p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/1KWJ61V1xz/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 0; position: relative; padding-bottom: 66.6667%; padding-top: 120px;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/6oaYWgvx?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/file/get/file/202306193051d0a8b18bc8e386c0ec3b3d03c08b135357.jpg' type='image/jpg' length='' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์” ถกบิ๊กเอกชนไทยในสหรัฐฯ รับฟังความต้องการ-ข้อเสนอแนะ รับมือภาษีทรัมป์ พร้อมดันสินค้าไทยแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/133784</link>
<guid isPermaLink="false">0dcdd04464547a70f333c562c939ce5a</guid>
<pubDate>Tue, 18 Nov 2025 14:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251118664fcd3d1c55d43e9947c3462d63997b141258.jpg' type='image/jpg' length='517814' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์" ถก “ทูตแคนาดา” เดินหน้ากระชับความร่วมมือเศรษฐกิจ พลิกความท้าทายสู่โอกาสใหม่ทางการค้า]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/133570</link>
<guid isPermaLink="false">4906b59e81ebd1bf6b141019c83d3b02</guid>
<pubDate>Mon, 17 Nov 2025 14:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&quot; ถก &ldquo;ทูตแคนาดา&rdquo; เดินหน้ากระชับความร่วมมือเศรษฐกิจ พลิกความท้าทายสู่โอกาสใหม่ทางการค้า</p>

<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ได้พบหารือกับ นางสาวปิง คิตนีกอน เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับแนวทางการกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนระหว่างไทยและแคนาดาให้มากยิ่งขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251117cdf3db71750181ae2ef38afcd9718c74144612.jpg' type='image/jpg' length='1205128' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์" หารือ “ทูตเกาหลีใต้” ผลักดันปิดดีล FTA ไทย-เกาหลีใต้ พร้อมดึงดูดและสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนเกาหลีใต้ในไทย]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/133569</link>
<guid isPermaLink="false">d88ce60cacc7513fc5ccb6ff293d1a9e</guid>
<pubDate>Mon, 17 Nov 2025 14:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">&quot;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&quot; หารือ &ldquo;ทูตเกาหลีใต้&rdquo; ผลักดันปิดดีล FTA ไทย-เกาหลีใต้ พร้อมดึงดูดและสร้างความเชื่อมั่นการลงทุนเกาหลีใต้ในไทย<br />
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ได้พบหารือกับ นายปาร์ค ยงมิน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันให้การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม ไทย &ndash; เกาหลีใต้ ประสบผลสำเร็จ เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจสู่การเป็น &ldquo;หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน&rdquo; พร้อมเชิญนักลงทุนเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนเพิ่มในไทย</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202511177cdbde1684ac1fcbad46324515e6ffc3144513.jpg' type='image/jpg' length='579818' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์ หารือ 4 สมาคมข้าวและพืชไร่ รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ เตรียมมาตรการดูแลราคาข้าวและพืชผลทางการเกษตร ก่อนเข้า นบข. 18 พ.ย.นี้]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/133312</link>
<guid isPermaLink="false">7a5f5623eaeb5372b6ac03c8683caa33</guid>
<pubDate>Fri, 14 Nov 2025 15:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงพาณิชย์หารือร่วมกับ 4 สมาคมด้านข้าวและพืชไร่ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแหล่งน้ำ เมล็ดพันธุ์ ต้นทุนการผลิต และการหาตลาดรองรับผลผลิต ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่การประชุม นบข. วันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ย้ำว่าทุกข้อเสนอจะถูกนำไปพิจารณาเพื่อจัดทำมาตรการที่สมดุล ครอบคลุมทั้งชาวนา ชาวไร่ และผู้ประกอบการ พร้อมเตรียมมาตรการดูดซับผลผลิตข้าวส่วนเกิน 3&ndash;4 ล้านตัน เช่น ทำข้าวถุงจำหน่ายในประเทศ และผลักดันการเจรจาส่งออกแบบรัฐต่อรัฐ รวมถึงรับข้อเสนอด้านพืชไร่เรื่องการคงราคารับซื้อข้าวโพดและกำชับให้ตรวจสอบการรับซื้อของโรงงานอาหารสัตว์อย่างเข้มงวดเพื่อให้เป็นธรรมแก่เกษตรกร</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251114bcedf6a88fd89e26a1d878b183bab323152443.jpg' type='image/jpg' length='626361' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์ยืนยันเดินหน้าการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ แม้สถานการณ์ความขัดแย้งไทย–กัมพูชา ไม่กระทบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/133122</link>
<guid isPermaLink="false">6eccfc9d01d0e67436a0b0248810eea5</guid>
<pubDate>Thu, 13 Nov 2025 15:51:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">กระทรวงพาณิชย์ยืนยันการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ เดินหน้าต่อเนื่อง ไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งไทย&ndash;กัมพูชา โดยสหรัฐฯ แยกประเด็นการเมืองออกจากการค้าและยังคงมุ่งผลักดันให้การเจรจาสำเร็จภายในปีนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าไทยเป็นศูนย์กลางสำคัญในห่วงโซ่อุปทานโลกและตลาดที่มีศักยภาพสูง พร้อมชื่นชมบทบาทเชิงรุกของไทยในการขยายตลาดและทำข้อตกลงการค้าเสรี ขณะที่กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ากลยุทธ์เปิดตลาดใหม่และส่งเสริมภาคเอกชนเพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</span></p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/1BN613Pysy/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 170px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/BFhhAk5f?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251113c9a1ef91ca29d1d21af38fbc385aa4c0155134.jpg' type='image/jpg' length='895320' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยโมเดลขายข้าวรัฐต่อรัฐกับสิงคโปร์ครั้งแรก  ให้ไทยเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารโลก เตรียมต่อยอดสู่สินค้าเกษตรอื่น]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/132444</link>
<guid isPermaLink="false">4aab92e795d6d6385bd7732e5fdc7b5f</guid>
<pubDate>Mon, 10 Nov 2025 14:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยโมเดลขายข้าวรัฐต่อรัฐกับสิงคโปร์ครั้งแรก ให้ไทยเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารโลก เตรียมต่อยอดสู่สินค้าเกษตรอื่น</p>

<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เผยความสำเร็จการลงนามขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) กับสิงคโปร์ครั้งแรก ปริมาณ 100,000 ตัน ภายในกรอบระยะ 5 ปี ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับไทยสู่ &ldquo;ศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลก&rdquo; พร้อมต่อยอดโมเดลนี้ไปยังสินค้าเกษตรอื่น เช่น เนื้อหมู ไก่ และสินค้าเกษตรสด โดยไทยเตรียมขยายความร่วมมือด้าน Food Security กับหลายประเทศทั่วภูมิภาค ควบคู่เดินหน้าผลักดันโครงการกว่า 20 โครงการ ช่วยลดค่าครองชีพ&ndash;เสริมแกร่งผู้ประกอบการ ครอบคลุม 7 นโยบาย Quick Big Win อย่างต่อเนื่อง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202511104705033d5ef9e7a794d5ec20bd7e4385143108.jpg' type='image/jpg' length='758054' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์ เดินหน้าติดอาวุธให้ผู้ประกอบการไทยรับมือสงครามทางการค้า ติวเข้มมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา เสริมศักยภาพการส่งออก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/132040</link>
<guid isPermaLink="false">d86ed072be3ed8c4715dfb89ebc81952</guid>
<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 10:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ จัดอบรมเชิงเทคนิคให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจมาตรการภาษีของสหรัฐฯ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสงครามทางการค้า และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก ภายใต้นโยบาย &ldquo;Quick Big Win&rdquo; ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ การอบรมมุ่งให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการภาษีสำคัญของสหรัฐฯ และแนวทางบริหารจัดการภาษีนำเข้าอย่างถูกต้อง โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 500 คน จากกว่า 200 องค์กร พร้อมเดินหน้าจัดสัมมนาต่อเนื่องเพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ภาคส่งออกไทยรับมือความเปลี่ยนแปลงของการค้าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/p/17U2JgCWN5/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 170px; position: relative;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/gl3zehJa?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script></div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202511072cb63406ce21e72418974e9f0189c7ef100742.jpg' type='image/jpg' length='622638' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมการค้าต่างประเทศ เตือนซ้ำระวังกฎหมาย UK แรงกรณีพบบริษัทในประเทศที่สาม เข้าไปค้าขายสินค้าความเสี่ยงสูงกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/131564</link>
<guid isPermaLink="false">5126747d8000e5821d3836e110da27ec</guid>
<pubDate>Wed, 05 Nov 2025 13:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:36px;">กรมการค้าต่างประเทศเตือนผู้ประกอบการไทยให้ระมัดระวังการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย หลังสหราชอาณาจักรประกาศขึ้นบัญชีบุคคลและนิติบุคคลจากประเทศที่สามที่ให้ความช่วยเหลือรัสเซียในสงครามยูเครนเพิ่มเติม 39 ราย และมีบริษัทไทยถูกขึ้นบัญชี 4 แห่ง ภายใต้กฎหมายคว่ำบาตรรัสเซียปี 2019 ซึ่งอาจส่งผลให้ถูกอายัดทรัพย์หรือปฏิเสธการให้บริการทางการเงิน นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมฯ ระบุว่า แม้ไทยจะมีนโยบายเป็นกลาง แต่ผู้ส่งออกไทยอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว พร้อมเผยกรมฯ อยู่ระหว่างหารือกับบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีและประสานหน่วยงานเอกชนแจ้งเตือนผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202511059ccf9e5abe41f6f0fcf02cba0c42ccf8134843.jpg' type='image/jpg' length='198545' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือนตุลาคม 2568 หดตัวเล็กน้อยจากราคาสินค้าเกษตร และกลุ่มปิโตรเลียม]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/131194</link>
<guid isPermaLink="false">8ee99d32e49299081551a849c1cc83a6</guid>
<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 15:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนตุลาคม 2568 ของไทยลดลง 1.4% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากราคาสินค้าเกษตรและพลังงานที่ปรับตัวลดลงตามอุปทานส่วนเกินและภาวะตลาดโลก โดยเฉพาะข้าว มันสำปะหลัง และปิโตรเลียม ขณะที่สินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมบางประเภท เช่น ทองคำและวัสดุก่อสร้าง ยังขยายตัวได้ดีตามต้นทุนและอุปสงค์ในประเทศ ทั้งนี้ สนค. ประเมินว่าแนวโน้มเดือนพฤศจิกายนยังมีโอกาสหดตัวต่อเนื่องจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว แต่คาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐและการฟื้นตัวของอุปสงค์จะช่วยพยุงราคาผู้ผลิตได้ในระยะต่อไป</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251103f71f55f51db7624f91c16ce13ced9f80152045.jpg' type='image/jpg' length='732469' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์ฯ ปลื้ม มันอัดเม็ดไทยออเดอร์แรกในประวัติศาสตร์ถึงท่าเรือดัมมามแล้ว เจาะตลาดซาอุดีอาระเบียสำเร็จ มุ่งผลักดันส่งออกตะวันออกกลางเพิ่ม]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/131193</link>
<guid isPermaLink="false">8adb9e03f0b8b871933a44aa72ab99a8</guid>
<pubDate>Mon, 03 Nov 2025 15:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศประสบความสำเร็จในการส่งออกมันอัดเม็ดไทยล็อตแรก 20,000 ตันไปยังบริษัท ARASCO ผู้ผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ไทยสามารถเจาะตลาดอาหารสัตว์ตะวันออกกลางได้สำเร็จ สะท้อนผลสำเร็จของนโยบายขยายตลาดสินค้าการเกษตรสู่ภูมิภาคใหม่ ลดการพึ่งพาตลาดเดิม และสร้างโอกาสให้กับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยทั้งระบบ โดยกรมฯ เตรียมต่อยอดขยายการส่งออกไปยังประเทศอื่นในตะวันออกกลางเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรและเสริมศักยภาพการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202511039ccf9e5abe41f6f0fcf02cba0c42ccf8151950.jpg' type='image/jpg' length='198545' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[DIT ลุยตรวจร้านธงฟ้า–คนละครึ่งพลัส ยอดขายพุ่ง 80% ย้ำขายราคาเดียว ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับสูงสุด 140,000 บาท .]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/130875</link>
<guid isPermaLink="false">1d6148aadcb51349311e2743b6634842</guid>
<pubDate>Fri, 31 Oct 2025 14:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">กรมการค้าภายในลงพื้นที่ตรวจร้านธงฟ้าในโครงการ &ldquo;คนละครึ่งพลัส&rdquo; ย่านนนทบุรี พบยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 80% สะท้อนประชาชนตอบรับดีและช่วยประหยัดค่าครองชีพ พร้อมย้ำให้ร้านค้าขายราคาเดียวทั้งเงินสดและสิทธิ์คนละครึ่ง ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับสูงสุด 140,000 บาท โดยกรมฯ เตรียมขยายร้านอาหารธงฟ้าเชื่อมโยงวัตถุดิบจากผู้ผลิต เพื่อให้ประชาชนได้บริโภคอาหารคุณภาพในราคายุติธรรม และเดินหน้าสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน</span></p>

<div data-oembed-url="https://www.facebook.com/share/1BUptm48UM/">
<div>
<div style="left: 0; width: 100%; height: 0; position: relative; padding-bottom: 66.6667%; padding-top: 120px;"><iframe allowfullscreen="" src="//if-cdn.com/Os2ccqL3?app=1" style="top: 0; left: 0; width: 100%; height: 100%; position: absolute; border: 0;" tabindex="-1"></iframe></div>
</div>
<script async="" charset="utf-8" src="//if-cdn.com/embed.js"></script>
</div>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251031a5e51631ac6616eb58f2f705eacab052143041.jpg' type='image/jpg' length='380039' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[DITP” โชว์ผลงานนำสตาร์ตอัปไทยร่วมงานแฟร์ยูเออี ยอดขายทะลุ 1,448.6 ล้านบาท ดันเทคสตาร์ตอัปบุกตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/130677</link>
<guid isPermaLink="false">ebec3083c944ce978aa024d859878ed1</guid>
<pubDate>Thu, 30 Oct 2025 15:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) นำสตาร์ตอัปไทย 6 รายเข้าร่วมงาน Expand North Star x GITEX 2025 ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สร้างยอดขายรวมทันที 264.6 ล้านบาท และคาดคำสั่งซื้อเพิ่มภายใน 1 ปีอีก 1,184 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพธุรกิจเทคโนโลยีไทยในตลาดตะวันออกกลาง พร้อมทั้งสตาร์ตอัปไทยได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติและลงนาม MOU กับพันธมิตรจากเกาหลีใต้หลายราย นอกจากนี้ Sable ยังได้รับคัดเลือกเข้าร่วมการแข่งขัน Supernova Challenge 2.0 โดย DITP เตรียมต่อยอดความสำเร็จสู่กลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ อีคอมเมิร์ซ โลจิสติกส์อัจฉริยะ และเทคโนโลยีสีเขียว เพื่อขยายตลาดใหม่ทั่วโลก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025103094dfa5a67a537f75413bbf8e6ed18ec3151124.jpg' type='image/jpg' length='817945' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย" ลงนาม FTA ยกระดับอาเซียน-จีน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว  ยกระดับการค้าในภูมิภาค และเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/130423</link>
<guid isPermaLink="false">ff12ab4d195c5455dd3bd33bbbb05f13</guid>
<pubDate>Wed, 29 Oct 2025 15:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;ไทย&quot; ลงนาม FTA ยกระดับอาเซียน-จีน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว ยกระดับการค้าในภูมิภาค และเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน</p>

<p>ไทยร่วมลงนามพิธีสาร ACFTA 3.0 เพื่อยกระดับความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจให้ทันสมัย โปร่งใส และเอื้อต่อการค้าในยุคดิจิทัล โดยเพิ่มเติมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจสีเขียว และการส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการค้าระหว่างไทย-จีนที่มีมูลค่าเติบโตต่อเนื่อง พร้อมปูทางสู่การขยายโอกาสทางเศรษฐกิจของอาเซียนในอนาคต</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251029354bc2744768de4c25e1658eee65fb8b151749.jpg' type='image/jpg' length='730578' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมพัฒนาธุรกิจฯ จับมือ Wisesight พัฒนาเครื่องมือ ‘Social Listening’ ฟังเสียงลูกค้า หนุนร้านค้าออนไลน์ใช้ระบบฟรี! เร่งติดอาวุธด้วยข้อมูลขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิทัล]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/130422</link>
<guid isPermaLink="false">cf39359310d089ef5cdc4b3b37e0b650</guid>
<pubDate>Wed, 29 Oct 2025 15:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือบริษัทไวซ์ไซท์ พัฒนาเครื่องมือ Social Listening เพื่อช่วยผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซไทยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและแนวโน้มตลาดบนโซเชียลมีเดียได้อย่างแม่นยำ เปิดให้ร้านค้าออนไลน์ที่มีเครื่องหมาย DBD Registered ใช้งานฟรี มูลค่ากว่า 30,000 บาทต่อเดือน เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในยุคดิจิทัล พร้อมผลักดันให้ธุรกิจไทยใช้ข้อมูลเป็นอาวุธสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาอย่างยั่งยืน</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251029416a08ca3d82ea6669d471bf43a48d90151655.jpg' type='image/jpg' length='750235' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์ผนึกกลาโหม พบเอกชนสร้างความเชื่อมั่น-กระตุ้นเศรษฐกิจชายแดน]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/128679</link>
<guid isPermaLink="false">bda99e639c32a24f900334f7a3fdf468</guid>
<pubDate>Mon, 20 Oct 2025 12:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงกลาโหมลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษและอุบลราชธานี พบปะภาคเอกชนเพื่อหารือแนวทางบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย&ndash;กัมพูชา พร้อมเดินหน้ามาตรการ &ldquo;Quick Big Win&rdquo; ช่วยลดค่าครองชีพผ่านโครงการธงฟ้าและธงเขียว ส่งเสริมสินค้าเกษตร&ndash;สินค้า GI เพิ่มมูลค่าและขยายตลาดให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs พร้อมผลักดันการค้าออนไลน์และสร้างแรงบันดาลใจจากผู้ประกอบการต้นแบบ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนให้เข้มแข็งควบคู่กับความมั่นคงของประเทศ</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251020c683a2e03494344b773ab39c2cb9bd7b124749.jpg' type='image/jpg' length='1458648' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ศุภจี” หารือ “ทูตจีน” เร่งส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปจีน พร้อมร่วมมือจีน สร้างระบบการค้าพหุภาคีที่มั่นคงและยั่งยืน]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/128505</link>
<guid isPermaLink="false">a03c4f519add087407864edf3c7fc048</guid>
<pubDate>Fri, 17 Oct 2025 15:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือกับนายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและขอให้จีนสนับสนุนการนำเข้าสินค้าเกษตรไทย เช่น ข้าว ลำไย และโคมีชีวิต รวมถึงเพิ่มการซื้อข้าวจากไทย<br />
.<br />
โดยไทยเตรียมนำผู้ประกอบการกว่า 60 รายร่วมงาน China International Import Expo ที่นครเซี่ยงไฮ้ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งไทยได้รับเกียรติให้เป็น &ldquo;ประเทศเกียรติยศ&rdquo; ทั้งสองฝ่ายยังยินดีกับการเจรจา ACFTA 3.0 ที่จะลงนามในปลายเดือนตุลาคม โดยจีนยังคงเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทย มูลค่าการค้ารวมช่วง ม.ค.&ndash;ส.ค. 2568 อยู่ที่กว่า 96,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025101768485400101de28d080564a92cf2ebd6154646.jpg' type='image/jpg' length='174228' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือผู้บริหารระดับสูงของ Bank of America แลกเปลี่ยนประเด็นเศรษฐกิจการค้าโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/128503</link>
<guid isPermaLink="false">3dd34c5d566617a2b8fc96eb90fe3f08</guid>
<pubDate>Fri, 17 Oct 2025 15:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมคณะผู้บริหาร หารือกับผู้บริหารระดับสูงของ Bank of America เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนโลก โดยเฉพาะผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ต่อเอเชีย การปรับห่วงโซ่อุปทาน และแนวทางเสริมความร่วมมือไทย&ndash;สหรัฐฯ ทั้งด้านการค้า การเงิน และงานวิจัยเชิงวิชาการร่วมกัน</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251017f04f215e7aa055af9139694bd2b9ab01154541.jpg' type='image/jpg' length='239962' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมทรัพย์สินทางปัญญาจับมือสยามพิวรรธน์ ยกระดับสินค้าสร้างสรรค์ไทยด้วยทรัพย์สินทางปัญญา เตรียมพร้อมรุกตลาดกำลังซื้อสูง]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/128293</link>
<guid isPermaLink="false">e2202dfb5a45d7a74aa49057b2c9db07</guid>
<pubDate>Thu, 16 Oct 2025 15:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">กรมทรัพย์สินทางปัญญา จับมือกลุ่มสยามพิวรรธน์ เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการสินค้าสร้างสรรค์ไทย เช่น อาร์ตทอยและตัวคาแรคเตอร์ ให้เข้าใจและใช้ประโยชน์จาก &ldquo;ทรัพย์สินทางปัญญา&rdquo; อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการคุ้มครองและบริหารจัดการสิทธิ รวมถึงการต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมเปิดพื้นที่ในศูนย์การค้าเครือสยามพิวรรธน์ให้สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) วางจำหน่าย เจาะตลาดผู้บริโภคกำลังซื้อสูงทั้งไทยและต่างชาติ ถือเป็นความร่วมมือรัฐ&ndash;เอกชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเศรษฐกิจฐานรากไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251016c1b8a66648fdd7b3eed6df5739b6a599154108.jpg' type='image/jpg' length='226972' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[DIT หนุนเกษตรกรเกี่ยวข้าวโพดคุณภาพ พร้อมตรวจเข้มเครื่องชั่ง–เครื่องวัดความชื้น เกษตรกรขายได้ราคาดี]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/128053</link>
<guid isPermaLink="false">9522a3ac0ae5a001834562ffa468a2aa</guid>
<pubDate>Wed, 15 Oct 2025 15:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:26px;">DIT หนุนเกษตรกรเกี่ยวข้าวโพดคุณภาพ พร้อมตรวจเข้มเครื่องชั่ง&ndash;เครื่องวัดความชื้น เกษตรกรขายได้ราคาดี</span></p>

<p><span style="font-size:26px;">กรมการค้าภายใน (DIT) ลงพื้นที่ตรวจเข้มการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรขายได้ในราคายุติธรรม ตรวจสอบเครื่องชั่งและเครื่องวัดความชื้นให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมแนะเกษตรกรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุครบ 110&ndash;120 วัน เพื่อให้ได้ข้าวโพดคุณภาพดีและราคาสูงขึ้น ควบคู่ประสานผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ให้คำแนะนำการเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ ทั้งนี้ ได้กำชับผู้รวบรวมให้รับซื้อเป็นธรรมตามราคากลางที่กำหนด และหากพบผู้ประกอบการเอาเปรียบ จะดำเนินการตามกฎหมายทันที</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202510153a8e7e8edbb0d06b2705f3a60d5b4542150751.jpg' type='image/jpg' length='197362' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไตรมาส 3/2568 จัดตั้งธุรกิจเติบโตดี จดเลิกสวนกระแสต่ำสุดในรอบ 2 ปี ด้านต่างชาติมั่นใจเศรษฐกิจไทย! เงินลงทุนพุ่งบวก 88% ใน 9 เดือน ญี่ปุ่น-สิงคโปร์-จีนนำทีม .]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/128049</link>
<guid isPermaLink="false">9aff005f892d70c852ab5953e47ac69f</guid>
<pubDate>Wed, 15 Oct 2025 15:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ไตรมาส 3/2568 จัดตั้งธุรกิจเติบโตดี จดเลิกสวนกระแสต่ำสุดในรอบ 2 ปี ด้านต่างชาติมั่นใจเศรษฐกิจไทย! เงินลงทุนพุ่งบวก 88% ใน 9 เดือน ญี่ปุ่น-สิงคโปร์-จีนนำทีม</p>

<p>กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเผยภาพรวมธุรกิจไทยไตรมาส 3 ปี 2568 เติบโตต่อเนื่อง มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่กว่า 23,000 ราย สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยอดจดเลิกต่ำสุดในรอบ 2 ปี ด้านต่างชาติยังมั่นใจศักยภาพไทย โดย 9 เดือนแรกของปีมีนักลงทุนต่างชาติ 770 ราย เงินลงทุนรวมกว่า 2.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 88% จากปีก่อน ญี่ปุ่น สหรัฐ และสิงคโปร์ ยังครองอันดับต้น ๆ ของประเทศที่เข้ามาลงทุนในไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251015021f221f2216f9134896d6ed30a4a802150629.jpg' type='image/jpg' length='171055' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[DIT หนุนเกษตรกรเกี่ยวข้าวโพดคุณภาพ พร้อมตรวจเข้มเครื่องชั่ง–เครื่องวัดความชื้น เกษตรกรขายได้ราคาดี .]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/127861</link>
<guid isPermaLink="false">fadf3374888d0358b5d7020d2f97fbcb</guid>
<pubDate>Tue, 14 Oct 2025 16:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">กรมการค้าภายใน (DIT) ลงพื้นที่ตรวจเข้มการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้เกษตรกรขายได้ในราคายุติธรรม ตรวจสอบเครื่องชั่งและเครื่องวัดความชื้นให้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมแนะเกษตรกรเก็บเกี่ยวเมื่ออายุครบ 110&ndash;120 วัน เพื่อให้ได้ข้าวโพดคุณภาพดีและราคาสูงขึ้น ควบคู่ประสานผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ให้คำแนะนำการเลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ ทั้งนี้ ได้กำชับผู้รวบรวมให้รับซื้อเป็นธรรมตามราคากลางที่กำหนด และหากพบผู้ประกอบการเอาเปรียบ จะดำเนินการตามกฎหมายทันที</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202510143a8e7e8edbb0d06b2705f3a60d5b4542161501.jpg' type='image/jpg' length='197362' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“DITP” รับนโยบาย “ศุภจี” เร่งเครื่อง “Quick Big Win” ผลักดันส่งออก เจาะตลาดใหม่รายสินค้า สร้างมูลค่าการค้า 8,900 ล้านบาทใน 4 เดือน]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/127326</link>
<guid isPermaLink="false">bfe4ed865069e7f0655e0a0332ca97a0</guid>
<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 15:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้านำนโยบาย &ldquo;Quick Big Win&rdquo; ของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาขับเคลื่อนเชิงรุก มุ่งสร้างมูลค่าการค้า 8,900 ล้านบาทภายใน 4 เดือน ผ่าน 4 มาตรการหลัก ทั้งการเพิ่มมูลค่าการส่งออก เจาะตลาดใหม่รายสินค้า ใช้ข้อมูลเชิงลึกพัฒนากลยุทธ์รายตลาด ส่งเสริมผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs พร้อมจัดคณะผู้แทนการค้าบุกจีนตะวันตก อาเซียน และอินเดีย และขยายช่องทางการค้าออนไลน์ เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251009b61e1b94d15615837769e67022b581b5154742.jpg' type='image/jpg' length='136381' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ศุภจี” จับมือสภาหอการค้าไทย ผนึกกำลังรัฐ-เอกชน รับมือมาตรการภาษีสหรัฐฯ ดัน FTA – เปิดตลาดอินเดีย – ดูแลสินค้าเกษตร พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการชายแดน]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/127325</link>
<guid isPermaLink="false">5016af78a06e6bbae1e2273a69763cb6</guid>
<pubDate>Thu, 09 Oct 2025 15:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 9 ตุลาคม 2568</p>

<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกับคณะกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย ดร.ชนินทร์ ชลิศราพงศ์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และผู้แทนภาคเอกชน ณ ห้องกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือในการรับมือกับมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา (U.S. Tariff) เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจเกษตรของไทย ป้องกันสินค้าสวมสิทธิ์ควบคุมสินค้านำเข้าไม่ได้มาตรฐาน และส่งเสริมการค้ากับตลาดใหม่ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยต่อกฎระเบียบการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดนไทย&ndash;กัมพูชา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251009d3eab856086f3635ffdac481c1cc8f29154607.jpg' type='image/jpg' length='148387' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศุภจี สุธรรมพันธุ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 38 ปี กรุงเทพธุรกิจ ย้ำพาณิชย์เดินหน้าดูแลราคาสินค้าเกษตร ลดค่าครองชีพ และเร่งขยายตลาดส่งออกข้าว .]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/126673</link>
<guid isPermaLink="false">905c131ddc4793564a0912a8e2c7ca06</guid>
<pubDate>Mon, 06 Oct 2025 14:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 38 ปี หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ ณ อาคารอินเตอร์ลิงค์ ทาวเวอร์ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร</p>

<p>ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ย้ำภารกิจสำคัญของกระทรวงในการดูแลเศรษฐกิจฐานราก โดยรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ลดค่าครองชีพของประชาชน ผ่านมาตรการธงฟ้า โครงการธงเขียว การสนับสนุนค่าขนส่งสินค้าร่วมกับไปรษณีย์ไทย และการเปิดเผยราคายาอย่างโปร่งใสพร้อมเดินหน้าขยายตลาดส่งออกสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวไทย ผ่านการเจรจาการค้าแบบรัฐต่อรัฐกับประเทศคู่ค้า เช่น จีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ รวมถึงการเปิดตลาดใหม่ในตะวันออกกลาง แอฟริกา และเอเชียใต้ เพื่อสร้างรายได้และเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน</p>

<p>.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202510061ab8f3d05c2407b0e05f2dd3e96c4ce5144417.jpg' type='image/jpg' length='480352' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กางแผน “IP 4 All” เร่งเครื่อง 4 เดือนแรก ผลักดันการใช้ประโยชน์ IP สร้างมูลค่าและความแตกต่าง เพิ่มทางเลือกสู่ทางรอดในระยะยาว]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/126489</link>
<guid isPermaLink="false">d7fd57ab349cc52bc1c88e6aea37fa90</guid>
<pubDate>Fri, 03 Oct 2025 15:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญารับลูกนโยบาย Quick Big Win<br />
ของ รมว.ศุภจี ลุยแผนงาน &ldquo;IP 4 All&rdquo; เสริมบทบาททรัพย์สินทางปัญญา (IP) ในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเป้า 4 เดือนแรก เร่งเสริมแกร่งผู้ประกอบการไทย โดยใช้ IP เป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า<br />
และบริการในทุกภาคส่วน เริ่มตั้งแต่ภาคชุมชนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษาวิจัย และภาคประชาชน<br />
เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ<br />
และต่อยอดสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว<br />
.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202510037eaec6ccf36aaddb3e8e26eaf3aea1df151545.jpg' type='image/jpg' length='1411586' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เปิดตัว ‘พูนพงษ์’ นั่งเก้าอี้อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าคนที่ 31 กางแผนเดินหน้า 8 ภารกิจเร่งด่วน ยกระดับภาคธุรกิจ เติมพลังเศรษฐกิจไทย]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/126483</link>
<guid isPermaLink="false">195116590d8c49dbb8d6524cf6d63ac4</guid>
<pubDate>Fri, 03 Oct 2025 15:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์&rsquo; อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คนที่ 31 ประกาศเดินหน้าภารกิจเร่งด่วน 8 ด้าน ขับเคลื่อนองค์กรสู่กลไกหลักในการยกระดับธุรกิจไทยให้ทันสมัย เข้มแข็ง และแข่งขันได้ในระดับสากล มุ่งพัฒนาบริการดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลธุรกิจ เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ SME ขยายตลาดออนไลน์ ดูแลผู้ทำบัญชี อำนวยความสะดวกนักลงทุนต่างชาติ ปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย และปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202510039452ac1127149990dddd7bac92c13ad9150133.jpg' type='image/jpg' length='838708' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมพัฒน์ฯ เร่งเครื่องปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย ตั้งหน่วยงานป้องกันและปราบปราม]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/126310</link>
<guid isPermaLink="false">2f912f475f96074b73daaae473c5b310</guid>
<pubDate>Thu, 02 Oct 2025 14:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขานรับนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) ที่เน้นป้องกันและปราบปรามธุรกิจอำพรางของคนต่างด้าว (นอมินี) โดยตั้งหน่วยงานภายในระดับกองและแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย เพื่อกวาดล้างธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202510029452ac1127149990dddd7bac92c13ad9142916.jpg' type='image/jpg' length='838708' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ศุภจี” แจงสภาครั้งแรก รัฐบาลเดินหน้าลดค่าครองชีพ ดูแลเกษตรกร ดันเจรจาการค้าสหรัฐฯ-FTA  พร้อมร่วมมือทุกภาคส่วนปกป้องผู้ประกอบการไทย]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/126111</link>
<guid isPermaLink="false">fbfda49ffe9d9ff034ee939b0af341a0</guid>
<pubDate>Wed, 01 Oct 2025 15:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 29 กันยายน 2568<br />
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชั้น 2 อาคารรัฐสภาโดยชี้แจงถึงนโยบายและภารกิจสำคัญของรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ต่อสมาชิกรัฐสภา ในประเด็นการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ มาตรการลดค่าครองชีพ ป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพจากต่างประเทศทะลัก-นอมินี การเพิ่มขีดความสามารถ SME และการดูแลสินค้าเกษตร</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20251001940c84b4c314ac00578fda19d6f858c2151653.jpg' type='image/jpg' length='128166' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สนค. ชี้ Green Data Center สร้างโอกาสการลงทุน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/125953</link>
<guid isPermaLink="false">d194acaa823036dee175b1ea47d81050</guid>
<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 15:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ชี้ Green Data Center เป็นโอกาสทางในการลงทุนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและสิ่งแวดล้อม แนะทุกภาคส่วนควรส่งเสริมและสนับสนุนในการพัฒนา Green Data Center เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจไทยสามารถแข่งขันและพร้อมเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีดิจิทัลและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202509300f4bc08662a9d0ec87ec811189f76022152110.jpg' type='image/jpg' length='166527' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยความสำเร็จในการยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดออนไลน์ ผ่าน E-Commerce สร้างยอดขายรวมทะลุ 727 ล้านบาท]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/125952</link>
<guid isPermaLink="false">382751db6add8550e6e78fc6374c659b</guid>
<pubDate>Tue, 30 Sep 2025 15:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยความสำเร็จในการยกระดับผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดออนไลน์<br />
ผ่าน E-Commerce สร้างยอดขายรวมทะลุ 727 ล้านบาท<br />
.<br />
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยด้านการตลาดออนไลน์และนวัตกรรมการขายยุคดิจิทัล ผ่านกิจกรรมและหลักสูตรด้าน E-Commerce จนสามารถสร้างยอดขายรวมกว่า 727 ล้านบาท และมียอดการมองเห็นมากกว่า 37 ล้านวิว ตอกย้ำศักยภาพผู้ประกอบการไทยในการแข่งขันบนเวทีการค้าออนไลน์และเศรษฐกิจยุคดิจิทัล</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250930b4ebfa71be5c14802592d9963b7f3fb1151946.jpg' type='image/jpg' length='180410' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อุตสาหกรรมอาหารลุยตลาดอินเดีย DITP เชียร์ SME หาตลาดใหม่รับมือการค้าโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/125744</link>
<guid isPermaLink="false">fe87822bd6812f080fcdf8749b57ddce</guid>
<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 15:42:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้แทนการค้าไปเจรจาธุรกิจที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยมีผู้ผลิตอาหาร 16 ราย พร้อมอุตสาหกรรมสนับสนุนการผลิตอาหารอีก 8 ราย ร่วมเดินทาง โดยมีทูตพาณิชย์ กรุงนิวเดลี เชิญชวนผู้นำเข้ามาพบปะเจรจาธุรกิจและจัด Thailand Pavilion ให้ SME ได้ออกบูธในงาน World Food India ปิดดีลได้ยอดสั่งซื้อไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202509291fca35dbe5bad0d2f3ae681af0faef47154257.jpg' type='image/jpg' length='196020' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์เปิดยอดส่งออกมันสำปะหลัง 8 เดือน เติบโตกว่า 36% ย้ำ เดินหน้าผลักดันส่งออกต่อเนื่อง]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/125743</link>
<guid isPermaLink="false">905d9219021ec9928cf63631043f30f6</guid>
<pubDate>Mon, 29 Sep 2025 15:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยตัวเลขส่งออกสินค้ามันสำปะหลัง 8 เดือนของปี 2568 มีปริมาณการส่งออกรวม 6.37 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.70 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการส่งออกเพียง 4.66 ล้านตัน แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์การส่งออกสินค้ามันสำปะหลังของไทยที่ขยายตัวได้มากขึ้นจากความต้องการมันสำปะหลังไทยในตลาดต่างประเทศ</span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250929ab2ab33b5e5e13b3763a116c935610ac154141.jpg' type='image/jpg' length='1207867' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[เกาะกระแสชาโลก ดันสินค้าชาไทยโกอินเตอร์]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/125417</link>
<guid isPermaLink="false">4a228e62a62c2d7bdf9d25099e36345c</guid>
<pubDate>Fri, 26 Sep 2025 14:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:28px;">สนค. ชี้กระแสความต้องการชาทั่วโลกพุ่งสูง โดยคาดว่าตลาดค้าปลีกจะโตเฉลี่ยปีละ 6.1% จนมีมูลค่ากว่า 6.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2572 ขณะที่ไทยมีผลผลิตชาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และตลาดชาในประเทศเติบโต โดยเฉพาะชาเขียวและชาพร้อมดื่ม การส่งออกปี 2567 ขยายตัวกว่า 13% ทำให้ไทยเกินดุลการค้าในสินค้าชา สะท้อนศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดโลก ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาคุณภาพ เพิ่มนวัตกรรม และยกระดับชาไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีสากล</span></p>

<p><span style="font-size:28px;"><img alt="อาจเป็นรูปภาพของ ข้อความพูดว่า &quot;26 ก.ย. 2568 MOC NEWS กระทพมพณแรส គ្ាជាយបិស የመ กระแสซาโลกฟีเวอร์!! แสชา โลก พาณิชย์ดันชาไทย ไทย โกอินเตอร์ ดัน โอกาสทองในการยกระดับ ศักยภาพการผลิตและการส่งออก รับมือกระแสความต้องการซาทั่วโลก โลก การชา กระทรวงพาณิชย์ 2 hailandmoc MOC Thailand $ Minis MinistryofcommerceTH X ThailandMoc&quot;" src="https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t39.30808-6/555045029_1225452902945492_8343738429510303801_n.jpg?_nc_cat=106&amp;ccb=1-7&amp;_nc_sid=127cfc&amp;_nc_eui2=AeHC2C2Fcn4Yg4yOMy7qIdGX84VZAWjk2-vzhVkBaOTb6_2t0E-keaCNZvdQpkbZgCbyS19xvKEe7vn5SakoJAaV&amp;_nc_ohc=Pn7J1_ef--YQ7kNvwFJZXWF&amp;_nc_oc=AdkvsS5qepmenpO0ER_kCdYMCiWnP9w9wGjqCWhboEYTfCee7SKpwMbAGyhrcJ44JOE&amp;_nc_zt=23&amp;_nc_ht=scontent.fbkk14-1.fna&amp;_nc_gid=thjqJ5M2PdUo6tedLbWdnw&amp;oh=00_Afb1Nm_nBYp1OGpO-hcOroUDj0LmsqftQ5pvQ94vaV8xqg&amp;oe=68DBF44D" style="width: 700px; height: 875px;" /></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250926298ab67da450f737139c0a0a4b7ca4f4140557.jpg' type='image/jpg' length='156033' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คต. ปลุกพลังเกษตรไทย! ยกขบวนสินค้าเกษตรนวัตกรรมสุดล้ำ อวดโฉมในงาน AGRI PLUS EXPO 2025 ช้อปสินค้า-สัมมนาเสริมความรู้-จับคู่ธุรกิจ-คลินิคให้คำปรึกษา ครบ จบ ในที่เดียว]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/124964</link>
<guid isPermaLink="false">e843a0b540edf39842e8caa1ab600db0</guid>
<pubDate>Wed, 24 Sep 2025 13:25:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>คต. ปลุกพลังเกษตรไทย! ยกขบวนสินค้าเกษตรนวัตกรรมสุดล้ำ อวดโฉมในงาน AGRI PLUS EXPO 2025 ช้อปสินค้า-สัมมนาเสริมความรู้-จับคู่ธุรกิจ-คลินิคให้คำปรึกษา ครบ จบ ในที่เดียว<br />
.<br />
กรมการค้าต่างประเทศ ชวนชมงาน Agri Plus Expo 2025 มหกรรมสินค้าเกษตรนวัตกรรมสุดล้ำ ระหว่างวันที่ 25&ndash;28 ก.ย. 2568 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี รวมกว่า 150 รายการจากผู้ประกอบการทั่วไทย พร้อมกิจกรรมครบวงจร ทั้งช้อปสินค้า จับคู่ธุรกิจ สัมมนาเสริมความรู้ และคลินิกให้คำปรึกษา เชื่อมโยงโอกาสสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250924332fe66c83249ef95d3ef5627a364be9132536.jpg' type='image/jpg' length='142403' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[‘ปลัดพาณิชย์’ หารือซาอุดีฯ เร่งขยายการค้าสองฝ่าย ดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและสินค้าไทยสู่ตลาด GCC]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/124705</link>
<guid isPermaLink="false">fb33e4a10cf5aec1b3b2b6f3d037a7ad</guid>
<pubDate>Tue, 23 Sep 2025 11:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ปลัดพาณิชย์หารือซาอุดีอาระเบีย เร่งกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า ทั้งการจัดงานแสดงสินค้า การพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ อาหารฮาลาล ยา สมุนไพร และการดูแลผู้สูงอายุ พร้อมเดินหน้าจัดทำความตกลงเว้นการเก็บภาษีซ้อนและความร่วมมือด้านศุลกากร เพื่ออำนวยความสะดวกการค้า&ndash;การลงทุน ดันสินค้าไทยเจาะตลาดซาอุดีฯ และประเทศ GCC สร้างโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไท</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250923c96e6fa7a31fba9d2fd69a4d078d45ad112044.jpg' type='image/jpg' length='139021' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดตัว 45 คอลเลคชั่นใหม่]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/124294</link>
<guid isPermaLink="false">dee3852bd4c1c45c9f065b29413f1b8d</guid>
<pubDate>Fri, 19 Sep 2025 16:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดตัว 45 คอลเลคชั่นใหม่ จากฝีมือ 10 นักออกแบบชั้นนำ และผู้ประกอบการ OTOP Premium 45 รายทั่วประเทศ ในงาน Mini Trade Show &amp; Business Matching ภายใต้โครงการ OTOP Premium Go Inter ปีที่ 10<br />
.<br />
ภายใต้แนวคิด &ldquo;Beyond Boundaries, Beyond Limits&rdquo; มุ่งพัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่นให้ก้าวสู่ตลาดโลก ผ่านการออกแบบ การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัฒนธรรมไทย พร้อมเชิญหน่วยงานรัฐ เอกชน ผู้ค้าปลีก และโรงแรมทั้งในและต่างประเทศร่วมเจรจาธุรกิจ คาดสร้างมูลค่าซื้อขายทั้งในทันทีและต่อเนื่องภายใน 1 ปี ตอกย้ำความสำเร็จของ Soft Power ไทย และยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์สู่เวทีสากล</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202509198305859f07ffcc152e602fd613207c97160659.jpg' type='image/jpg' length='174650' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“DIT” จัดมหกรรมธงฟ้า @สงขลา จับจ่ายคึกคัก 3 วัน คาดลดค่าครองชีพกว่า 3 ล้านบาท พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน .]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/124029</link>
<guid isPermaLink="false">e0bb40f674526e06f8d827118af720fe</guid>
<pubDate>Thu, 18 Sep 2025 15:55:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;DIT&rdquo; จัดมหกรรมธงฟ้า @สงขลา จับจ่ายคึกคัก 3 วัน คาดลดค่าครองชีพกว่า 3 ล้านบาท พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน<br />
.<br />
ภายในงานนำสินค้าจำเป็นราคาพิเศษมาจำหน่าย เช่น ไข่ไก่แผงละ 90 บาท น้ำมันพืชขวดละ 42 บาท ข้าวหอมมะลิราคาต้นทุน น้ำตาลกก.ละ 23 บาท รวมทั้งนมโคไทย&ndash;เดนมาร์ก ผลผลิตเกษตร และสินค้าเด่นชุมชน พร้อมย้ำว่าสินค้าธงฟ้าต้อง &ldquo;ถูกและมีคุณภาพ&rdquo; มีให้เลือกกว่า 1,000 รายการ โดยกรมฯ จะเดินหน้าจัดต่ออีก 17 จังหวัดทั่วประเทศภายในสิ้นปี และขยายโครงการธงเขียว &ldquo;ปุ๋ยถูก ยาดี&rdquo; เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกรอีกด้วย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250918b3efcf50c87614020645aa6081cce3fc155625.jpg' type='image/jpg' length='1032743' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คต. ปลื้มตลาดออสเตรเลียตอบรับข้าวไทยดีเกินคาดโดดเด่นด้านคุณภาพ ตอบโจทย์สุขภาพ ยืนหนึ่งครองใจผู้บริโภค]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/124028</link>
<guid isPermaLink="false">900d9b70c07d34947e5e3d3a929a80ff</guid>
<pubDate>Thu, 18 Sep 2025 15:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>คต. ปลื้มตลาดออสเตรเลียตอบรับข้าวไทยดีเกินคาดโดดเด่นด้านคุณภาพ ตอบโจทย์สุขภาพ ยืนหนึ่งครองใจผู้บริโภค<br />
.<br />
กรมการค้าต่างประเทศ เผยประสบผลสำเร็จ ข้าวไทยโดนใจผู้บริโภคออสเตรเลียในงาน Fine Food Australia 2025 ณ ซิดนีย์ กระแสตอบรับดีเกินคาด โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมไทย และข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่โดดเด่นด้านคุณภาพและตอบโจทย์สุขภาพ ดึงผู้เข้าชมคูหากรมการค้าต่างประเทศกว่า 2,000 ราย ตอกย้ำความนิยมที่ทำให้ออสเตรเลียยังคงนำเข้าข้าวไทยสูงสุด ครองส่วนแบ่งกว่า 35% ของตลาดนำเข้าข้าวทั้งหมด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250918b5272f2acfdda70e051370b73045b421155508.jpg' type='image/jpg' length='119969' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทยส่งออกอาหารสุนัขและแมวขึ้นแท่นเบอร์ 2 ของโลก แถมขยายตลาดได้กว้างขึ้น]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/123709</link>
<guid isPermaLink="false">da060b554a9461053573f013bfedcab3</guid>
<pubDate>Wed, 17 Sep 2025 11:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ไทยส่งออกอาหารสุนัขและแมวขึ้นแท่นเบอร์ 2 ของโลก แถมขยายตลาดได้กว้างขึ้น<br />
.<br />
โดยในปี 2567 ไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารสุนัขและแมว อันดับที่ 2 ของโลก ด้วยมูลค่า 2,677.03 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 29 เทียบกับปีก่อนหน้า และมีสัดส่วนร้อยละ 10 ของมูลค่าส่งออกอาหารสุนัขและแมวของทั้งโลก ตามหลังเยอรมนี ที่ครองอันดับที่ 1 มาหลายปี โดยเยอรมนีส่งออกเป็นมูลค่า 3,282.69 ล้านเหรียญสหรัฐ (สัดส่วนร้อยละ 12.3 ของมูลค่าส่งออกรวมของโลก) สำหรับประเทศผู้ส่งออกสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา (มูลค่าการส่งออก 2,520.71 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 9.4) โปแลนด์ (มูลค่าการส่งออก 2,408.40 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 9.0) และฝรั่งเศส (มูลค่าการส่งออก 2,307.87 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วนร้อยละ 8.6)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250917f74869cf2f86eb8b4706d430e77408f0112139.jpg' type='image/jpg' length='133017' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[มหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ‘บางกอกเจมส์’ ครั้งที่ 72 สุดอลังการ ดันเงินสะพัดกว่า 3,500 ล้านบาท]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/122562</link>
<guid isPermaLink="false">97bd5486437383b2f832e0f5b38ea2dc</guid>
<pubDate>Wed, 10 Sep 2025 15:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>9 กันยายน 2568 - นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับครั้งที่ 72 (The 72nd Bangkok Gems and Jewelry Fair) &nbsp;ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT และสนับสนุนโดยองค์กรภาครัฐและเอกชนรวมถึงสมาคมการค้าสำคัญในอุตสาหกรรมฯ 17 องค์กร ซึ่งภายในงานมีผู้เข้าร่วมทั้งในและต่างประเทศ รวม 1,106 บริษัท 2,628 คูหา จัดแสดงเต็มพื้นที่ชั้น G และ LG (Hall 1 - 8) โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานในครั้งนี้ กว่า 40,000 คน เชื่อว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 3,500 ล้านบาท</p>

<p>นายวุฒิไกรกล่าวว่า &ldquo;อัญมณีและเครื่องประดับถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย โดยเป็นอุตสาหกรรมที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มีการจ้างงานตลอดห่วงโซ่อุปทานถึงกว่า 8 แสนคนทั่วประเทศ และแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมา ทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่เป็นที่น่ายินดีว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ปี 2568 เดือนมกราคม - กรกฎาคม มีมูลค่า 8,186.28 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.73 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด โดยมีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 60.50 เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันปี 2567</p>

<p>Bangkok Gems and Jewelry Fair ที่เติบโตมากว่า 4 ทศวรรษและจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 72 ในวันที่ 9 &ndash; 13 กันยาน 2568 ถือเป็นหนึ่งในแผนงานสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ และเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม &nbsp;อัญมณีและเครื่องประดับของไทย ผมภูมิใจที่ในวันนี้ Bangkok Gems ได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อทั่วโลกว่าเป็น 1 ใน 4 งานแสดงสินค้าจิวเวลรี่สำคัญของโลก และเป็นงานที่เป็นหมุดหมายของผู้ซื้อและผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมจากนานาประเทศ &ldquo;ต้องมา&rdquo; ถือเป็นบทพิสูจน์ความเชื่อมั่นที่ผู้ซื้อทั่วโลกมีต่ออุตสาหกรรมจิวเวลรี่ไทยได้เป็นอย่างดี&rdquo;</p>

<p>ด้านนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ &nbsp;อธิบดี DITP ผู้จัดงานหลัก ได้กล่าวว่า &ldquo;ความสำคัญของงาน Bangkok Gems นอกจากจะเป็นแหล่งรวมแบรนด์จิวเวลรี่จากผู้ผลิตและส่งออกชั้นนำของไทยแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมผู้รับจ้างออกแบบและผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ทั่วโลก และเนื่องจากกว่าร้อยละ 50 ของ Exhibitor ที่เข้าร่วมงานเป็นกลุ่มสินค้าพลอยสี Bangkok Gems จึงถือเป็นแหล่งรวมผู้ค้าพลอยสีที่ใหญ่ที่สุดในโลก&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025091024afa3c62882351be3fb9b3ec12f3bf0150112.jpg' type='image/jpg' length='333760' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“จตุพร” เผย นบขพ. เห็นชอบหลักการราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สดชื้น 30% กก.ละ 7.05 บาท แห้งชื้น 14.5% กก.ละ 9.80 บาท เตรียมออกประกาศบังคับใช้ถึง 31 ก.ค.]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/121246</link>
<guid isPermaLink="false">bc03fb480b49b5a0061d61283284ea44</guid>
<pubDate>Mon, 01 Sep 2025 15:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ครั้งที่ 5/2568 ในวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการกำหนดราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม</p>

<p>โดยได้กำหนดราคารับซื้อ ข้าวโพดสด (ชนิดเมล็ด ความชื้น 30%) เพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิจิตร อุทัยธานี ราคา 7.05 บาทต่อกิโลกรัมและข้าวโพดแห้ง (ชนิดเมล็ด ความชื้น 14.5%) &nbsp;ณ หน้าโรงงานอาหารสัตว์ ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ราคา 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ราคารับซื้อข้าวโพดในจังหวัดอื่นเป็นไปตามระยะทาง ค่าขนส่ง เพิ่มหรือลดราคาตามราคาการหักลดน้ำหนักเมล็ดข้าวโพดที่มีความชื้น โดยราคาดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้จนถึงสิ้นสุดฤดูกาลผลิตในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ยังคงยึดตามข้อตกลงเดิม คือ ต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศทั้งหมด โดยในปี 2569 กำหนดให้การนำเข้าข้าวโพดภายใต้กรอบ WTO ในโควตา หรือข้าวสาลี ต้องรับซื้อข้าวโพดในประเทศ ในอัตรา 1:3&nbsp;</p>

<p>รมว.พาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ประกาศอย่างเป็นทางการจะออกโดยเร็ว ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในเร่งหารือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่างประกาศให้มีความชัดเจน ครอบคลุม และสามารถบังคับใช้ได้จริง</p>

<p>&ldquo;ในหลักการยังยืนยันราคาที่ผู้รวบรวมต้องรับซื้อข้าวโพดของเกษตรกร ที่ความชื้น 30% อยู่ที่ 7.05 บาทต่อกิโลกรัม และโรงงานอาหารสัตว์ต้องรับซื้อจากผู้รวบรวม ที่ความชื้น 14.5% ในราคา 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ราคานี้จะมีผลจนสิ้นสุดฤดูกาล เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสร้างความมั่นใจแก่พี่น้องเกษตรกร</p>

<p>โดยในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมการค้าพืชไร่และสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยที่จะร่วมกันดูแลพี่น้องเกษตรกรไทย โดยทั้งสองฝ่ายจะได้มีการประสานงานและหารือกันในประเด็นต่างๆเพื่อให้การซื้อขายเป็นไปโดยไม่ติดขัดต่อไป&ldquo; นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250901056f60c4a8256fd61beb34b393827fa4153221.jpg' type='image/jpg' length='160909' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[‘จตุพร’ นำทีมพาณิชย์ จับมือพันธมิตร เปิดแคมเปญ ‘เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2’]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/121008</link>
<guid isPermaLink="false">d2cdcac213b4470513f63f03b05eff2b</guid>
<pubDate>Fri, 29 Aug 2025 14:35:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ปีนี้จัดยิ่งใหญ่ อิ่มอร่อยที่ร้าน Thai SELECT แล้ว ส่งใบเสร็จลุ้นรับรางวัลใหญ่รวมกว่า 2 ล้านบาท เริ่มแคมเปญฯ แล้วตั้งแต่วันนี้ - 15 ตุลาคม 2568&nbsp;</p>

<p>วันที่ 29 สิงหาคม 2568<br />
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดแคมเปญ &lsquo;เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2&rsquo; ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรชั้นนำ จัดแคมเปญ &lsquo;เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2&rsquo; สานต่อความสำเร็จและต่อยอดส่งเสริมผู้ประกอบการร้านอาหารไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกระทรวงพาณิชย์ โดยหน่วยงานพันธมิตรชั้นนำที่เข้าร่วมแคมเปญฯ มอบสิทธิพิเศษแก่ผู้บริโภคและร้านอาหาร ได้แก่<br />
* LINE MAN และ Grab มอบคูปองส่วนลด/โค้ดพิเศษ THAISELECT เมื่อสั่งอาหารจากร้าน Thai SELECT&nbsp;<br />
* บัตรเครดิตกรุงไทย (KTC) มอบสิทธิประโยชน์แก่ผู้ใช้จ่ายในร้าน Thai SELECT<br />
* CP Axtra ให้โปรโมชันลดต้นทุนค่าใช้จ่ายร้าน Thai SELECT<br />
* The Mall นำร้าน Thai SELECT ออกงานแสดงสินค้า&nbsp;<br />
* การบินไทยนำร่องหนุนนักท่องเที่ยวออสเตรเลียทานอาหารที่ร้าน Thai SELECT ในประเทศไทย สามารถร่วมส่งใบเสร็จเพื่อลุ้นตั๋วเครื่องบินกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง (Australian เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT)&nbsp;<br />
* การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย * Gourmet &amp; Cuisine * สมาคมร้านอาหารไทยและสตรีทฟู้ด ช่วยประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค ตลอดจนพัฒนาศักยภาพให้ความรู้ร้านอาหารผ่านหน่วยงาน * สมาคมเชฟประเทศไทย * วิทยาลัยดุสิตธานี * วิทยาลัยเทคโนโลยีครัววันดี และ * Chef&rsquo;s Club by makro<br />
นายจตุพร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการมอบโชคแก่ผู้บริโภคที่เข้าทานอาหารที่ร้าน Thai SELECT ในประเทศไทย ภายใต้ชื่อกิจกรรม &lsquo;กินดีมีเฮง ลิ้มรสความอร่อยพร้อมลุ้นโชคสุดฟิน ไปกับ Thai SELECT&rsquo; รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท ได้แก่ ฟินที่ 1 ลุ้นทองคำหนัก 1 บาท ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษ Thai SELECT Limited Edition ฟินที่ 2 ทริปเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟตามรอยร้าน Thai SELECT และ ฟินที่ 3 Thai SELECT Cash Back รับสิทธิ์ลุ้น Cash Back รวมมูลค่ากว่า 140,000 บาท ทั้งนี้ สามารถลุ้นโชคง่ายๆ เพียงรับประทานอาหารที่ร้าน Thai SELECT ครบ 500 บาทขึ้นไป จากนั้นกรอกชื่อ&ndash;นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ พร้อมแนบภาพใบเสร็จ ผ่าน LINE Official Account: @thaiselect ก็สามารถร่วมลุ้นรางวัลได้ทันที<br />
สำหรับเหล่าครีเอเตอร์ อินฟลูเอนเซอร์ และนักสร้างสรรค์คลิปสั้น สามารถส่งผลงานเข้าร่วม &lsquo;กิจกรรมประกวดคลิปสั้น&rsquo; ภายใต้สโลแกน &lsquo;อาหารไทย ต้อง Thai SELECT&rsquo; ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวม 300,000 บาท พร้อมเกียรติบัตรและโล่รางวัล โดยอ่านรายละเอียดกิจกรรมฯ ได้ที่ Facebook: Thai SELECT Thailand, LINE Official Account: @thaiselect&nbsp;<br />
นายจตุพร กล่าวว่า ดีใจที่โครงการ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT มีพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง Thai SELECT ของเราอยู่มานานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราพยายามโปรโมทให้เพิ่มมากขึ้น อาหารไทยถือเป็น Soft Power สำคัญที่สะท้อนภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค เต็มไปด้วยเครื่องเคียงและสมุนไพรที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เราจะยกระดับ Thai SELECT ให้เทียบชั้นกับมิชลิน<br />
&ldquo;อาหารไทยคือ Soft Power ที่สำคัญ เมื่อไปต่างประเทศ คนทั่วโลกนึกถึงความเป็นไทยก็มักนึกถึงอาหารไทยและมวยไทย Thai SELECT จึงเป็นเครื่องมือยกระดับมาตรฐานร้านอาหารไทยให้คนมั่นใจ ทั้งรสชาติ คุณภาพ ราคา และความซื่อสัตย์ อยากให้ Thai SELECT เป็นทูตวัฒนธรรม ช่วยประชาสัมพันธ์อาหารไทยให้กับต่างชาติ สิ่งสำคัญคือทำให้ผู้บริโภคเชื่อใจได้ และผู้ประกอบการอยู่ได้อย่างยั่งยืน&rdquo; นายจตุพร กล่าว<br />
ทั้งนี้ ภายในงานได้ มีการจัด Showcase ร้านอาหาร Thai SELECT จำนวน 7 ร้าน ได้แก่ 1) ม่านเมือง 2) ทับขวัญ 3) มารี กีมาร์ 4) รัตนะบุรี 5) เป็นลาว 6) ปลาร้าเด้อ และ 7) เยี่ยมใต้ เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้ลิ้มรสชาติอาหารไทยแท้ จากร้าน Thai SELECT ที่มาร่วมแสดงศักยภาพ<br />
แคมเปญ เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT จะเป็นโอกาสที่นักท่องเที่ยว นักชิม นักรีวิวสายครีเอเตอร์ ได้ร่วมสนุกพร้อมลิ้มลองรสชาติอาหารไทยแท้ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำชาติไทย และหลากหลายเมนูที่ได้รับความนิยมจากนักชิมต่างชาติ นอกจากจะได้อิ่มท้องอิ่มอร่อยแล้ว ยังมีโอกาสได้ลุ้นรับโชคมากมาย โดยแคมเปญเที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT ปี 2 เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 15 ตุลาคม 2568<br />
กระทรวงพาณิชย์พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจร้านอาหารไทย ภายใต้แบรนด์ Thai SELECT ให้เป็น Soft Power อันดับ 1 ของประเทศ เชื่อมโยงอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว กระจายรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกภูมิภาคสอดคล้องกับนโยบาย &lsquo;พาณิชย์พึ่งได้&rsquo; และ &lsquo;ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย&rsquo; ที่สะท้อนภูมิปัญญาและอัตลักษณ์ไทยให้เป็นที่รู้จักแก่นักท่องเที่ยว การันตีในมาตรฐานอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล<br />
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2568) มีร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จำนวน 496 ร้าน แบ่งเป็น กรุงเทพมหานคร 82 ร้าน ภาคเหนือ 96 ร้าน ภาคกลาง 107 ร้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 87 ร้าน ภาคใต้ 87 ร้าน และ ภาคตะวันออก 37 ร้าน<br />
ดูรายละเอียดแคมเปญฯ หรือค้นหาร้านอาหาร Thai SELECT ทั่วประเทศ พร้อมรับสิทธิประโยชน์อีกมากมายที่ LINE OA: @thaiselect และ Facebook: Thai SELECT Thailand หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองธุรกิจบริการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โทรศัพท์ 0 2547 5954 e-Mail : service@dbd.go.th, Call Center 1570 และ www.dbd.go.th</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202508298ede31a72d692c2bc81cffa9b8920b5c143621.jpg' type='image/jpg' length='280382' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จตุพรหารือทูตอียู เร่งรัดการเจรจา FTA ขยายโอกาสทางการค้า]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/120602</link>
<guid isPermaLink="false">7a17eb2324aa15727d5b1c9f4a5f8db6</guid>
<pubDate>Wed, 27 Aug 2025 15:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พบหารือเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ในโอกาสที่เอกอัครราชทูตเข้าเยี่ยมคารวะเพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่ โดยทั้งสองฝ่ายเน้นย้ำสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้า และการลงทุน รวมทั้งเร่งรัดการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป (อียู)</p>

<p>นายจตุพร เปิดเผยว่า ตนได้พบหารือกับนายเดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ณ กระทรวงพาณิชย์ โดยมีนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมด้วย ซึ่งตนได้ขอบคุณนายเดวิดฯ ต่อความร่วมมือที่ผ่านมาในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอียู รวมทั้งการฟื้นการเจรจา FTA ไทย-อียู ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยขยายโอกาสทางการค้าการลงทุนระหว่างกัน โดยเฉพาะจากสถานการณ์การค้าโลกในปัจจุบัน ซึ่งทำให้การมีพันธมิตรที่เชื่อถือได้และมีความแน่นอนเป็นสิ่งจำเป็น ทั้งนี้ ตนได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การเจรจาบรรลุผลโดยเร็ว&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
นายจตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือประเด็นสำคัญอื่น ๆ เช่น ความร่วมมือเกี่ยวกับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ข้อกังวลของอียูต่อกระบวนการพิจารณารับรองและอนุญาตการนำเข้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์ของไทย และการปรับปรุงกฎหมายด้านประมงของไทย โดยไทยพร้อมร่วมมือกับฝ่ายอียูเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่ยั่งยืนร่วมกันของทุกฝ่าย<br />
&nbsp;<br />
ปัจจุบัน อียูเป็นคู่ค้าอันดับที่ 4 ของไทย รองจาก จีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568(ม.ค. - มิ.ย.) การค้าระหว่างไทย-EU มีมูลค่ารวม 21,854.89 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.14เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปยัง EU มูลค่ารวม 12,882.41 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.36 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และนำเข้าจาก EU รวมทั้งสิ้น 8,972.47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 6.71 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ไทยเป็นฝ่ายได้ดุลการค้ามูลค่า 3,909.94 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปอียู เช่น คอมพิวเตอร์และชิ้นส่วน อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยาง และรถยนต์ ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญจากอียู เช่น เครื่องจักรกล เวชภัณฑ์ เครื่องบินและอุปกรณ์ เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรไฟฟ้า</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025082774f095fd91be1236de5bf0d3317e0914152215.jpg' type='image/jpg' length='635904' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สุชาติ” มอบ DITP นำทีมถกรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเศรษฐกิจอาร์เจนตินา ผลักดันขยายความร่วมมือการค้า-เศรษฐกิจ ตอกย้ำความสัมพันธ์ครบ 70 ปี]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/120601</link>
<guid isPermaLink="false">610c1f3a007e4961073c04514be4c067</guid>
<pubDate>Wed, 27 Aug 2025 15:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นำโดยนายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เข้าหารือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจอาร์เจนตินา ผลักดันเพิ่มความร่วมมือด้านการค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ฉลองความสัมพันธ์ครบ 70 ปี พร้อมเชิญร่วมงานในรูปแบบ Argentina Country Pavilion ในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2026&nbsp;</p>

<p>นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการเข้าหารือกับนายปาโบล อกุสติน ลาวิน (Mr.Pablo Agust&iacute;n Lavigne) เลขานุการประสานงานเพื่อการผลิต กระทรวงเศรษฐกิจอาร์เจนตินา (เทียบเท่ารัฐมนตรีช่วยลำดับที่ 1)&ldquo; ได้หารือถึงการเพิ่มความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับอาร์เจนตินา เนื่องในวาระครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอาร์เจนตินาและไทย โดยที่ทางอาร์เจนตินาแสดงเจตนารมณ์ให้ความสนใจในการเปิดตลาดของสินค้าเกษตรกรรมไทยในตลาดอาร์เจนตินามากขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ เช่น มะม่วง และมะพร้าว แต่สำหรับทุเรียนยังต้องสร้างการรับรู้และความคุ้นเคยให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคชาวอาร์เจนตินาเพิ่มขึ้นกว่านี้ และเพื่อให้สินค้าเกษตรและอาหารของอาร์เจนตินาเป็นที่รู้จักในไทยและภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ตนจึงได้เชิญชวนอาร์เจนตินามาเข้าร่วมงานแสดงสินค้า THAIFEX-Anuga Asia ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารที่สำคัญที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นงานแสดงสินค้าอาหารชั้นนำของอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก โดยเสนอให้อาร์เจนตินาเข้าร่วมงานในรูปแบบ Argentina Country Pavilion ซึ่งเป็นรูปแบบที่ยังไม่เคยจัดขึ้นในงาน THAIFEX-Anuga Asia ในประเทศไทย&rdquo;</p>

<p>นอกจากนี้ &ldquo;ทางอาร์เจนตินายังได้แสดงความสนใจในการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับประเทศไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าอาหารฮาลาลและการส่งเสริมการตลาดสินค้าฮาลาลไปยังตลาดโลกมากขึ้น เนื่องจากอาร์เจนตินาเองยังเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าอาหารและเกษตรกรรมรายสำคัญของโลก อีกทั้ง ผู้บริหารระดับสูงอาร์เจนตินาได้ฝากประเด็นขอความร่วมมือกับกรมในการลดอุปสรรคการนำเข้าเนื้อสัตว์และประมงมายังไทยอีกด้วย ซึ่งกรมจะรับไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&ldquo; นายพรวิช กล่าว &nbsp; &nbsp;</p>

<p>เพื่อเป็นการฉลองวาระครบรอบ 70 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างอาร์เจนตินาและไทยกระทรวงพาณิชย์ ขอใช้โอกาสนี้เฉลิมฉลองความสัมพันธ์อันดี และสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำอาร์เจนตินายังได้ทำการจัดฉายภาพยนตร์ไทย 6 เรื่อง ภายใต้ชื่องาน สัปดาห์ภาพยนตร์ไทย Semana del Cine Tailand&eacute;s ณ กรุงบัวโนสไอเรส เพื่อให้ประชาชนชาวอาร์เจนตินาได้รับชมและเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของไทย และครั้งนี้ ไทยได้นำคณะผู้ประกอบการเยือนประเทศอาร์เจนตินา จำนวน 40 บริษัท ทั้งสินค้าอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง และสินค้าอาหาร อาทิ ข้าว ขนมขบเคี้ยว อาหารกระป๋อง และเครื่องดื่ม เข้าร่วมกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าอาร์เจนตินา และคณะผู้ประกอบการไทยจะสำรวจความต้องการและเทรนด์ผู้บริโภคในอาร์เจนตินา เพื่อยกระดับและกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับอาร์เจนตินาต่อไป</p>

<p>สำหรับความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-อาร์เจนตินา ครึ่งปีแรกของปี 2568 (ม.ค.-มิ.ย.68) มูลค่าการส่งออกรวม 1,082.27 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยไทยส่งออกไปอาร์เจนตินามูลค่า 883.27 ล้านเหรียญสหรัฐ โตขึ้นจากปีที่ 2567 ร้อยละ 24.22 โดยมีสินค้าส่งออกหลักได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบเครื่องจักรกล เหล็ก เหล็กหล้าและผลิตภัณฑ์ และผลิตภัณฑ์ยาง โดยที่ไทยนำเข้าจากอาเจนตินา 199.00 ล้านเหรียญสหรัฐ ในสินค้าสัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช ผลิตภัณฑ์เวชกรรม ด้ายและเส้นใย เป็นต้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250827e38178d6cba3a94be22fa024bbd5b4bf152111.jpg' type='image/jpg' length='639642' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[”จตุพร“ ปลื้ม ครม. ไฟเขียว “3 มาตรการช่วยข้าวนาปี 68/69” วงเงินกว่า 6 หมื่นล้าน เสริมเสถียรภาพราคา-เพิ่มรายได้เกษตรกรไทยระยะยาว]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/119699</link>
<guid isPermaLink="false">ebd0bd01cdb073a1eb942077ff190bc7</guid>
<pubDate>Thu, 21 Aug 2025 14:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;จตุพร&rdquo;เผย ครม. เคาะ &ldquo;3 มาตรการช่วยข้าวนาปี 68/69&rdquo; วงเงินกว่า 6 หมื่นล้าน เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกและสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรในระยะยาว</p>

<p>นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบ &ldquo;มาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2568/69&rdquo; ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ ครอบคลุมผลผลิตเป้าหมาย 8.5 ล้านตัน โดยกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จัดทำรายละเอียดโครงการ ตามมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 2/2568 (26 มิ.ย. 68) ที่มีรองนายกรัฐมนตรี นายพิชัย ชุณหวชิร เป็นประธาน โดย ครม. ได้อนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้นกว่า 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งมี 3 มาตรการ ดังนี้<br />
1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 ให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางตนเอง 1 &ndash; 5 เดือน ได้รับค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตัน เป้าหมาย 3 ล้านตัน โดยราคาสินเชื่อข้าวหอมมะลิ 13,000 บาท/ตัน ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ 11,500 บาท/ตัน ข้าวเจ้า 8,000 บาท/ตัน ข้าวปทุมฯ 9,000 บาท/ตัน ข้าวเหนียว 10,000 บาท/ตัน วงเงินจ่ายขาดประมาณ 9,164.23 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค.68 &ndash; 31 ธ.ค. 69<br />
2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2568/69 ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้สถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน วงเงินจ่ายขาดประมาณ 656.25 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 1 ต.ค. 68 &ndash; 31 ธ.ค. 69<br />
3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2568/69 โรงสีเก็บสต็อก 2 &ndash; 6 เดือน รัฐชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เป้าหมาย 4 ล้านตัน วงเงินจ่ายขาดประมาณ 642.00 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ ครม.มีมติ (19 ส.ค. 68) &ndash; 31 ต.ค.70</p>

<p>นายจตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการทั้ง 3 โครงการนี้ กระทรวงพาณิชย์ และ ธ.ก.ส. จะเร่งดำเนินการให้ทันต่อสถานการณ์ข้าวนาปีที่กำลังทยอยเก็บเกี่ยวออกสู่ตลาด โดยเฉพาะช่วงพฤศจิกายน&ndash;ธันวาคม 2568 ซึ่งจะมีผลผลิตออกมากถึง 19.70 ล้านตัน หรือประมาณ 72% ของผลผลิตทั้งหมด ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรคาดการณ์ว่า ผลผลิตข้าวนาปี 2568/69 จะอยู่ที่ 27.22 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.21 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากปีก่อน เนื่องจากฝนไม่ทิ้งช่วงต้นฤดูเพาะปลูกจึงมีน้ำเพียงพอเพาะปลูก ซึ่งมาตรการดังกล่าว ที่จะดำเนินการจะสามารถช่วยดึงอุปทานออกจากตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดมาก และช่วยรักษาเสถียรภาพราคาข้าวให้กับเกษตรกรชาวนาได้ต่อไป</p>

<p>&ldquo;มาตรการเหล่านี้ จะช่วยดึงปริมาณข้าวบางส่วนออกจากตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกมาก ลดแรงกดดันด้านราคา และรักษาเสถียรภาพราคาข้าวให้เกษตรกรขายข้าวได้ในระดับที่เหมาะสม ไม่ถูกกดราคา อีกทั้งยังช่วยให้ชาวนามีรายได้ที่มั่นคงขึ้นในระยะยาว&rdquo; นายจตุพรกล่าวทิ้งท้าย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202508216c8ce3ba36333913a2a2c388f67bb4ee145257.jpg' type='image/jpg' length='1404543' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ฉันทวิชญ์” จับมือ รมต.สิงคโปร์ ดันส่งออกข้าว-สินค้าเกษตรไทย ส่งเสริมตลาดคาร์บอนเครดิต พร้อมหนุนเอกชนสร้างเครือข่ายธุรกิจ ขยายการค้า-ลงทุน]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/119442</link>
<guid isPermaLink="false">b9dc8e523097663987388defedd5b04b</guid>
<pubDate>Wed, 20 Aug 2025 14:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ พบหารือกับ ดร. ตัน ซี เลง (Dr. Tan See Leng) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และรัฐมนตรีผู้กำกับดูแลด้านพลังงานและวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ ริทช์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯฉลองความสัมพันธ์ครบ 60 ปี จับมือเดินหน้าขยายความร่วมมือเศรษฐกิจ ผลักดันส่งออกข้าวและสินค้าเกษตรไทย หนุนเชื่อมโยงการค้าการลงทุนไทย-สิงคโปร์ เร่งเจรจากรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนเสริมบทบาทภูมิภาคด้านดิจิทัล ส่งเสริมภาคธุรกิจในตลาดคาร์บอน&nbsp;</p>

<p>นายฉันทวิชญ์ ระบุว่า ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจในระดับนโยบาย โดยเน้นการขยายฐานคู่ค้าใหม่ผ่านความตกลงการค้าเสรี และการปรับตัวให้ทันต่อบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและแข่งขันได้ในเวทีโลก ในโอกาสนี้ สิงคโปร์เชิญไทยหารือการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเพื่อการลงทุนและการค้าแห่งอนาคตบนพื้นฐานกฎเกณฑ์พหุภาคี พร้อมกันนี้ ไทยได้ผลักดันการส่งออกข้าวของไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงข้าวเพื่อสุขภาพ อาทิ ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมนิล และข้าวสังข์หยด พร้อมได้ขอให้สิงคโปร์เร่งพิจารณารับรองแหล่งผลิตไข่ไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระและเนื้อสุกรของไทย เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าไปยังสิงคโปร์ได้โดยเร็ว</p>

<p>นายฉันทวิชญ์ เปิดเผยด้วยว่า ไทยและสิงคโปร์ต่างให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภาคเอกชนและผู้ประกอบการSME ในการดำเนินธุรกิจและสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่การผลิตโลก โดยกระทรวงพาณิชย์มีโครงการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยร่วมกิจกรรมสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับสิงคโปร์ พร้อมเชิญชวนสิงคโปร์เข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในไทย เช่น TILOG-LOGISTICX ระหว่างวันที่ 20-22 สิงหาคม 2568 และ Bangkok Gems and Jewelry Fair ระหว่างวันที่ 9-13 กันยายน 2568 เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตร และจับคู่เจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย พร้อมขอบคุณสิงคโปร์ที่เลือกจัดการประชุม Singapore Regional Business Forum ครั้งที่ 9 ในไทยเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยเสริมศักยภาพภาคธุรกิจในภูมิภาค ภายใต้แนวทางความยั่งยืน นวัตกรรม และการเชื่อมโยงเครือข่าย ที่กระทรวงพาณิชย์ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่</p>

<p>นอกจากนี้ นายฉันทวิชญ์ เพิ่มเติมด้วยว่าทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการเจรจากรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (ASEAN Digital Economy Framework Agreement: DEFA) โดยจะเป็นความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาคฉบับแรกของโลก ในโอกาสนี้ สิงคโปร์ขอบคุณไทยที่ร่วมผลักดันข้อตกลงความร่วมมือด้านคาร์บอนเครดิตระหว่างไทย-สิงคโปร์ ภายใต้ความตกลงปารีส จนสำเร็จ แม้จะเป็นข้อตกลงในระดับทวิภาคี แต่ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยกลไกคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงในภูมิภาคอาเซียน ขยายโอกาสให้กับภาคธุรกิจเข้าถึงตลาดคาร์บอน และสะท้อนถึงความร่วมมือเชิงรุกของสองประเทศในการแก้ปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลักดันเศรษฐกิจสีเขียวในอาเซียนอย่างยั่งยืน</p>

<p>ทั้งนี้ ภาพรวมการค้าระหว่างไทยกับสิงคโปร์ในปี 2567 มีมูลค่ารวม 17,758.84 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 10,363.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 7,395.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้ดุลการค้า 2,968.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-มิถุนายน) การค้ารวมมีมูลค่า 8,836.11ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวขึ้น 7.98% โดยไทยส่งออก 5,236.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.20% ขณะที่การนำเข้าจากสิงคโปร์มีมูลค่า 3,600.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 1.04%</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202508209eecdf07e20f34f691b5620b39841474145538.jpg' type='image/jpg' length='296286' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์พึ่งได้! “จตุพร” นำทีมลุยสงขลา-ยะลา ช่วยชาวสวนเบตงเพิ่มราคารับซื้อทุเรียนทันที พร้อมหนุนส่งออกทุเรียนสด-ทุเรียนแช่แข็ง ขยายตลาดใหม่ทั่วโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/119066</link>
<guid isPermaLink="false">8d07faf8ea6e7038348e915a4e3f92cb</guid>
<pubDate>Mon, 18 Aug 2025 15:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568&nbsp;<br />
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่ปฏิบัติราชการในจังหวัดสงขลาและจังหวัดยะลา เพื่อติดตามศักยภาพการผลิตและการส่งออกสินค้าสำคัญของภาคใต้ ทั้งการรับซื้อทุเรียนสดและการส่งออกทุเรียนแช่แข็ง ซึ่งเป็นสินค้าหลักในการสร้างรายได้และการส่งออกของประเทศ พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย &ldquo;พาณิชย์พึ่งได้&rdquo; และ &ldquo;ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย&rdquo; สร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย</p>

<p>จุดแรก นายจตุพรได้นำคณะเยี่ยมชมบริษัท ห้องเย็นโชติวัฒน์หาดใหญ่ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งรายใหญ่ ภายใต้แบรนด์ SEA KING, SEA CHAMPION, SEA FLOWER และ MERMAID ซึ่งตั้งแต่ปี 2566 ได้ขยายธุรกิจสู่การผลิตทุเรียนแช่แข็งเต็มรูปแบบ ผ่านบริษัทในเครือ &ldquo;ฟู้ด ฟิวเจอร์ จำกัด&rdquo; ในปี 2568 บริษัทฯ รับซื้อทุเรียนกว่า 5,000 ตัน จากหลายจังหวัดทั่วประเทศ มีกำลังการผลิต 100 ตันต่อวัน และสามารถเก็บรักษาทุเรียนแช่แข็งได้ถึง 10,000 ตัน โดยตลาดจีนยังคงเป็นตลาดหลัก พร้อมเดินหน้าขยายสู่ตลาดใหม่ทั่วโลก ซึ่งนายจตุพรได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิต เริ่มจากจุดรวบรวมผลทุเรียนสด การแกะเนื้อทุเรียนโดยเน้นทุเรียนที่สุกจัด การแช่แข็ง การบรรจุลงกล่อง และเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิ -22 องศาเซลเซียส</p>

<p>จากนั้น คณะได้เดินทางไปยัง จ.ยะลา เยี่ยมชม &ldquo;ล้งโกชาน&rdquo; ซึ่งถือเป็นจุดรับซื้อทุเรียนใหญ่ที่สุดของจังหวัด มีกำลังรับซื้อเฉลี่ยวันละ 180 ตัน หรือประมาณ 7,000 ตันต่อปี โดยทุเรียนจากเบตงขึ้นชื่อเรื่อง &ldquo;ทุเรียนสะเด็ดน้ำ&rdquo; ที่มีรสชาติหอมเป็นเอกลักษณ์ และได้รับความนิยมสูงในตลาดต่างประเทศ</p>

<p>โกชาน หรือคุณประเสริฐ คณานุรักษ์ เจ้าของล้ง เปิดเผยว่า ช่วง 2&ndash;3 ปีที่ผ่านมา ล้งไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้รับซื้อเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาให้เกษตรกรเรื่องการตั้งราคาและช่วงเวลาการตัดผลผลิต เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและสร้างความมั่นใจให้ชาวสวนว่ามีตลาดรองรับอย่างต่อเนื่อง โดยเครือข่ายการส่งออกครอบคลุมทั้งจีน ออสเตรเลีย และยุโรป ผ่านผู้ประกอบการรายใหญ่หลายราย</p>

<p>นายจตุพรได้พบปะพูดคุยกับชาวสวนในพื้นที่ พร้อมรับฟังปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิต ทั้งค่าปุ๋ยและค่ายาฆ่าแมลง และยืนยันว่าจะนำ &ldquo;สินค้าธงเขียว&rdquo; ราคาถูกเข้ามาช่วยลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร นอกจากนี้ ยังได้ประสานผู้ประกอบการให้ปรับราคารับซื้อทุเรียนในพื้นที่เบตงจาก 85 บาทเป็น 90 บาทต่อกิโลกรัมทันที โดยผู้รับซื้อได้ประกาศเปลี่ยนป้ายราคา ณ จุดรับซื้อ ต่อหน้าชาวสวนที่มาส่งทุเรียนในวันเดียวกัน</p>

<p>&ldquo;ผมชื่นชมล้งโกชานที่ไม่ใช่แค่ผู้รับซื้อ แต่เป็นที่ปรึกษาและคู่คิดให้เกษตรกร การที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายตกลงปรับราคาร่วมกันต่อหน้าชาวสวน เป็นภาพที่สะท้อนความจริงใจและการช่วยเหลือกันแบบไทย ๆ วันนี้ผมและพี่น้องชาวสวนแฮปปี้ไปด้วยกันครับ&rdquo; นายจตุพร กล่าว</p>

<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ย้ำว่า กระทรวงพร้อมเดินหน้าขยายตลาดใหม่ทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา ผ่านกิจกรรมเจรจาการค้า งานแสดงสินค้านานาชาติ และการทำตลาดเชิงรุก เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการค้าให้ผู้ประกอบการไทย เป้าหมายคือทำให้เกษตรกรและผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่า พาณิชย์พึ่งได้จริง</p>

<p>โดยข้อมูลการส่งออกทุเรียนของไทย (มกราคม &ndash; มิถุนายน 2568) ปริมาณการส่งออกทั้งหมด 673,668 ตัน มูลค่า 2,918.62 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 70,802.02 ล้านบาท)หดตัวร้อยละ 2.67 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 สำหรับสัดส่วนการส่งออกสินค้า แบ่งเป็น ทุเรียนสด: 90.67% ทุเรียนแช่เย็นจนแข็ง: 9.01% ทุเรียนกวนและอบแห้ง: 0.31% โดยตลาดหลัก ได้แก่ 1.จีน (96.77%) 2.ฮ่องกง (0.83%) และ 3.มาเลเซีย (0.78%) &nbsp;ตลาดที่มีอัตราการขยายตัวสูงได้แก่ มาเลเซีย (ทุเรียนสด +1,984%) สหรัฐอเมริกา (ทุเรียนแช่เย็น/แช่แข็ง +150%) และไต้หวัน (ทุเรียนแช่เย็น/แช่แข็ง +143%) เป็นต้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250818f580b17b0aad792b8795038142b5bb42154605.jpg' type='image/jpg' length='274859' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[‘จตุพร’ ขอบคุณพลัง “ไทยช่วยไทย” ดันราคาลำไย รูดร่วงเกรด AA ขยับสูงขึ้นแตะ 13 บาท/กก. ย้ำ เดินหน้าทุกมาตรการช่วยลำไยจนจบฤดูกาล]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/119065</link>
<guid isPermaLink="false">ab8ff8a58827c82a95c9d790e8df0c09</guid>
<pubDate>Mon, 18 Aug 2025 15:44:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 18 สิงหาคม 2568 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ DIT กรมการค้าภายใน ติดตามสถานการณ์การซื้อขายลำไยภาคเหนืออย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลผลิตลำไยพันธุ์อีดอในพื้นที่ภาคเหนือใน ซึ่งขณะนี้ผลผลิตลำไยใน 8 จังหวัดภาคเหนือได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงรายพะเยา น่าน ลำปาง ตาก และแพร่ มีปริมาณที่ออกสู่ตลาดแล้วกว่า 700,000 ตัน คิดเป็นร้อยละ 63 ของผลผลิตทั้งหมดในปี 2568 โดย DIT ได้เร่งดำเนินมาตรการเชิงรุกตั้งแต่ต้นฤดูกาลทั้งด้านการกระจายผลผลิตและการเชื่อมโยงตลาดทั่วประเทศ รวมทั้งการสนับสนุนเข้าสู่การแปรรูปเป็นลำไยอบแห้งเพื่อส่งออก เพื่อดูดซับผลผลิตที่ออกมากในช่วงฤดูกาลให้มากที่สุด</p>

<p>นายจตุพร กล่าวต่อว่า &quot;ตามนโยบาย &ldquo;ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย&rdquo; และพาณิชย์พึ่งได้ ในการบูรณาการร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วน ทั้งห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ตลาดกลางสินค้าเกษตร ผู้ส่งออก สมาคมผู้ผลิตลำไยอบแห้งภาคเหนือ รวมถึงภาคเอกชนที่เข้ามาทำกิจกรรม CSR โดยเฉพาะบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SET และภาครัฐต่าง ๆ ที่รับซื้อลำไยอีดอจากเกษตรกรโดยตรง ผ่านการประสานของกรมการค้าภายใน ซึ่งช่วยลดปริมาณผลผลิตล้นตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สถานการณ์ราคาลำไยปัจจุบัน (ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2568) ลำไยสดช่อ เกรด AA อยู่ที่ 27 บาท/กก. เกรด A อยู่ที่ 23 บาท/กก. ขณะที่ลำไยรูดร่วง เกรด AA อยู่ที่ 13 บาท/กก. และเกรด A อยู่ที่ 8 บาท/กก. ปรับราคาสูงขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน 4-5 บาทต่อกก. ซึ่งทำให้พี่น้องเกษตรกรพอใจเป็นอย่างมาก&rdquo;</p>

<p>นายจตุพร กล่าวว่า &quot;ประการสำคัญที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยได้ขายผลผลิตได้ในราคาดีขึ้น คือ การช่วยกันซื้อช่วยกันบริโภคผลไม้ไทยของพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ผ่านกลไกของการจัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ &ldquo;THAI FRUITS FESTIVAL 2025&rdquo; ทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ โดยมีคำสั่งซื้อของประชาชน ส่วนราชการ และเอกชนที่อยู่ในภาคอื่น ๆ ที่ช่วยกันสั่งซื้อลำไย ทำให้สามารถกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตได้ในปริมาณมาก สร้างสมดุลระหว่างแหล่งผลิตและแหล่งบริโภค ลดปัญหาล้นตลาดในพื้นที่ภาคเหนือได้อย่างเป็นชัดเจน</p>

<p>นอกจากนี้ DIT ยังได้เปิดจุดจำหน่ายในกรุงเทพมหานคร และนนทบุรีให้เกษตรกรนำลำไยมาขายโดยตรงแก่ผู้บริโภค โดยสนับสนุนค่าขนส่งให้กับเกษตรกรนำลำไยจากสวนมาจำหน่ายตลอดเดือนสิงหาคมนี้ในชุมชนต่าง ๆ อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข อาคารมาลีนนท์ เพื่อให้ประชาชนได้ช่วยอุดหนุนเกษตรกรโดยตรง สร้างรายได้และความมั่นใจให้กับผู้ปลูกลำไยในพื้นที่ ขณะเดียวกัน DIT ยังได้สนับสนุนกล่องบรรจุภัณฑ์และตะกร้าลำไย ส่งมอบให้แก่กลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ในจังหวัดภาคเหนือเพื่อนำไปใช้ในการบรรจุผลผลิตลำไยเพื่อจัดส่งให้กับผู้สั่งซื้อทั่วประเทศ ซึ่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มปริมาณการซื้อลำไยผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย</p>

<p>นายจตุพร ย้ำว่า &quot;ผลจากการบริหารจัดการและความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง ทำให้ราคาลำไยอีดอในหลายพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และกระทรวงพาณิชย์พร้อมเดินหน้าตามนโยบาย &ldquo;พาณิชย์พึ่งได้ ไทยช่วยไทย&rdquo; เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ดูแลราคาสินค้าเกษตร และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคทั่วประเทศ&quot;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250818a0233cf9f10e6bb209c51d0a78c44bd9154515.jpg' type='image/jpg' length='158026' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สุชาติ” จับมือ Gübelin ยักษ์ใหญ่วงการอัญมณีสวิส ดึงซื้อพลอย–เครื่องประดับจากไทย พร้อมคุย Migros ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ ผลักดันสินค้าไทยบุกตลาดสวิตฯ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/118407</link>
<guid isPermaLink="false">5603f8c4cd4cf99acd3099e1d3870bfc</guid>
<pubDate>Wed, 13 Aug 2025 14:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 11 สิงหาคม 2568 ตามเวลาท้องถิ่น สมาพันธรัฐสวิส&nbsp;<br />
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และนางสาวจีรนันท์ หิรัญญสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต เข้าพบผู้บริหารบริษัท G&uuml;belin หนึ่งในแบรนด์หรูด้านอัญมณีและนาฬิกาชื่อดังระดับโลก เพื่อหารือความร่วมมือด้านการค้าพลอยและเครื่องประดับกับประเทศไทย ดึงพลอยไทยสู่แบรนด์หรูระดับโลก</p>

<p>ได้นำคณะหารือกับ Ms. Bettina B&ouml;rner, Senior Director Jewellery Product Development &amp; Production และ Mr. Cl&eacute;ment Mercier,Boutique Manager ของ G&uuml;belin ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัวสวิสก่อตั้งตั้งแต่ปี 1854 มีชื่อเสียงในฐานะ &ldquo;House of G&uuml;belin&rdquo; ครอบคลุมธุรกิจร้านเครื่องประดับ นาฬิกา และสถาบันอัญมณีศาสตร์ G&uuml;belin Gem Lab ซึ่งมีศูนย์ตรวจสอบอัญมณีในหลายประเทศ รวมถึงกรุงเทพฯ</p>

<p>นายสุชาติได้ชี้โอกาสให้บริษัทนำเข้าพลอยสีและวัตถุดิบอัญมณีคุณภาพสูงจากไทย พร้อมเชิญร่วมงาน Bangkok Gems &amp; Jewelry Fair (9&ndash;13 กันยายน 2568) และ เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี (5&ndash;10 ธันวาคม 2568) เพื่อพบผู้ผลิต&ndash;ผู้ส่งออกไทยโดยตรง บริษัทแสดงความสนใจมองหา supplier รายใหม่จากไทย พร้อมโชว์สร้อยที่ใช้พลอยจากประเทศไทย และยืนยันคุณภาพเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก</p>

<p>และในวันเดียวกัน นายสุชาติยังได้เข้าพบผู้บริหาร Migros Geneva สาขา Migros Balexert ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อผลักดันการนำเข้าสินค้าไทยเพิ่ม โดยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย&ndash;EFTA ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของสินค้าไทย</p>

<p>นายสุชาติ เปิดเผยว่า สินค้าไทยหลายชนิดได้รับความนิยมสูงในสวิตเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะ ข้าวหอมมะลิออร์แกนิคจากศรีสะเกษ ที่มีการเล่าเรื่องราว (storytelling) จนขายได้ราคาสูง เหมาะกับผู้รักสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีสินค้าเครื่องแกง ซอสปรุงรส กะทิ เส้นหมี่ สับปะรดกระป๋อง และน้ำจิ้มไก่ ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดท้องถิ่น</p>

<p>ทั้งนี้ ได้เชิญชวนให้ Migros เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX &ndash; Anuga Asia 2026 เพื่อคัดเลือกสินค้าและพบปะผู้ผลิตไทย รวมถึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในสวิตเซอร์แลนด์ให้มากขึ้น โดยให้ทูตพาณิชย์ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ทั้งการเจรจาจับคู่ธุรกิจและการเยี่ยมชมแหล่งผลิตในประเทศไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250813091055b8d83ec319f43168c7ffcc748d142639.jpg' type='image/jpg' length='159552' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“จตุพร-ฉันทวิชญ์” ถกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ร่วมแก้โจทย์ส่งออกข้าวปี 68 รับมือตลาดโลกผันผวน จับมือเร่งเจาะตลาด จีน -บังกลาเทศ-ซาอุฯ-ญี่ปุ่น ส่งเสริมเกษตรกรไทยแข่งขันได้]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/118099</link>
<guid isPermaLink="false">2ba79253feed85747a9db228a8cb3132</guid>
<pubDate>Fri, 08 Aug 2025 15:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2568 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือร่วมกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย นำโดย ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมฯ ณ ห้องประชุมกิติยากรวรลักษณ์ ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมี นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมด้วย เพื่อหารือสถานการณ์ส่งออกข้าวของไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 ท่ามกลางความท้าทายจากตลาดโลก พร้อมกำหนดแนวทางร่วมกันในการผลักดันข้าวไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยมีการนำเสนอภาพรวมสถานการณ์การส่งออก แนวโน้มตลาด และข้อเสนอจากภาคเอกชนต่อรัฐบาล เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ข้าวไทยในสถานการณ์ปัจจุบัน</p>

<p>นายจตุพร กล่าวว่า ข้าวเป็นสินค้าเกษตรหลักที่มีผลต่อรายได้เกษตรกรและเศรษฐกิจของประเทศ หากการส่งออกมีปัญหา ย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งด้านพันธุ์ข้าว ปุ๋ย ยา และต้นทุนการผลิต ซึ่งกระทรวงฯ ได้ริเริ่ม &ldquo;โครงการธงเขียว&rdquo; เพื่อลดภาระต้นทุนของเกษตรกร และเตรียมส่งเสริมการผลิตข้าวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกอย่างแท้จริง</p>

<p>พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศประสานทูตพาณิชย์เร่งติดต่อกับทางการจีน เพื่อผลักดันการส่งออกข้าวตามโควตาที่เหลืออีก 280,000 ตัน รวมทั้งเจาะตลาดผ่านงาน China-ASEAN EXPO 2025 ณ เมืองหนานหนิง เดือนกันยายน 2568 และงาน China International Import Expo (CIIE) 2025 ที่นครเซี่ยงไฮ้ เดือนพฤศจิกายน 2568 นอกจากนี้ ยังเน้นเจาะตลาดสำคัญอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น ซาอุดีอาระเบีย และบังกลาเทศ ซึ่งเป็นตลาดข้าวขาวและข้าวนึ่ง รวมทั้งฮ่องกงซึ่งเป็นตลาดข้าวหอมมะลิศักยภาพ โดยเฉพาะฮ่องกงที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง</p>

<p>&ldquo;ในประเทศ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเตรียมออกมาตรการส่งเสริมการบริโภคและระบายสต็อกข้าวนาปี คาดว่าจะสามารถดึงข้าวเปลือกออกได้ประมาณ 8.5 ล้านตัน ผ่านจุดกระตุ้นตลาดนัดข้าวเปลือก สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และยุ้งฉางของเกษตรกร เพื่อให้มีแรงซื้อในประเทศ พร้อมเร่งระบายข้าวไปยังตลาดศักยภาพทั่วโลก&rdquo; นายจตุพรกล่าว</p>

<p>ด้านภาคเอกชน โดยนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมฯ กล่าวว่า ปี 2568 เป็นปีที่ท้าทายมาก เนื่องจากปริมาณข้าวในตลาดโลกสูง ขณะที่ความต้องการลดลง เช่น อินโดนีเซียที่เคยนำเข้า 4 ล้านตันในปีก่อน คาดว่าอาจซื้อเพียงเล็กน้อยช่วงปลายปี ขณะเดียวกัน ราคาข้าวก็ลดลงเหลือกิโลกรัมละ 10.50 บาท จากเดิม 19&ndash;20 บาท ส่งผลให้เกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง</p>

<p>&ldquo;คู่แข่งของเราพัฒนาเรื่องพันธุ์ข้าวได้ดีขึ้น ทำให้ความแตกต่างด้านคุณภาพลดลง หากราคาข้าวไทยแพงกว่าก็มีแนวโน้มที่ผู้ซื้อจะเปลี่ยนไปซื้อจากประเทศอื่น ดังนั้นต้องเน้นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขาย โดยเฉพาะในตลาดที่มีศักยภาพ เช่น จีน และตะวันออกกลาง พร้อมเร่งพัฒนาความหลากหลายของข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวนุ่มซึ่งกำลังได้รับความนิยมในเอเชีย&rdquo; นายชูเกียรติกล่าว</p>

<p>ขณะที่ ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมฯ ได้เสนอให้รัฐบาลดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ และอยู่ในระดับอ่อนค่าประมาณ 33&ndash;34 บาทต่อดอลลาร์ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทย ซึ่งหากค่าเงินบาทผันผวนจะกระทบต่อการตัดสินใจขายและซื้อของทั้งผู้ส่งออกและผู้นำเข้าโดยตรง</p>

<p>พร้อมกันนี้ ยังได้เสนอให้เร่งเปิดตลาดข้าวในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งใช้ข้าวแข็งในการเลี้ยงแรงงานในแคมป์ และขอให้ผลักดันโควตาการส่งออกข้าวไปญี่ปุ่น รวมถึงผลักดันการส่งออกข้าวไปอิรัก ซึ่งเป็นตลาดศักยภาพที่ไทยควรขยายปริมาณการขายเพิ่มขึ้น</p>

<p>จากรายงานของกรมการค้าต่างประเทศ พบว่า ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค.&ndash;มิ.ย. 2568) ไทยส่งออกข้าวได้ 3.73 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 75,563 ล้านบาท ลดลง 27.29% และ 36.45% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ คาดว่าทั้งปีจะส่งออกได้ 7.5 ล้านตัน โดยได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากปัจจัยสำคัญ อาทิ ปริมาณผลผลิตข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้น อินเดียกลับมาส่งออกปริมาณมากและมีสต็อกข้าวในประเทศสูง และอินโดนีเซียลดการนำเข้า รวมทั้งเงินบาทแข็งค่า</p>

<p>สำหรับชนิดข้าวที่ไทยส่งออกมากที่สุด ได้แก่ ข้าวขาว คิดเป็น 47.19% ของปริมาณส่งออกข้าวไทยทั้งหมด รองลงมาคือข้าวหอมมะลิไทย ข้าวนึ่ง และข้าวหอมไทย โดยมีตลาดสำคัญ ได้แก่ อิรัก สหรัฐฯ แอฟริกาใต้ จีน และเซเนกัล ซึ่งไทยยังคงสามารถขยายตลาดได้ในตะวันออกกลางและยุโรป แม้ตลาดเอเชียและแอฟริกาจะหดตัวลง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250808523eeb5e7dbf62c076d20b4defdfa563150031.jpg' type='image/jpg' length='1714102' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์ เผย ยกทัพผู้ประกอบการจากทั่วประเทศบุกเชียงใหม่ จัดงาน Border Trade Expo 2025 @ Chiangmai สร้างมูลค่าการค้ากว่า 59 ล้านบาท ดันยอดรวมของงาน Lanna Expo 2025 ทะลุ 126 ล้านบาท]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/117881</link>
<guid isPermaLink="false">e64f1a25f7c24f887bc69073f23617da</guid>
<pubDate>Thu, 07 Aug 2025 15:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าต่างประเทศจัดงานมหกรรมการค้าชายแดน ณ จังหวัดเชียงใหม่ &ldquo;Border Trade Expo 2025 @ Chiangmai&rdquo; ภายใต้โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสทางการค้าให้ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการรายย่อยในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ในพื้นที่ตามแนวชายแดนหรือระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ภาคเหนือ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยการจัดงานครั้งนี้ กรมฯ ได้ร่วมบูรณาการกับกลุ่มภาคเหนือตอนบน 1 (เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง) ในงาน Lanna Expo 2025 ณ ศูนย์ประชุมและ แสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 22 &ndash; 28 กรกฎาคม 2568&nbsp;</p>

<p>โดยปีนี้เป็นโอกาสพิเศษที่กองความร่วมมือการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ ได้นำผู้ประกอบการจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศกว่า 50 จังหวัด ร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ 150 คูหา เป็นครั้งแรก เนื่องจากเดิมงาน Lanna Expo เป็นงานเฉพาะของกลุ่ม จังหวัดภาคเหนือตอนบน 1 ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศเป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าระหว่างกลุ่มภาคเหนือตอนบนและภูมิภาคอื่นๆ เพื่อเป็นการเปิดประตูการค้า ผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่การค้าระดับนานาชาติ&nbsp;</p>

<p>นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากิจกรรมของกรมการค้าต่างประเทศในงานมหกรรมการค้าชายแดน ณ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี สร้างมูลค่าการค้ารวมกว่า 59 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย 3 กิจกรรม คือ&nbsp;</p>

<p>1. การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากว่า 150 คูหา โดยผู้ประกอบการมีศักยภาพในการส่งออกจากกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 22 &ndash; 28 กรกฎาคม 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ มูลค่าการซื้อขาย ทะลุ 1 ล้านบาท ทุกวันตลอด 7 วันของการจัดงาน ดันยอดรวมในพื้นที่ของงาน &ldquo;Border Trade Expo 2025 @ Chiangmai&rdquo; กว่า 9.24 ล้านบาท โดยมีสินค้าคุณภาพที่นำมาจัดแสดงและจำหน่าย อาทิ ของใชของตกแต่งและเฟอรนิเจอร อาหารและเครื่องดื่ม (แบบมีบรรจุภัณฑ) &nbsp;เครื่องสําอางและผลิตภัณฑดูแลรางกาย และเครื่องแตงกายและเครื่องประดับ นอกจากนี้ ยังมีการออกบูธแนะนำแพลตฟอร์มสำหรับซื้อ-ขาย ผลงานทรัพย์สินทางปัญญา ภายใต้ชื่อ ตลาดกลางทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP Mart โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา อีกด้วย&nbsp;</p>

<p><br />
2. การจับคู่เจรจาธุรกิจ ระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อจากต่างประเทศ อาทิ สิงคโปร์ จีน อินเดีย และฮังการี ระหว่างวันที่ 23 - 28 กรกฎาคม 2568 โดยมีจำนวนคู่เจรจาธุรกิจ 39 คู่ จากผู้ประกอบการไทย (ผู้ขาย) 35 ราย กับผู้ซื้อจากต่างประเทศ 8 ราย เกิดคาดการณ์คำสั่งซื้อภายใน 6 เดือน ถึง 1 ปี รวมกว่า 50 ล้านบาท&nbsp;</p>

<p><br />
3. การสัมมนาให้ความรู้ด้านการค้าการลงทุนและการทำธุรกิจกับต่างประเทศ ระหว่างวันที่ 25 &ndash; 26 กรกฎาคม 2568 ใน 4 หัวข้อ ได้แก่ 1) &ldquo;จากมือใหม่สู่ผู้ส่งออก เริ่มยังไงให้มั่นใจ&rdquo; 2) &ldquo;การพัฒนาผู้ประกอบการส่งออกระหว่างประเทศใช้ AI ในการวิเคราะห์ตลาดและพัฒนาธุรกิจ&rdquo; 3) &ldquo;สินค้าท้องถิ่นไทยในระบบเศรษฐกิจใหม่&rdquo; 4) &ldquo;การสนับสนุน SME ไทยสู่ตลาดชายแดน&rdquo; โดยวิทยากรผู้มากความรู้และประสบการณ์ในหัวข้อดังกล่าวจากทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเข้าร่วมสัมมนามากกว่า 400 คน&nbsp;</p>

<p>นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เชื่อมั่นว่าการจัดงานในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือตอนบน รวมถึงผู้ประกอบการในภูมิภาคอื่นๆ จากทั่วประเทศ โดยในภาพรวมการจัดงาน Lanna Expo 2025 สามารถดึงดูดผู้เข้าชมงานมากกว่า 100,000 คน สร้างมูลค่าการค้ากว่า 126 ล้านบาท จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่มาเข้าร่วมบูรณาการภายในงานมากกว่า 20 หน่วยงาน เช่น กรมการค้าต่างประเทศ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลำพูน สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) เป็นต้น โดยแบ่งเป็นยอดจำหน่ายสินค้าภายในงานกว่า 45 ล้านบาท และยอดคาดการณ์คำสั่งซื้อภายใน 1 ปี กว่า 81 ล้านบาท</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250807a5d79ba7971a2549986f2e985d17bc0d153340.jpg' type='image/jpg' length='352244' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ITD เปิดภารกิจเชิงรุกเป็นเวทีกลางทางความคิด สนับสนุนการค้าไทย]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/117696</link>
<guid isPermaLink="false">272d7d003235f078e4197408b4ce34e5</guid>
<pubDate>Wed, 06 Aug 2025 15:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กรุงเทพฯ 6 สิงหาคม 2568 สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD เร่งเดินหน้าภารกิจสอดรับนโยบายกระทรวงพาณิชย์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่เผชิญกับต้นทุนสูง ข้อจำกัดทางเทคโนโลยี และความท้าทายในการเข้าถึงตลาดโลก โดย ITD เตรียมใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ข้อมูลตลาดเชิงลึก ควบคู่กับการเป็นเวทีกลางเพื่อรวมพลังทุกภาคส่วนสร้างเอกภาพทางการค้าไทย</p>

<p>นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของตลาดโลก ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงกติกาการค้าใหม่ ๆ ทำให้ทุกประเทศต้องปรับตัว กระทรวงพาณิชย์จึงมุ่งผลักดันให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs มีความพร้อมและยืนหยัดแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างเข้มแข็ง ผ่านการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI เพื่อวิเคราะห์ตลาดแม่นยำและเชื่อมโยงข้อมูลการค้าอย่างมีประสิทธิภาพ บทบาทของ ITD จะไม่ได้จำกัดแค่การเป็นหน่วยวิชาการ แต่จะเป็น &ldquo;Think Tank ที่ขับเคลื่อนด้วยการรับฟังและเชื่อมโยงทุกภาคส่วน</p>

<p>&ldquo;ITD มีศักยภาพที่จะทำให้บทสนทนาที่ยาก ๆ ในประเทศเกิดขึ้นได้ และนำไปสู่การสร้างเอกภาพ เพราะเรามองว่า ITD ไม่ใช่เพียงผู้ทำข้อมูลหรือวิจัย แต่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อนำความเห็นเหล่านั้นมาหลอมรวมเพื่อขับเคลื่อนการค้าของไทยไปข้างหน้า&rdquo; นายฉันทวิชญ์ กล่าว</p>

<p>และเราต้องพูดคุยกับต่างประเทศด้วย ไม่ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อดูว่ามุมมองทางการค้าของพวกเขาเป็นอย่างไร และจะประสานความร่วมมือได้อย่างไร สิ่งนี้จะช่วยหนุนเสริมการขับเคลื่อนงานของกระทรวงพาณิชย์ในทุกมิติ ซึ่งการขับเคลื่อนการค้าไทยในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้องใช้ทั้ง &ldquo;เทคโนโลยี AI&rdquo; และ &ldquo;เวทีพูดคุยที่เปิดกว้าง&rdquo; ซึ่ง ITD จะทำหน้าที่เชื่อมโยงทุกเสียง สร้างเอกภาพในประเทศ และช่วยผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs เดินหน้าสู่ความสำเร็จในตลาดโลก</p>

<p>ด้าน นายสุภกิจ เจริญกุล ผู้อำนวยการสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา เผยว่า &ldquo;ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกการค้ากำลังก้าวเข้าสู่ยุคของกติกาการค้าใหม่ที่มีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นประเด็นด้าน ESG, มาตรการ CBAM, ภาษีคาร์บอน, การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (DigitalTransformation) ไปจนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจแบ่งขั้ว (Fragmentation) ที่เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลกอย่างสิ้นเชิง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจราว 6.5 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 35% ของ GDP ยังคงเผชิญอุปสรรคที่หลากหลายและเฉพาะเจาะจงตามลักษณะอุตสาหกรรม ทั้งต้นทุนการผลิตที่สูง มาตรฐานการผลิตที่ซับซ้อน ข้อจำกัดด้านทรัพยากร เทคโนโลยี และการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงมีศักยภาพโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจของอาเซียน ด้วยจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ เครือข่ายการค้า และระบบเศรษฐกิจแบบเปิดที่พร้อมรองรับการเติบโตของผู้ประกอบการในระดับภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัว และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในเวทีการค้าโลก โดยผู้ประกอบการและธุรกิจ SMEs ของไทยควรเร่งดำเนินการใน 3 ประเด็นสำคัญ ดังนี้</p>

<p>&bull;&nbsp;ยกระดับองค์ความรู้ด้านมาตรฐานสากล ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs จำเป็นต้องเร่งเรียนรู้และปรับตัวให้ทันต่อมาตรฐานใหม่ของโลก ไม่ว่าจะเป็น ESG, CBAM หรือข้อกำหนดในห่วงโซ่อุปทานของนักลงทุนต่างชาติ การทำความเข้าใจและนำมาตรฐานเหล่านี้มาปรับใช้จะช่วยให้สามารถเข้าสู่ตลาดสากลได้อย่างมั่นใจ พร้อมทั้งควรศึกษาวิธีใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจในเวทีโลก</p>

<p>&bull;&nbsp;พัฒนาคุณภาพสินค้าและใช้เทคโนโลยีเสริมศักยภาพ การเพิ่มคุณภาพสินค้าเป็นสิ่งจำเป็นในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้น ผู้ประกอบการควรนำนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการผลิตและการให้บริการ อาทิ ระบบอัตโนมัติ การวิเคราะห์ข้อมูล หรือเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนและเวลา ซึ่งล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความได้เปรียบในตลาดต่างประเทศ</p>

<p>&bull;&nbsp;กระจายตลาดส่งออกเพื่อบริหารความเสี่ยง ภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำให้การพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียวเป็นเรื่องเสี่ยง ผู้ประกอบการควรสำรวจและขยายไปยังตลาดใหม่ ๆ เช่น อาเซียน เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง หรือแอฟริกา เพื่อกระจายความเสี่ยง เพิ่มเสถียรภาพและสร้างรากฐานทางการค้าที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>

<p>&ldquo;สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา หรือ ITD ภายใต้กระทรวงพาณิชย์ พร้อมเดินหน้าทำหน้าที่เป็น &ldquo;เวทีกลางทางความคิด&rdquo; ที่เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก เพราะผู้ประกอบการไทยในปัจจุบันไม่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดได้เพียงจากปัจจัยทางด้านต้นทุนหรือแรงงานเท่านั้น จำเป็นต้องมี ข้อมูล ความเข้าใจ และการเชื่อมโยง เพื่อเป็นการสร้างความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการไทย ทั้งหมดนี้ ITD พร้อมเดินหน้าเพื่อเป็นกลไกสำคัญของประเทศในการขับเคลื่อนความร่วมมือระดับภูมิภาคและการพัฒนาเศรษฐกิจ และผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยก้าวทันกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดยั้ง&rdquo; นายสุภกิจ กล่าวสรุป</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025080603e1164a266d8eca07093af623e56637151429.jpg' type='image/jpg' length='188553' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“จตุพร” มอบรางวัล “สุดยอดชุมชนต้นแบบ Digital Village by DBD ปี 2568” ดันธุรกิจชุมชนสู่โลกออนไลน์ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่นยั่งยืน]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/117531</link>
<guid isPermaLink="false">2ada296fe7c29b06aee1798f6d217717</guid>
<pubDate>Tue, 05 Aug 2025 15:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันนี้ (4 สิงหาคม 2568) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล &ldquo;สุดยอดชุมชนต้นแบบ Digital Village by DBD ปี 2568&rdquo; ณ ลานกิจกรรม ชั้น G ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ &nbsp;โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และหน่วยงานพันธมิตร TikTok Shop, NocNoc, LINE Thailand และ AIS ร่วมด้วย โดยกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดกิจกรรมเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนทั่วประเทศ ให้สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ e-Commerce เพิ่มช่องทางการตลาด และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน</p>

<p>นายจตุพร กล่าวว่า ปัจจุบันโลกการค้าเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการค้าบนโลกออนไลน์ ที่ต้องอาศัยระบบจัดการที่ดี การตลาดที่สร้างสรรค์ และการขนส่งที่ทันสมัย โครงการ Digital Village ช่วยให้ผู้ประกอบการชุมชนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะการตลาดออนไลน์ ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น ทำให้สามารถนำไปต่อยอดธุรกิจได้จริง</p>

<p>ภายใต้โครงการในปีนี้ มีผู้ประกอบการจาก 220 ชุมชนทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม และผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้าย 20 ชุมชน ก่อนจะคัดเลือก 5 ชุมชนที่โดดเด่นที่สุด เป็น &ldquo;Best of Digital Village 2025&rdquo; ได้แก่<br />
-ภาคเหนือ: วิสาหกิจชุมชนผลิตภัณฑ์จากผึ้งป่าก๋อย จังหวัดเชียงราย<br />
-ภาคกลาง: วิสาหกิจชุมชนลูกชาวไร่ (มันหวานญี่ปุ่น) จังหวัดราชบุรี และ วิสาหกิจชุมชนเกษตรบูรณาการ (ผงดอกกะเพราป่า) จังหวัดกาญจนบุรี<br />
-ภาคอีสาน: วิสาหกิจชุมชนชอบไหม (ผ้าไหมไทย) จังหวัดสุรินทร์<br />
-ภาคใต้: วิสาหกิจชุมชนข้าวซ้อมมือบ้านควนปอม จังหวัดพัทลุง</p>

<p><br />
&ldquo;ชุมชนเหล่านี้ถือเป็นผู้บุกเบิกที่สามารถนำสินค้าที่มีเอกลักษณ์ท้องถิ่นเข้าสู่โลกออนไลน์ได้สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมมีบทบาทสำคัญในการสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ตามนโยบาย ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย ที่ได้ให้ไว้กับกระทรวงพาณิชย์&rdquo; รมว.พาณิชย์ กล่าว</p>

<p>สำหรับไฮไลท์ของงาน นอกจากการมอบรางวัลแล้ว ยังมีการ Live สดขายสินค้า ผ่าน TikTok โดยมี 4 อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังร่วมโปรโมท ได้แก่ หยาดพิรุณ, เตย &amp; แม่จอย, ตุ๊กกี้, และ อัยด้า อัยย์รดา ซึ่งจะช่วยขยายผลให้สินค้าชุมชนได้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร อาทิ TikTok Shop ประเทศไทย, NocNoc, LINE ประเทศไทย และ AIS สนับสนุน Ads Credit และโปรโมชั่นพิเศษ มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการชุมชนต่อยอดสู่ตลาดสากล</p>

<p>นายจตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประกวด แต่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการชุมชนได้เรียนรู้การตลาดออนไลน์อย่างแท้จริง และควรมีการมอบตราสัญลักษณ์หรือใบรับรองให้กับชุมชนที่ผ่านกระบวนการ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและช่วยต่อยอดธุรกิจในอนาคต</p>

<p>ทั้งนี้ รมว.พาณิชย์ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการพัฒนา OTOP ให้เข้าสู่โลกดิจิทัล เพื่อสร้างศักยภาพให้ผู้ประกอบการชุมชนแข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่ พร้อมขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมผลักดันให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามกิจกรรม Digital Village by DBD และชมสินค้าชุมชนต้นแบบได้ที่ Facebook: DigitalVillagebyDBD หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โทร. 0 2547 5959 หรือสายด่วน 1570</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250805cf15acd2b7d29443a372f5cf090006c2155026.jpg' type='image/jpg' length='180411' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["ฉันทวิชญ์" แจงพาณิชย์ เดินหน้าเยียวยาผู้ประกอบการไทย ฝ่าวิกฤตการค้า-ชายแดน รักษาความสามารถการแข่งขันการค้า หลังสหรัฐฯ ประกาศ tariff 19%]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/117342</link>
<guid isPermaLink="false">7df108afae5e841350fe5511b260e038</guid>
<pubDate>Mon, 04 Aug 2025 15:46:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<section id="d2ms-section-body">
<p>วันที่ 4 สิงหาคม 2568 &nbsp;ณ ห้องประชุมมโนปกรณ์นิติธาดา กระทรวงพาณิชย์&nbsp;<br />
นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ประกอบการที่ผ่านการคัดเลือกในโครงการ &ldquo;ส่งเสริมกาแฟไทยอย่างยั่งยืนด้วย FTA&rdquo; พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงผลในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ และมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน</p>

<p>นายฉันทวิชญ์ กล่าวว่า การที่สหรัฐฯ เห็นชอบ อัตราภาษีนำเข้า 19% ถือเป็นข่าวดีและเป็น &ldquo;สเต็ปแรก&rdquo; ที่ช่วยให้ไทยยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันทางการค้าไว้ได้ อย่างไรก็ตาม การเจรจายังไม่สิ้นสุด โดยไทยยังต้องผลักดันในหลายประเด็นสำคัญ เช่น กฎถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) และมาตรการ Regional Value Content (RVC)<br />
เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์สูงสุดและสามารถปรับตัวได้โดยไม่เกิดผลกระทบที่รุนแรง</p>

<p>&ldquo;กระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการอย่างเข้มข้น ทั้งการปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกับมาตรการของสหรัฐฯ และการสนับสนุนผู้ประกอบการในการปรับตัว นอกจากนี้เรายังเดินหน้าหาตลาดใหม่ (diversification) เพื่อสร้างโอกาสการส่งออกเพิ่มขึ้น โดยไม่ละทิ้งตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ&rdquo;นายฉันทวิชญ์ กล่าว</p>

<p>ขณะเดียวกัน กระทรวงฯ ได้หารืออย่างใกล้ชิดกับผู้ประกอบการทั้งภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกร เพื่อรับฟังความคิดเห็นและหามาตรการช่วยเหลือที่เหมาะสม เช่น การเตรียมความพร้อมต่อกฎ RVC ใหม่ และการใช้โครงการต่างๆ เพื่อบุกตลาดใหม่ โดยกาแฟไทยเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนถึงศักยภาพของผู้ประกอบการที่สามารถต่อยอดสู่ตลาดโลกได้</p>

<p>ในประเด็นรายละเอียดของข้อตกลง นายฉันทวิชญ์ระบุว่า ขณะนี้ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบในหลักการแล้ว และคาดว่าสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) จะประกาศความตกลงอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ หลังจากนั้น ไทยจะต้องดำเนินกระบวนการทางกฎหมายภายในประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการค้าระหว่างประเทศ</p>

<p>นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยฯ ยังกล่าวถึงมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ออก 4 มาตรการหลัก ได้แก่<br />
1.ควบคุมราคาสินค้าจำเป็น &ldquo;ห้ามขาด ห้ามแพง&rdquo;ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาและติดตามรายงานสถานการณ์รายวัน<br />
2.ช่วยผู้ประกอบการระบายสินค้าคงคลัง โดยประสานกับห้างร้านและจุดกระจายสินค้า<br />
3.แก้ปัญหาด้านโลจิสติกส์ โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกการขนส่ง<br />
4.สนับสนุนการหาตลาดใหม่ ทั้งในและต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า</p>

<p>&ldquo;สิ่งสำคัญคือการปรับตัวและการทำงานเชิงรุกของทีมไทยแลนด์ เพื่อให้การเจรจานี้สร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดต่อผู้ประกอบการไทยและทุกภาคส่วนในระยะยาว&rdquo; นายฉันทวิชญ์ กล่าว</p>

<hr /></section>

<section id="d2ms-section-footer">&nbsp;</section>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202508040dcf86e3a9e46d32b22995b66c44a269154656.jpg' type='image/jpg' length='814900' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“จตุพร” รับข้อเสนอสภา SME พาณิชย์เป็นที่พึ่งผู้ประกอบการ ปรับตัวทันการค้าโลก พร้อมเป็นมาเฟียปกป้องภาคธุรกิจไทย]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/117112</link>
<guid isPermaLink="false">4c40ea4303baf520b9934a1efefd4944</guid>
<pubDate>Fri, 01 Aug 2025 15:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ หารือร่วมกับภาคเอกชน 25สมาคม นำโดยนายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภา SME) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนวทางพัฒนาธุรกิจ SME ไทยให้สามารถแข่งขันและปรับตัวทันต่อสถานการณ์การค้าโลก</p>

<p>การหารือครั้งนี้มีผู้แทนจากสมาคมธุรกิจหลายสาขาเข้าร่วม อาทิ สมาคมเทคโนโลยีดิจิทัล สมาคมไทยไอโอที สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย สมาคม e-commerce อุปนายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) สมาคมร้านขายยา สมาคมการค้าสุกร และแปรรูปปศุสัตว์ ประมง เกษตร อาเซี่ยน และสมาคมการค้าผู้ผลิตหลังคาเหล็กไทย</p>

<p>นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การพบปะครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนอย่างแท้จริง โดยยืนยันว่า &ldquo;วันนี้พาณิชย์พึ่งได้ จะเป็นมาเฟียที่ปกป้องผู้ประกอบการทุกมิติ&rdquo; พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหา SME อย่างรวดเร็วและตรงจุด</p>

<p>&ldquo;งานไม่ต้องรอ ทำได้เลย เมื่อมาพบกันแล้วต้องแก้ปัญหาได้ ยุคนี้ต้องทำงานรวดเร็ว ฟันธง และตรงประเด็น อะไรที่ติดขัดขอให้บอก เอาใจเขามาใส่ใจเราในการแก้ปัญหา เป็นใจเดียวกัน คือหัวใจของการทำงาน อะไรทำได้ทำทันที&rdquo; นายจตุพร บุรุษพัฒน์ กล่าว</p>

<p>รัฐมนตรีพาณิชย์ยังกล่าวถึงข้อเสนอของภาคเอกชนว่า กระทรวงฯจะเร่งพิจารณาและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ AI ไทยแลนด์ และ e-commerce ที่มีศักยภาพสูง พร้อมผลักดันให้เกิดการจัด AI Expo ในประเทศไทย เพื่อแสดงนวัตกรรมและเชื่อมโยงผู้ประกอบการ</p>

<p>นอกจากนี้ ตนได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งจัดตั้ง ศูนย์ One Stop Service เพื่อแก้ปัญหาภาษีและอุปสรรคทางการค้า &nbsp;ซึ่งในประเด็นภาษีสหรัฐที่ประกาศออกมาเป็น 19% นายจตุพรยืนยันว่ากระทรวงฯ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการเยียวยาและให้ความชัดเจนกับภาคธุรกิจ และได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกสำรวจตลาดและอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพเร่งสรุปผลการเปิดตลาดใหม่ๆ เพื่อช่วยผู้ประกอบการขยายตลาด พร้อมผลักดันแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ด้านข้อมูล (Data Platform) เพื่อวิเคราะห์และวางกลยุทธ์การส่งออกได้อย่างแม่นยำ</p>

<p>ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยฯ เน้นย้ำถึงความสำคัญของ ข้อมูล SME ไทย ว่า SME ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน กี่อาชีพ กี่กลุ่ม จะได้ให้ความช่วยเหลือได้ตรงจุด โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ ดอกเบี้ยต้องต่ำกว่า เพื่อให้ SME เดินต่อได้</p>

<p>ด้านนายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภา SME เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะการถูกกดดันจากโมเดิร์นเทรดและสินค้านำเข้าที่ได้เปรียบด้านราคา พร้อมเสนอ 8 มาตรการปกป้องธุรกิจ SME ไทย ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายศุลกากรเข้มงวด การควบคุมมาตรฐานสินค้า การป้องกันสินค้าหลอกลวงบนออนไลน์ การกำหนดมาตรการควบคุมการทุ่มตลาด การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA การขยายบทบาทสำนักงานการแข่งขันทางการค้า รวมถึงการผลักดันการสร้างอัตลักษณ์สินค้าประจำจังหวัด และการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาของไทย</p>

<p>นายสุปรีย์ยังเสนอให้มี ศูนย์ e-commerce hub ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มสินค้าไทย เชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ และผลักดัน cross-border e-commerce accelerator รวมทั้งสนับสนุนการใช้ AI ที่ผลิตในประเทศไทย พร้อมขอให้กระทรวงช่วยหาตลาดใหม่ เช่น ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการนำเข้าหมูสหรัฐต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์</p>

<p>ภายหลังการประชุม นายจตุพรให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การหารือกับสภา SME ในครั้งนี้ถือเป็นการกำหนดทิศทางที่ชัดเจนในการยกระดับ SME ไทย ซึ่งวันนี้สภา SME ได้นำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อกระทรวงพาณิชย์อย่างมาก เราจะทำให้ SME มีเป้าหมายที่ชัดเจน สร้างรายได้และโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่การผลิต กระทรวงพาณิชย์เตรียมเปิดศูนย์ One Stop Service ที่รัชดา ที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อผู้ประกอบการกับมาตรการสนับสนุนต่างๆ และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำงาน เพื่อช่วยเหลือ SME ที่ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน &ldquo;พาณิชย์พึ่งได้&rdquo; จะเดินหน้าปฏิรูปการทำงาน เชื่อมโยงทุกภาคส่วน และเป็นที่พึ่งของ SME ไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250801fdfef9983c36715645534fbdb570767d151221.jpg' type='image/jpg' length='628452' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ฉันทวิชญ์” รมช.พาณิชย์ ขอบคุณผู้ซื้อมันสำปะหลังจากทั่วโลก หลังยอดขายพุ่งทะลุ 1.48 ล้านตัน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 10,900 ล้านบาท]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/116914</link>
<guid isPermaLink="false">ba46c73051aeaa2c47c8eb50f580727c</guid>
<pubDate>Thu, 31 Jul 2025 15:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อค่ำวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในงานเลี้ยงแสดงความขอบคุณผู้เข้าร่วมการประชุม World Tapioca Conference 2025 (WTC 2025) ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการ และผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมมันสำปะหลังจาก 16 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง</p>

<p><br />
ในโอกาสนี้ นายฉันทวิชญ์ ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อผู้ซื้อจากนานาประเทศที่ได้ร่วมลงนามในคำสั่งซื้อขายมันสำปะหลังในงานครั้งนี้ว่า &ldquo;การที่ท่านตัดสินใจเลือกสั่งซื้อมันสำปะหลังจากไทยนั้น ไม่จบเพียงแค่การซื้อขายในเชิงพาณิชย์ แต่คือการมีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่พี่น้องเกษตรกรไทยกว่า 740,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ ผมขอขอบคุณที่เชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานของมันสำปะหลังไทย &nbsp;ความร่วมมือของเราในวันนี้ คือ พลังขับเคลื่อนที่สำคัญจากทุกภาคส่วนที่จะผลักดันอุตสาหกรรมมันสำปะหลังให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน &nbsp; ประเทศไทยพร้อมเดินหน้าร่วมมือกับทุกประเทศ พร้อมยกระดับมาตรฐานการผลิตและการแปรรูปมันสำปะหลังให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าโลก&rdquo;&nbsp;</p>

<p><br />
การประชุม WTC 2025 ครั้งนี้ ซึ่งได้จัดขึ้นนับเป็นครั้งที่ 7 ภายใต้แนวคิด &ldquo;Thailand Tapioca Next: Go Global Go Together&rdquo; สะท้อนเจตนารมย์ของไทยในการผลักดันมันสำปะหลังสู่ตลาดโลกด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ซื้อและผู้ใช้มันสำปะหลังทั่วโลก เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้จับคู่เจรจาการค้า ขยายตลาด และร่วมกันกำหนดทิศทางอนาคตของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยให้ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ ภายในงานยังมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เกี่ยวกับแนวโน้มตลาด นวัตกรรม และทิศทางในอนาคตของอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในระดับนานาชาติ ซึ่งความสำเร็จของงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความสำเร็จจากการสร้างดีลทางการค้าเกิดการซื้อขายรวมกว่า 1.48 ล้านตัน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 10,900 ล้านบาท อีกทั้งยังช่วยดูดซับหัวมันสดในประเทศได้ถึง 3.57 ล้านตัน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญทั้งในเชิงเศรษฐกิจและยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังตั้งแต่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ไปจนถึงคู่ค้าระดับนานาชาติอีกด้วย</p>

<p><br />
นายฉันทวิชญ์ กล่าวย้ำว่า &ldquo;วันนี้ประเทศไทยจะไม่ใช่แค่ผู้ส่งออกมันสำปะหลังอีกต่อไป แต่เราจะก้าวเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังโลกอย่างภาคภูมิ กระทรวงพาณิชย์พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการตลาดเชิงรุก และขยายครือข่ายตลาดใหม่ทั่วโลก เพื่อรักษาความเป็นผู้นำของไทยในอุตสาหกรรมมันสำปะหลังโลก พร้อมสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเกษตรกรต่อไป&rdquo;</p>

<hr />]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250731d78ec241c1269daf97dbe0d96ca18b95150912.jpg' type='image/jpg' length='793004' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์พึ่งได้! “จตุพร” เปิดเวทีสัมมนามันสำปะหลังโลก 2568 สุดยิ่งใหญ่ ดึง 16 ประเทศซื้อผลผลิตไทยกว่า 10,900 ล้านบาท ตั้งเป้าส่งออก 7.5 ล้านตัน ดันไทยขึ้นแท่นผู้นำอุตสาหกรรมมันสำปะหลังโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/116680</link>
<guid isPermaLink="false">0f6f6a975d99b318f5015f08ae770eac</guid>
<pubDate>Wed, 30 Jul 2025 16:20:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ณ ทรู ไอคอน ฮอลล์ ไอคอนสยาม กรุงเทพฯ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลก ปี 2568 (World Tapioca Conference 2025 : WTC 2025) ครั้งที่ 7 จัดขึ้น ภายใต้แนวคิด &ldquo;Thailand Tapioca Next : Go Global Go Together&rdquo; ตอกย้ำความร่วมมือของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยเพื่อก้าวสู่ตลาดโลกอย่างแข็งแกร่ง โดยมีนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์เข้าร่วม<br />
&nbsp;<br />
งานครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 1,000 คน ทั้งจากไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า หน่วยงานรัฐ เอกชน เกษตรกร และสื่อมวลชน โดยมีผู้แทนจาก 16 ประเทศและเขตเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ จีน เกาหลีใต้ ซาอุดีอาระเบีย ญี่ปุ่น ตุรกี สปป.ลาว เวียดนาม อินเดีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา เยอรมนี และฮ่องกง เข้าร่วมงาน ซึ่งคาดว่าการเจรจาภายในงานสามารถสร้างมูลค่าทางการค้ารวมกว่า 10,900 ล้านบาท<br />
&nbsp;<br />
นายจตุพร กล่าวว่า อุตสาหกรรมมันสำปะหลังเป็นหนึ่งในเสาหลักเศรษฐกิจไทย มีเกษตรกรกว่า 740,000 ครัวเรือนอยู่ในห่วงโซ่นี้ แม้ปัจจุบันต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งด้านราคาที่ผันผวน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยรัฐบาลพร้อมแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเต็มที่<br />
&nbsp;<br />
&ldquo;แม้ปีนี้เราส่งออกมันสำปะหลังมากกว่าปีก่อน แต่ราคากลับต่ำกว่าเดิม ภาครัฐจึงต้องเข้ามาช่วยทั้งด้านการตลาด และการพัฒนากระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ พร้อมผลักดันนโยบาย &ldquo;ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย&rdquo; เพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ ผู้ประกอบการไทยแข็งแรง และอุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ในเวทีโลก&rdquo; นายจตุพร กล่าว<br />
&nbsp;<br />
นอกจากนี้ ในงานยังมีพิธีลงนามสัญญาซื้อขายและบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปริมาณรวมกว่า 1.48 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 10,900 ล้านบาท สามารถดูดซับหัวมันสดในประเทศได้มากถึง 3.57 ล้านตัน พร้อมเปิดการเจรจาเพื่อขยายตลาดใหม่ โดยตั้งเป้าส่งออกมันสำปะหลังในปี 2568 ให้ได้ 7.5 ล้านตัน<br />
&nbsp;<br />
นายจตุพรยังเผยถึงแผนผลักดันโครงการ &ldquo;Sandbox&rdquo; ดูแลและพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกกว่า 10 ล้านไร่ ซึ่งมักเผชิญภาวะแห้งแล้งหรือน้ำท่วม ให้กลายเป็นพื้นที่ที่สร้างโอกาสใหม่ โดยการเพาะปลูกพืชที่เหมาะสมต่อสภาพแวดล้อมดังกล่าว โดยใช้กลยุทธ์ &ldquo;ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้&rdquo; เพื่อเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพทางการเกษตร รวมถึงเดินหน้าเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ รวมถึงพร้อมบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานที่มีประสิทธิภาพ และนำข้อร้องขอของภาคเอกชนและเกษตรกรไปหารือในระดับนโยบายต่อไป เพื่อร่วมผลักดันให้อุตสาหกรรมไทยเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมไปสู่อุตสาหกรรมการเกษตรมูลค่าสูงโดยไม่ทอดทิ้งใคร พร้อมย้ำเจตนารมย์ &ldquo;Go Global Go Together&rdquo; เพื่อสร้างอนาคตให้ทุกคนก้าวไปข้างหน้าร่วมกันอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันไทยยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดโลก มิใช่ต่างคนต่างเดินแต่จะผสานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทยสู่ความยั่งยืน<br />
&nbsp;<br />
&ldquo;ขอให้เชื่อมั่นว่า กระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ &ldquo;พึ่งได้ทุกเรื่อง&rdquo; จะเป็นมาเฟียที่ดูแลคุ้มครองผู้ประกอบการอย่างเต็มที่ ไม่ปล่อยให้ท่านเดินเพียงลำพัง และขอให้งานประชุมสัมมนามันสำปะหลังโลกยังคงอยู่ในความทรงจำของทุกคน ในทุกวัน เพื่อร่วมแสวงหาแนวทางใหม่และยกระดับอุตสาหกรรมมันสำปะหลังไทย ด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และความร่วมมือของทุกภาคส่วน&rdquo; นายจตุพร กล่าวย้ำ<br />
&nbsp;<br />
ทั้งนี้ ในปี 2567 ไทยส่งออกมันสำปะหลังได้รวม 6.47 ล้านตัน สร้างรายได้กว่า 110,255 ล้านบาท ขณะที่ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม - มิถุนายน) ไทยส่งออกได้ปริมาณ 5.02 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 39.44 จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณส่งออกอยู่ที่ 3.60 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่มูลค่าการส่งออกกลับลดลงเหลือ 54,640.82 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 11.10 จากปีก่อน ที่มีมูลค่า 61,466.63 ล้านบาท สาเหตุหลักเนื่องจากราคามันสำปะหลังในตลาดโลกลดลงมาตั้งแต่ต้นปี 2568 อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนแผนส่งเสริมการตลาดเชิงรุกในหลายประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อผลักดันยอดส่งออกไทยปีนี้ให้บรรลุเป้าหมาย 7.5 ล้านตัน และรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรรมมันสำปะหลังโลก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025073094243fa67c801496fe9333ec9acd5278162038.jpg' type='image/jpg' length='3696250' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สุชาติ” สั่งค้าภายในประสานห้างฯ กระจายสินค้าเข้าพื้นที่ชายแดน – ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเด็ดขาด]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/116142</link>
<guid isPermaLink="false">c3adf1cfe4a10f3b4913e9a2690228f9</guid>
<pubDate>Tue, 29 Jul 2025 11:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้กรมการค้าภายใน (DIT) ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย&ndash;กัมพูชาอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้เร่งกระจายสินค้าและดูแลราคาสินค้าอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน และห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือกักตุนสินค้าโดยเด็ดขาด</p>

<p>&ldquo;ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากที่อพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวในหลายพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก ผู้ป่วยติดเตียง จำเป็นต้องได้รับการดูแลเรื่องการเข้าถึงสินค้าจำเป็นอย่างเร่งด่วน ผมจึงกำชับให้กรมการค้าภายในร่วมมือกับภาคเอกชนและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เร่งเติมสต๊อกสินค้าและกระจายเข้าสู่พื้นที่ให้เพียงพอโดยไม่ชักช้า&rdquo; นายสุชาติกล่าว</p>

<p>โดย กรมการค้าภายในได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีกค้าส่งรายใหญ่ ได้แก่ &nbsp;ซีพี แอ็กซ์ตร้า (แม็คโคร โลตัส โกเฟรช) บิ๊กซี เซเว่นอีเลฟเว่น ซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต และท็อปส์ เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนการจัดส่งสินค้าอย่างเร่งด่วน</p>

<p>โดยขณะนี้ผู้ประกอบการยืนยันว่ายังสามารถกระจายสินค้าไปยังสาขาใกล้เคียงและศูนย์พักพิงได้ต่อเนื่อง โดยยังจำหน่ายในราคาปกติ ไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด&nbsp;</p>

<p>สำหรับสินค้าที่จำเป็นและมีความต้องการสูงในขณะนี้ ได้แก่ น้ำดื่ม อาหารพร้อมรับประทาน ยากันยุง ยาทาแก้คัน ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมเด็ก ยาสามัญประจำบ้าน หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ล้างมือ ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย เครื่องนอนชั่วคราว เสื้อผ้า ผ้าห่ม และของใช้จำเป็นต่าง ๆ</p>

<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้ขอให้ผู้ประกอบการเตรียมสต๊อกสินค้าสำหรับหน่วยงานและประชาชนที่ต้องการจัดซื้อเพื่อบริจาคได้อย่างไม่ติดขัด</p>

<p>ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายใน ติดตามสถานการณ์การจำหน่ายสินค้าโดยร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด หากพบการกระทำผิด เช่น กักตุน หรือปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุสมควร จะดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาด&nbsp;</p>

<p>&ldquo;ผมขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกรายที่ร่วมมืออย่างดีในการดูแลพี่น้องประชาชนช่วงสถานการณ์วิกฤติ ขอให้ทุกภาคส่วนช่วยกันทำให้สินค้ามีเพียงพอ จำหน่ายในราคาที่เหมาะสม และเข้าถึงได้ทุกพื้นที่&rdquo; นายสุชาติกล่าว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250729eb5eaea5a9157b6fa269d984925626cb111948.jpg' type='image/jpg' length='587327' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ฉันทวิชญ์”นำทีมพาณิชย์ หารือ USABC – BCIU ที่นิวยอร์ก ดึงภาคเอกชนรายใหญ่ลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายไทย ประสานทูตพาณิชย์สร้างความมั่นใจเอกชนรับมือความไม่แน่นอนการค้าโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/115092</link>
<guid isPermaLink="false">f2d285775123f7dfda42190a4bb2e903</guid>
<pubDate>Tue, 22 Jul 2025 16:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 (ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา)<br />
นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ ได้แก่ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) และนางสาวเกษสุรีย์ วิจารณกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก เข้าร่วมประชุม Round Table จัดโดย สภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (US-ASEAN Business Council: USABC) และ Business Council for International Understanding: BCIU โดยมีบริษัทเอกชนรายใหญ่ 4 ราย เข้าร่วมการประชุม ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจการค้า เสริมสร้างความร่วมมือกับภาคเอกชนรายใหญ่สหรัฐฯ และส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย</p>

<p>นายฉันทวิชญ์ เปิดเผยว่า ไทยให้ความสำคัญกับการเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจกับสหรัฐฯ โดยได้ใช้โอกาสการหารือครั้งนี้เน้นย้ำถึงความพร้อมของไทยในให้ภาคเอกชนสหรัฐฯ เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เกษตรและอาหารแห่งอนาคต เครื่องมือแพทย์ พลังงานสะอาด อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับศักยภาพของสหรัฐฯ และสามารถเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) ให้เข้าถึงห่วงโซ่อุปทานโลกได้มากขึ้น</p>

<p>&ldquo;บรรยากาศเป็นไปด้วยดีทางบริษัทสหรัฐเล็งเห็นถึงศักยภาพในการลงทุนในประเทศไทย ตอนนี้สถานการณ์การค้าโลกต้องยอมรับว่ามีความไม่แน่นอนสูงสิ่งที่บริษัทต่างชาติต้องการคือกฎระเบียบภาครัฐต้องมีความชัดเจน (predictability) ภาคเอกชนได้สอบถามเกี่ยวกับกฎเกณฑ์กฎระเบียบที่มีความสำคัญกับธุรกิจของเขา ทางเราได้มีการประชาสัมพันธ์ว่าต่อไปทูตพาณิชย์จะทำงานในบทบาทเชิงรุกประชาสัมพันธ์กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต่างชาติที่จะเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย ให้สามารถมีความมั่นใจได้ว่าประเทศไทยให้การต้อนรับเขา ซึ่งทางภาคเอกชนมีความต้องการมาลงทุนในไทย</p>

<p>อีกส่วนหนึ่งที่จะละเลยไปไม่ได้คือเราจะต้องปรับปรุงกฎเกณฑ์กฎระเบียบในประเทศให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง เป็นโจทย์ที่ทางพาณิชย์จะไปประสานงานกับส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปเพื่อให้มั่นใจกับกฎระเบียบ ให้บริษัทเข้ามาลงทุนในประเทศไทยโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่รัฐบาลกำลัง target (เป้าหมาย)ในปัจจุบัน &nbsp;และภาคเอกชนได้มีการสอบถามว่าการเจรจาด้านภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เป็นอย่างไร ได้แจ้งว่าจะมีความคืบหน้าและบรรลุผลที่ชัดเจนขึ้นเร็วๆนี้&ldquo; นายฉันทวิชญ์ กล่าว</p>

<p>ทั้งนี้ USABC (United States &ndash; ASEAN Business Council) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2527 เป็นองค์กรที่มีสมาชิกเป็นบริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ ที่ลงทุนหรือดำเนินธุรกิจในอาเซียน มีบทบาทในการสนับสนุนความสัมพันธ์ด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสหรัฐฯ กับไทยและประเทศอาเซียน พร้อมทั้งส่งเสริมให้รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับภูมิภาคนี้ในฐานะพันธมิตรทางเศรษฐกิจ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และมีสาขา 7 แห่ง ได้แก่ นครนิวยอร์ก กรุงเทพมหานคร กรุงฮานอย กรุงจาการ์ตา กรุงกัวลาลัมเปอร์ กรุงมะนิลา และประเทศสิงคโปร์</p>

<p>และ BCIU (Business Council for International Understanding)<br />
เป็นองค์กรเอกชนไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2498 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของสหรัฐฯ กับนานาประเทศทั่วโลก โดยจัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ อาทิ การประชุม สัมมนา อบรม และเวทีเจรจาระหว่างผู้บริหารกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐของประเทศต่าง ๆ โดยสมาชิกประกอบด้วยบริษัทข้ามชาติที่มีความสนใจดำเนินธุรกิจในระดับสากล</p>

<hr />]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202507228b88b1eaf5182edb224994c28b684900161219.jpg' type='image/jpg' length='167452' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“จตุพร” นำทีมพาณิชย์ครั้งแรก ลุยนิวยอร์ก โปรโมต Thai SELECT โฉมใหม่ 20 ก.ค. นี้ตอกย้ำพลังซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย พร้อมหาลู่ทางเพิ่มส่งออก เดินหน้าสร้างความร่วมมือเอกชนสหรัฐ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/114518</link>
<guid isPermaLink="false">86263810293a47c15f9cadd8253e70fe</guid>
<pubDate>Fri, 18 Jul 2025 10:55:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;&nbsp;ทริปแรก &ldquo;จตุพร&rdquo; นำทีมคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ เดินทางเยือนนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อรับเสด็จทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ในฐานะองค์ประธานงาน Thai SELECT Night ปักหมุดเดินหน้าโปรโมตร้านอาหารไทย Thai SELECT โฉมใหม่ พร้อมเน้นย้ำเอกลักษณ์ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยในเวทีโลก รวมทั้ง หาลู่ทางในการขยายการค้าการส่งออกให้กับผู้ประกอบการไทย ส่งเสริมความร่วมมือกับห้าง H Mart ซูเปอร์มาร์เก็ตเอเชียน-อเมริกันที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ และบริษัท Clark Associates Inc. บริษัทในธุรกิจอาหาร (Food Service) ผลักดันนำเข้าสินค้าไทยเพิ่ม</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; การเยือนครั้งนี้ นำโดย นายจตุพร บุรุษพัฒน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยมี นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมคณะด้วย เพื่อร่วมผลักดันภารกิจการส่งออก และขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทยในตลาดสหรัฐอเมริกา</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้ดำเนินการตามนโยบายที่ได้มอบไปเมื่อวันที่ 15 ก.ค.68 ที่ผ่านมา ใน &ldquo;10 ภารกิจเร่งด่วนพาณิชย์ เดินหน้าเศรษฐกิจ ฟื้นความเชื่อมั่น สร้างโอกาสใหม่ให้ทุกภาคส่วน&rdquo; เร่งเครื่องส่งออกไทยไปยังสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย ในงาน Thai SELECT Night ซึ่งเป็นกิจกรรมประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โฉมใหม่เพื่อสร้างการรับรู้และโปรโมตร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ ที่ถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่รัฐบาลให้ความสำคัญในการขับเคลื่อน โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้เสด็จเป็นองค์ประธาน จะได้มีการจัดการบันทึกวีดิทัศน์ประชาสัมพันธ์ Thai SELECT เพื่อนำไปโปรโมตร้านอาหารไทยด้วย&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยงาน Thai SELECT Night นี้จะจัดขึ้นในวันที่ 20 ก.ค.68 ซึ่งภายในงานจะได้มีการเชิญผู้นำเข้าสินค้าไทยในตลาดสหรัฐอเมริกา ผู้มีอิทธิพลในวงการอาหาร Celebrity Chef ด้านอาหารไทย และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเพื่อสร้างการมีส่วนร่วม กระตุ้นการรับรู้เอกลักษณ์ของอาหารไทยไปยังผู้บริโภคชาวอเมริกันต่อไป นอกจากนี้ จะมีกำหนดพบหารือกับบริษัท Clark Associates Inc. เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศในฐานะที่ไทยเป็นฐานการผลิตที่มีศักยภาพและคุณภาพสูงตามมาตรฐานสากล และมุ่งหวังให้เกิดการนำเข้าสินค้าไทยมากขึ้น&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; อีกทั้ง นายจตุพร กล่าวเสริมว่า ในการเยือนนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาครั้งนี้ ตนยังได้มอบหมายอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ เข้าร่วมหารือกับบริษัท H Mart เพื่อขยายความร่วมมือนำเข้าสินค้าไทย &nbsp;แลกเปลี่ยนมุมมองสถานการณ์การค้าและพฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้างทั้งออฟไลน์และออนไลน์ อาทิ การเข้าร่วมงาน THAIFEX-ANUGA ASIA และจัด Online In-store Promotion บนแพลตฟอร์มสินค้าไทยออนไลน์&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับ บริษัท Clark Associates Inc. เป็น บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาที่มีการจัดจำหน่วยสินค้าและอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมการบริการด้านอาหาร (Food Service) ได้แก่ ร้านอาหาร โรงแรม โรงพยาบาล และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริการ และได้รับการจัดอันดับเป็นบริษัทที่เติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรม Food Service ในสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ H Mart ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าเอเชียน-อเมริกันที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน H Mart มีทั้งหมด 85 สาขาใน 16 รัฐของอเมริกา และมีกว่า 94 สาขาทั่วโลก และกระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายที่จะผลักดันให้มีการนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีการนำเข้าอยู่แล้ว โดยสินค้าที่นำเข้า อาทิ ข้าวหอมมะลิ กะทิ อาหารทะเลแช่แข็ง อาหารกระป๋อง ผลไม้กระป๋อง เครื่องปรุงรส และขนมขบเคี้ยว<br />
&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครนิวยอร์ก ได้เคยร่วมมือกับห้าง H Mart ในการจัดกิจกรรม Online In-Store Promotion ในสินค้าข้าวหอมมะลิ กะทิ น้ำมะพร้าว ขนมขบเคี้ยว ทั้งออฟไลน์และออนไลน์แล้ว ในปี 2567 พร้อมได้เปิดร้านออนไลน์เฉพาะสินค้าไทยภายใต้เว็บเพจ &ldquo;Thai&rdquo; บนแพลตฟอร์ม https://www.hmart.com/Thai ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนรายการสินค้าไทยประมาณ 62 รายการสินค้า (SKUs) และสำหรับบริษัท Clark Associates Inc. เคยได้เข้าร่วมกิจกรรม USA-Thailand Online Business Matching : Gateway of Sourcing Thai Product โดยบริษัทสนใจและได้เจรจาจับคู่ธุรกิจเพื่อคัดเลือกผู้ส่งออกไทยในกลุ่มสินค้าผลไม้แช่แข็งและเฟอร์นิเจอร์แล้วเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา</p>

<hr />]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202507184ee205672ceb924c208a569d10bf6091105643.jpg' type='image/jpg' length='128659' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ฉันทวิชญ์” ถก “ทูตสหรัฐฯ” กระชับความร่วมมือ ผลักดันการเจรจาปรับสมดุลการค้าไทย-สหรัฐฯ ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/114274</link>
<guid isPermaLink="false">ca02304e8eca60c3a5b92b4330cee927</guid>
<pubDate>Thu, 17 Jul 2025 10:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้หารือกับนายโรเบิร์ต เอฟ. โกเด็ก เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 ณ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีบทบาทสำคัญในการการเตรียมข้อมูลเชิงลึกทั้งด้านสถิติการนำเข้า-ส่งออก การวิเคราะห์ผลกระทบ รวมถึงการจัดทำสถานการณ์จำลองเชิงนโยบาย (scenario) สนับสนุนหัวหน้าทีมเจรจา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์สูงสุดและลดผลกระทบให้น้อยที่สุด</p>

<p>นายฉันทวิชญ์ กล่าวว่า การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายด้านเศรษฐกิจและการค้าท่ามกลางบริบทการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยฝ่ายไทยได้ติดตามท่าทีของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในประเด็นการจัดเก็บภาษีตอบโต้ทางการค้า กระทรวงพาณิชย์มีบทบาทในการรวบรวมข้อมูลเพื่อสนับสนุนหัวหน้าทีมเจรจา ให้สามารถสรุปแนวทางร่วมกับสหรัฐฯ ได้โดยเร็ว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อภาคส่วนต่างๆ ภายในประเทศ</p>

<p>&ldquo;ทางกระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับภาคเอกชนทุกอุตสาหกรรม เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปรับตัวรองรับการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้าไทย เพื่อให้มั่นใจว่า สินค้าส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงการใช้โอกาสดังกล่าวในการวางแผนการปรับปรุงโครงสร้างการผลิต เพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในประเทศมากที่สุด &nbsp;ซึ่งสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนมูลค่าการผลิตในประเทศ/ภูมิภาค (Regional Value Content : RVC) &nbsp;เพื่อวัด Local Content ให้เป็นระบบที่เชื่อถือได้ เป็นระบบเดียวกันมากขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ส่งออกไทยไปสหรัฐฯ&rdquo; นายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว</p>

<p>ในโอกาสนี้ ฝ่ายไทยได้ขอความร่วมมือจากเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในการให้ข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นที่สหรัฐฯ ให้ความสนใจ เพื่อเป็นแนวทางในการผลักดันความร่วมมือที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญในการขยายความร่วมมือด้านต่างๆ ต่อไปในอนาคต</p>

<p>ด้านเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวว่า ไทยเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของสหรัฐฯ ในหลายด้านทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการค้า และพร้อมที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ ตนยังเห็นว่า กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพยายามที่จะผลักดันการเจรจาเพื่อปรับสมดุลทางการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ ตนพร้อมที่จะทำหน้าที่ประสานงานและพิจารณาข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยสนับสนุนการเจรจาของทั้งสองประเทศให้คืบหน้าต่อไป<br />
&nbsp;<br />
ในปี 2567 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าลำดับที่ 2 ของไทย รองจากจีน โดยมีมูลค่าการค้ารวม 74,484.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเป็นตลาดส่งออกลำดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ 54,956.21 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ขณะที่สหรัฐฯ เป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 4 ของไทย มีมูลค่าการนำเข้า 19,528.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดิบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ ก๊าซธรรมชาติ &nbsp;เครื่องบิน เครื่องร่อน อุปกรณ์การบินและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์</p>

<hr />]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250717c3ee5926a1cc009df2d782e6574d4677103503.jpg' type='image/jpg' length='496997' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“จตุพร” ถกภาคเอกชน พาณิชย์จังหวัด ทูตพาณิชย์ ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการ-เกษตรกร มั่นใจไม่กระทบภาพรวมเศรษฐกิจการค้าไทย]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/113697</link>
<guid isPermaLink="false">f30c4b2cbf23724a79118a45bc4c797a</guid>
<pubDate>Mon, 14 Jul 2025 14:45:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 14 กรกฎาคม 2568&nbsp;</p>

<p>นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;เรียกประชุมหารือแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการและเกษตรกรจากสถานการณ์ชายแดนไทย&ndash;กัมพูชา โดยมีนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์&nbsp;ภาคเอกชนและพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่&nbsp;ทูตพาณิชย์ ณ กรุงพนมเปญ&nbsp;และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม&nbsp;</p>

<p>นายจตุพร เปิดเผยว่า&nbsp;จากข้อจำกัดในการผ่านเข้าออกจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการระยะสั้นและระยะกลางในเชิงรุกเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและเกษตรกรอย่างเต็มที่&nbsp;อาทิ&nbsp;เชื่อมโยงสินค้าสำหรับตลาดภายในประเทศเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย&nbsp;โดยเปิดจุดจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ&nbsp;รวมทั้งการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ&nbsp;ตามนโยบาย &ldquo;ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย&rdquo;&nbsp;และดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้&nbsp;เช่น&nbsp;การเชื่อมโยงการรับซื้อไปยังหน่วยงานหรือองค์กรณ์ต่างๆ และการรณรงค์บริโภคผลไม้&nbsp;เป็นต้น&nbsp;ทำให้สถานการณ์ผลไม้ในช่วงที่ผ่านมาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี&nbsp;ในด้านสภาพคล่องของผู้ประกอบการได้ประสานสถาบันการเงิน เช่น&nbsp;SME D Bank&nbsp;และธนาคารออมสิน&nbsp;เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำระยะยาว</p>

<p>นอกจากนี้&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้เตรียมแผนบูรณาการทุกภาคส่วนโดยมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดชายแดน 7 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี ตราด สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ รวบรวมข้อมูลความต้องการของผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือตรงจุดและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น&nbsp;สำหรับการขนส่งสินค้าไปยังกัมพูชาและการขนส่งผ่านแดนที่ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางได้มอบหมายกรมการค้าต่างประเทศหารือผู้ประกอบการโลจิสติกส์เพื่อช่วยลดต้นทุน&nbsp;และมอบหมายกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศส่งเสริมสินค้าไทยในกัมพูชาควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน&nbsp;ส่วนประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้มอบหมายกรมการค้าภายในจัดคาราวานธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพ</p>

<p>ด้านนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสริมว่า&nbsp;กระทรวงพาณิชย์จะจัดกลุ่มผู้ประกอบการตามประเภทสินค้าและลักษณะของการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างแม่นยำ&nbsp;โดยให้ความสำคัญกับเรื่องโลจิสจิกส์และการหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ&nbsp;ซึ่งกรณีที่เป็นผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้ากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะประสานธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย&nbsp;(EXIM Bank)&nbsp;มาร่วมสนับสนุนด้วย</p>

<p>ขณะที่สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ รายงานว่า แม้จะมีการระงับการนำเข้าสินค้าบางประเภทในฝั่งกัมพูชา เช่น น้ำมัน พืชผัก และผลไม้ แต่สินค้าจำเป็นอื่นๆ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคยังสามารถส่งออกได้โดยขนส่งทางเรือหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางทางบก&nbsp;แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในฝั่งกัมพูชาอาจปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี&nbsp;จะติดตามสถานการณ์ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด</p>

<p>นายจตุพร&nbsp;เน้นย้ำว่า&nbsp;รัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อสถานการณ์ และเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน จะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์นี้ได้โดยไม่กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจการค้าของไทย ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง&nbsp;ทั้งนี้&nbsp;ในปี 2567 การค้าระหว่างไทย-กัมพูชามีมูลค่ารวม 366,730 ล้านบาท โดยการค้าชายแดนมีสัดส่วนสูงถึง 174,530 ล้านบาท ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 การค้าระหว่างไทย-กัมพูชาขยายตัวถึง 8.5% และการค้าชายแดนขยายตัวถึง 11.2%</p>

<p><img src="https://www.moc.go.th/th/file/get/file/20250714125a93b9bbbc4a622deb77cd565d7e4d125714.jpg" /></p>

<p><img src="https://www.moc.go.th/th/file/get/file/20250714f94d3bb6fd135a730dd646983471ceba125755.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202507147b2ec61b769990953d6693b6211fc2e2144808.jpg' type='image/jpg' length='730380' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมว.พาณิชย์ จตุพร เกาะติดสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สั่งช่วยผู้ประกอบการและเกษตรกร]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/113159</link>
<guid isPermaLink="false">9312ec6e75b8a8e6af7dd6e0325a7a92</guid>
<pubDate>Tue, 08 Jul 2025 14:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า&nbsp;นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยในช่วงที่ผ่านมา สำนักงานพาณิชย์จังหวัด (สพจ.) และกรมการค้าภายใน ได้เร่งระบายสินค้าตกค้างที่ไม่สามารถส่งไปจำหน่ายยังกัมพูชา โดยเฉพาะผลผลิตทางการเกษตร โดยจัดสรรพื้นที่จำหน่ายและเชื่อมโยงผู้รับซื้อ ดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 36 ครั้ง ใน 7 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี ตราด และสุรินทร์ สามารถระบายผลไม้ได้ 110,000 กิโลกรัม (มูลค่า 5.44 ล้านบาท) และระบายผลผลิตทางการเกษตรอื่น ๆ เช่น ไก่พื้นเมือง เป็ด และนมสด ช่วยบรรเทาผลกระทบให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้ค้ารายย่อย พี่น้องเกษตรกร และชาวบ้านในพื้นที่ได้ส่วนหนึ่ง&nbsp;</p>

<p>เพื่อให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติม กระทรวงพาณิชย์จะจัดจุดจำหน่ายและงานแสดงสินค้าอีกจำนวน 6 ครั้ง ในช่วง 2 เดือนข้างหน้านี้ โดยมีกำหนดจัดที่จังหวัดอุบลราชธานี (วันที่ 8-13 กรกฎาคม 2568 ณ ห้างสุนีย์ ดำเนินการโดย&nbsp;สพจ.อุบลราชธานี) จังหวัดจันทบุรี (วันที่ 14-20 และวันที่ 21-27 กรกฎาคม 2568 ณ ห้างเซ็นทรัล ดำเนินการโดย สพจ.ตราด และ สพจ.จันทบุรี ตามลำดับ) และจังหวัดศรีสะเกษ (วันที่ 18-20 กรกฎาคม และวันที่ 1-3 สิงหาคม 2568 ณ ห้างบิ๊กซี ดำเนินการโดย สพจ.ศรีสะเกษ)</p>

<p>นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังได้สั่งการให้ดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อให้มีความทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในการประเมินสถานการณ์และดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการบริหารจัดการผลไม้โดยกรมการค้าภายในที่มีอยู่ด้วยกันหลายมาตรการ อาทิ จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ (Thai Fruits Festival 2025) ร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการจัดส่งกล่องส่งผลไม้ฟรีและเปิดให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนสั่งซื้อผลไม้ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เป็นความร่วมมือในการช่วยเหลือกันตามนโยบาย&nbsp;&quot;ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย&quot;</p>

<p><img src="https://www.moc.go.th/th/file/get/file/20250708aab814c93c59e8c6e16a90dc844ab0d7082613.jpg" style="width: 700px; height: 466px;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ไม่ว่าจะใช้เวลามากน้อยเพียงใดในการคลี่คลายสถานการณ์ความตึงเครียดดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs และเกษตรกร ให้มีความเข้มแข็งและพร้อมปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง และสามารถแสวงหาโอกาสใหม่ๆทางการค้าและเติบโตอย่างยั่งยืน โดยพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการและเกษตรกร โดยเฉพาะในเรื่องการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี นวัตกรรม และอัตลักษณ์ไทยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเสริมโอกาสใหม่ให้มากยิ่งขึ้น</p>

<p><img src="https://www.moc.go.th/th/file/get/file/202507081c3df772cdc6c203cdc80148324e8663082614.jpg" style="width: 700px; height: 932px;" /></p>

<p><img src="https://www.moc.go.th/th/file/get/file/20250708dc61c7a7348d6d4b062c5e9f5b32e392082614.jpg" style="width: 700px; height: 932px;" /></p>

<hr />]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250708698f03f2d548e7e736475920e241d1dd142516.jpg' type='image/jpg' length='316374' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“จตุพร-ฉันทวิชญ์” นำทัพพาณิชย์ ลุยหนองคาย ถกค้าชายแดน-ผ่านแดน พร้อมเปิดมหกรรมการค้าชายแดน กระตุ้นเศรษฐกิจ คาดค้าชายแดน-ผ่านแดน มูลค่าทะลุ 2 ล้านล้านบาท ภายในปี 2570]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/113025</link>
<guid isPermaLink="false">c624e3e26754662071419afd3dc271b9</guid>
<pubDate>Mon, 07 Jul 2025 16:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นที่ 6 กรกฎาคม 2568&nbsp;<br />
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย เพื่อติดตามความคืบหน้าการค้าชายแดนและผ่านแดน และเป็นประธานเปิด &ldquo;งานมหกรรมการค้าชายแดน จังหวัดหนองคาย&rdquo; วานนี้ (5 ก.ค.68) ซึ่งงานมหกรรมฯ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3&ndash;8 กรกฎาคม 2568 ภายใต้แนวคิด &ldquo;สานสัมพันธ์ สร้างโอกาส เชื่อมโยงเศรษฐกิจสองฝั่งโขง&rdquo;</p>

<p>ในการประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดน นายจตุพรได้หารือถึงความคืบหน้าโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น การก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 (หนองคาย&ndash;เวียงจันทน์) และแห่งที่ 5 (บึงกาฬ&ndash;บอลิคำไซ) การพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้านาทา และย่านเก็บตู้สินค้า (CY) จังหวัดหนองคาย พร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน ได้แก่<br />
1.การคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Refund) ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ<br />
2.การผลักดันเปิดจุดผ่านแดนไทย&ndash;สปป.ลาว<br />
3.การส่งเสริมความร่วมมือไทย&ndash;ลาว&ndash;จีน ผ่านแนวเส้นทางรถไฟลาว&ndash;จีน ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว กีฬา วัฒนธรรม และการศึกษา</p>

<p>พร้อมกันนี้ นายจตุพรยังเป็นประธานเปิดงานมหกรรมการค้าชายแดน จังหวัดหนองคาย ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การสัมมนาในหัวข้อ &ldquo;ตามให้ทัน AI ช่วยค้าขายทันใจไม่ตกเทรนด์&rdquo; การเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทย&ndash;อาเซียน คาดการณ์คำสั่งซื้อกว่า 77 ล้านบาท การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้ากว่า 200 คูหา การประชุมติดตามความคืบหน้าด้านโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน</p>

<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยให้ถึง 2 ล้านล้านบาทภายในปี 2570 โดยล่าสุด ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 การค้าชายแดนไทย&ndash;สปป.ลาว มีมูลค่าสูงสุดในบรรดาการค้าชายแดนทุกด้านของไทย อยู่ที่ 382,899 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.96% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ไทยได้ดุลการค้า 24,778 ล้านบาท ขณะที่การค้าผ่านจังหวัดหนองคายเพียงจังหวัดเดียวมีมูลค่าถึง 62,226 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.60%</p>

<p>นายจตุพร ยังกล่าวถึงสถานการณ์การค้าชายแดนไทย&ndash;กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการผลไม้และเกษตรกรว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เร่งออกมาตรการช่วยเหลือ อาทิ การเชื่อมโยงระบายผลไม้ตกค้าง เช่น เงาะ มังคุด ทุเรียน ไปยังตลาดใหม่ การจัดงานมหกรรมการค้าชายแดน การรณรงค์บริโภคผลไม้ &ldquo;Thai Fruits Festival 2025&rdquo; การจัดจุดจำหน่ายทั่วประเทศ และบริการจัดส่งผลไม้ผ่านไปรษณีย์ไทยฟรี ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบและรักษาเสถียรภาพราคาผลไม้ในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<hr />]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250707ead0a1782f75d460dbb6d993ad2c0188161423.jpg' type='image/jpg' length='148130' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พาณิชย์” นำผู้ประกอบการ-พาณิชย์จังหวัด ร่วมงาน SMEs ที่กวางโจว ดันสินค้าภูมิภาคบุกตลาดจีน]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/112266</link>
<guid isPermaLink="false">257a94d152be140a825721d00bea1349</guid>
<pubDate>Wed, 02 Jul 2025 13:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 27&ndash;30 มิถุนายน 2568 - ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับสถานกงสุลไทย และสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน นำผู้ประกอบการ เข้าร่วมงาน China International Small and Medium Enterprises Fair (CISMEF) ซึ่งมีผู้ประกอบการจาก 50 ประเทศ เข้าร่วม รวมกว่า 1,000 บูธ โดยมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม จำนวน 100 ราย</p>

<p>ในจำนวนผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ ได้รับการคัดเลือกและส่งเสริมจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 9 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ สมุทรสาคร พัทลุง และพิษณุโลก รวม 13 ราย&nbsp;<br />
ซึ่งมีหลากหลายกลุ่มสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับใน<br />
ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน เช่น สินค้าเกษตร สินค้าเกษตรแปรรูป อาหาร สมุนไพร เครื่องสำอาง ผ้า และสินค้าหัตถกรรม เป็นต้น&nbsp;</p>

<p>การเข้าร่วมงานครั้งนี้ผู้ประกอบการได้นำเสนอสินค้าและเจรจาจับคู่ธุรกิจ อันเป็นการสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ โดยตลอดงานผู้ประกอบการไทย เฉพาะในส่วนที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัด สามารถสร้างมูลค่าทางการค้ากว่า 68 ล้านบาท ประกอบด้วย ยอดจำหน่ายภายในงาน รวม 4 แสนบาท และยอดเจรจาจับคู่ธุรกิจ รวม 67.8 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการติดต่อเจรจากันเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง</p>

<p>นอกจากการเข้าร่วมงาน CISMEF แล้ว คณะได้พบหารือผู้บริหารศูนย์การค้าชั้นนำของนครกวางโจว&nbsp;<br />
ศูนย์แลกเปลี่ยนสินค้าความงาม (Beauty Exchange Freshippo (Hema)) และตลาดเจียงหนาน (Jiangnan Market) ซึ่งเป็นศูนย์ค้าส่งผักและผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดของจีน เพื่อสำรวจแนวโน้วความต้องการสินค้า รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภค ในนครกวางโจวและภูมิภาคตอนใต้ของจีน เพื่อที่จะขยายโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการและเกษตรกรในแต่ละจังหวัด โดยเฉพาะผลไม้ไทย ซึ่งเป็นที่ยอมรับของชาวจีนในเรื่องของคุณภาพ&nbsp;</p>

<p>&ldquo;กระทรวงพาณิชย์มุ่งมั่นที่จะผลักดันสินค้าไทย ทั้งในกลุ่มที่มีการส่งออกและเป็นที่รู้จักแพร่หลายของชาวจีนอยู่แล้ว และในกลุ่มสินค้าใหม่ๆ โดยมุ่งเน้นคุณภาพและอัตลักษณ์สินค้า รวมสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้า และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดจีน ซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยให้ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรและผู้ประกอบการต่อไป&rdquo; ร้อยตรี จักรา กล่าว</p>

<hr />]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202507020c6cf7854a928d289b76979d056def30135817.jpg' type='image/jpg' length='332628' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พาณิชย์” ลงพื้นที่มหาสารคาม ดันเสื่อกกทองใบ เต่างอย สินค้าชุมชนคุณภาพ พร้อมหารือภาคเอกชนเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/112077</link>
<guid isPermaLink="false">87b277119b3879cc97ca1b7b7c656d66</guid>
<pubDate>Tue, 01 Jul 2025 16:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 29 มิถุนายน 2568&nbsp;<br />
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายนายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมกลุ่มเสื่อกกทองใบ เต่างอย บ้านแพง ตำบลบ้านแพง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2568 เพื่อรับฟังความคิดเห็นและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เข้าถึงโอกาสทางการตลาด พร้อมด้วยนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวจิตติมา ศรีถาพร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงผู้บริหารท้องถิ่น ได้แก่ นายอำนวย สายทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแพง นางทองใบ นาจำปา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 และนายฉลอง พึ่งโคกสูง นายอำเภอโกสุมพิสัย ร่วมให้การต้อนรับ</p>

<p>นายวรวงศ์ เปิดเผยว่า ต้นกก ถือเป็นพืชท้องถิ่นที่พบได้ทั่วไปในภาคอีสาน เป็นพืชที่มีคุณสมบัติพิเศษ เส้นใยเหนียวและแข็งแรง เหมาะแก่การนำมาทอเป็นผลิตภัณฑ์เสื่อและของใช้ต่าง ๆ ชาวบ้านแพง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ได้ทำการสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในชื่อ &ldquo;เสื่อกกบ้านแพง&rdquo; ที่ขึ้นชื่อในด้านความประณีตและลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์</p>

<p>โดยกลุ่มเสื่อกกทองใบเต่างอย ได้รับการส่งเสริมจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นผลิตภัณฑ์ในโครงการ &ldquo;มหาสารคาม มีดี&rdquo; และได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม ในการออกงานแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งในระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับประเทศ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้บริโภคอย่างดีเยี่ยม</p>

<p>นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดมหาสารคาม ยังได้ผลักดันให้ &ldquo;กกบ้านแพง&rdquo; ขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลค่า และสร้างการรับรู้ในตลาดที่กว้างขึ้น ซึ่งรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ยืนยันเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน และสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยใช้ทั้งองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการตลาดเชิงรุก มุ่งพัฒนาท้องถิ่นให้เป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทยในอนาคต</p>

<p>ผู้สื่อข่าวระบุว่าภายหลังการเยี่ยมชม นายวรวงศ์ รามางกูร และคณะ ได้เดินทางไปร่วมหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับภาคเอกชน หอการค้าจังหวัดมหาสารคาม และกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่ (YEC) ณ ศูนย์การค้าเสริมไทยคอมเพล็กซ์ โดยมีประเด็นสำคัญที่หารือร่วมกัน ได้แก่ ปัญหาเนื้อโคสดพร้อมปรุง ราคาวัว สินค้า OTOP และสินค้า GI แนวทางการสนับสนุนช่องทางการตลาดสำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่ รวมถึงการส่งเสริมแหล่งเงินทุนให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025070126fa0b7daa15805a7d7cd3707557d053160951.jpg' type='image/jpg' length='711850' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” ปาฐกถาพิเศษ บนเวที EABC เร่งปิดดีล FTA ไทย-EU สิ้นปีนี้ หนุนร่วมมือการค้า-การลงทุนกับยุโรป สร้างแต้มต่อให้ประเทศ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/111845</link>
<guid isPermaLink="false">9aeb725d1e5a9be8de49a9b493d2b66e</guid>
<pubDate>Mon, 30 Jun 2025 15:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 30 มิถุนายน 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมกล่าวปาฐกถาในงาน EABC Luncheon: Advancing Trade, Investment, and FTAs in a Shifting Global Landscape จัดโดย สมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์(European Association for Business and Commerce: EABC) ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนภาคธุรกิจยุโรป สมาชิก EABC และผู้แทนทางการทูต เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง</p>

<p>นายพิชัย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยภายใต้การนำของรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ภาคการส่งออกของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง เศรษฐกิจไทยซบเซามานานกว่า 10 ปี ที่ผ่านมาการส่งออกเฉลี่ยเติบโตเพียง 1.9% ต่อปี แต่หลังจากรัฐบาลชุดปัจจุบันเข้าบริหารประเทศ มีการลงทุนไหลเข้ามากถึง 2.58 ล้านล้านบาท และการส่งออกในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ขยายตัวถึง 13.3% ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุด ไม่เห็นตัวเลขนี้นับ 10 ปี ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวสูงถึง 14.9% โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคมเพียงเดือนเดียวโตถึง 18.4% สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว และคาดว่าเดือนนี้ตัวเลขก็จะดีเช่นกัน</p>

<p>รัฐบาลมุ่งส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนในอุตสาหกรรมศักยภาพสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น แผงวงจรพิมพ์ (PCB) และเซมิคอนดักเตอร์ รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ</p>

<p>ทั้งนี้ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการค้าระหว่างประเทศและการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การดึงดูดการลงทุน และสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการส่งออกของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจภูมิรัฐศาสตร์ และภาษีทรัมป์</p>

<p>นายพิชัย กล่าวถึงความคืบหน้าในการเจรจา FTA ไทย&ndash;สหภาพยุโรป (EU) ว่า เป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญสูงสุดของรัฐบาลไทย และได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชน ความตกลง FTA ฉบับนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยกับยุโรป ขยายการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เห็นว่าการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและนักธุรกิจยุโรปจะช่วยให้การเจรจา FTA ไทย-EU สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างราบรื่น</p>

<p>ทั้งนี้ การเจรจารอบที่ 6 ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้ข้อยุติใน 3 บท ได้แก่ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) การค้ากับการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TSD) และอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (TBT) ส่งผลให้มีบทที่สรุปแล้วทั้งหมด 7 บท ขณะเดียวกันได้เริ่มหารือในหัวข้อสำคัญอย่างการเปิดตลาดแล้ว</p>

<p>&ldquo;ความสำเร็จของการเจรจา FTA ไทย&ndash;EU ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย ผมจึงขอความร่วมมือและการสนับสนุนจากท่านเพื่อให้เราสามารถสรุปความตกลงฉบับนี้ได้ภายในสิ้นปีนี้ และสร้างผลประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว&rdquo;รมว.พาณิชย์ กล่าว</p>

<p>สำหรับความตกลงการค้าเสรี ไทยมี FTA ที่มีผลบังคับใช้แล้ว 14 ฉบับ ครอบคลุม 18 ประเทศทั่วโลก และได้เจรจาเสร็จสิ้นอีก 3 ฉบับกับศรีลังกา EFTA และภูฏาน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการให้สัตยาบัน โดยเฉพาะ FTA ไทย&ndash;EFTA ซึ่งเป็นความตกลงฉบับแรกกับประเทศในยุโรป ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายความร่วมมือทางการค้า</p>

<p>โดยสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) ซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2554 โดยความร่วมมือของหอการค้ายุโรป องค์กรธุรกิจยุโรป และนักธุรกิจในประเทศไทยกว่า 130 ราย อาทิ DHL, Airbus, AstraZeneca, PepsiCo และ L&rsquo;Or&eacute;al โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนบรรยากาศการค้าและการลงทุนของยุโรปในไทย และใช้ไทยเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียน</p>

<p>ทั้งนี้ในช่วงเดือนมกราคม &ndash; พฤษภาคม 2568 EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยมีมูลค่าการค้ารวม 18,092.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 ร้อยละ 0.57 โดยไทยส่งออกไปยัง EU มูลค่า 10,696.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.86 และนำเข้าจาก EU มูลค่า 7,395.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 9.40 ส่งผลให้ไทยได้เปรียบดุลการค้ากับ EU มูลค่า 3,301.40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>

<hr />
<hr />]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025063026fa0b7daa15805a7d7cd3707557d053151044.jpg' type='image/jpg' length='711850' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นบข. ไฟเขียว 4 มาตรการช่วยข้าวนาปี 68/69 วงเงินกว่า 5 หมื่นล้าน เสริมเสถียรภาพราคา-เพิ่มรายได้เกษตรกรระยะยาว]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/111486</link>
<guid isPermaLink="false">74b9ee80f30f4a2deae9ceeec95b309c</guid>
<pubDate>Fri, 27 Jun 2025 14:23:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน 2568 เวลา 15.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ครั้งที่ 2/2568 โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายธนสาร ธรรมสอน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง พร้อมด้วยผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าว สมาคมโรงสีข้าว และผู้แทนภาคเกษตรกร อาทิ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล</p>

<p>นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่เลขานุการคณะกรรมการ เปิดเผยว่า &ldquo;ที่ประชุม นบข. มีมติรับทราบสถานการณ์ข้าวโลกและข้าวไทย ปี 2567/68 &nbsp;โดยสถานการณ์ข้าวโลก ปีการผลิต 2568/69 คาดว่าการผลิตข้าวจะอยู่ที่ 541.58 ล้านตัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่การบริโภคข้าวทั่วโลกอยู่ที่ 541.07 ล้านตัน เพิ่มขึ้นมากกว่าการผลิต ส่งผลให้อุปสงค์เพิ่มเร็วกว่าอุปทาน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาข้าวในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยมีปริมาณการค้าอยู่ที่ 61.66 ล้านตัน และสต็อกปลายปีอยู่ที่ 187.83 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงด้านภัยธรรมชาติและนโยบายแทรกแซงจากประเทศผู้ส่งออกและผู้นำเข้ารายใหญ่</p>

<p>ด้านสถานการณ์ข้าวไทย ข้าวนาปรัง ปี 2568 เก็บเกี่ยวแล้วร้อยละ 96 หรือประมาณ 8.20 ล้านตัน คาดว่าจะทยอยออกสู่ตลาดครบในเดือนมิถุนายน ขณะที่ข้าวนาปี ปี 2568/69 คาดว่ามีพื้นที่เพาะปลูก 61.95 ล้านไร่ ลดลงเล็กน้อย แต่ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 27.22 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เนื่องจากฝนไม่ทิ้งช่วงในช่วงต้นฤดูเพาะปลูก ทำให้มีน้ำเพียงพอ โดยผลผลิตส่วนใหญ่จะออกสู่ตลาดในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 2568 ประมาณร้อยละ 72</p>

<p>ด้านความต้องการใช้ข้าว ปี 2568/69 คาดว่าลดลงเหลือ 28.66 ล้านตันข้าวเปลือก หรือลดลงร้อยละ 2 จากปีก่อน อินเดียกลับมาส่งออกข้าวอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การบริโภคภายในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวและแรงงานต่างด้าว ขณะที่การบริโภคข้าวของประชากรไทยยังคงลดลง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 73.41 กิโลกรัมต่อคนต่อปี</p>

<p>ราคาข้าวในประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2568) พบว่าราคาข้าวเปลือกส่วนใหญ่ลดลงจากปีก่อน โดยเฉพาะข้าวเจ้าและข้าวเหนียว ยกเว้นข้าวหอมมะลิที่ยังคงมีราคาสูงอยู่ที่ 15,500&ndash;17,000 บาทต่อตัน เนื่องจากมีคำสั่งซื้อต่อเนื่องจากต่างประเทศ</p>

<p>ด้านการส่งออกข้าวไทยในช่วงเดือนมกราคม&ndash;พฤษภาคม 2568 มีปริมาณ 3.05 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 41 ของเป้าหมายทั้งปีที่ 7.5 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 26 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการแข่งขันด้านราคากับประเทศคู่แข่ง และความต้องการนำเข้าที่ชะลอตัวในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์</p>

<p>โดยที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางเพื่อรักษาเสถียรภาพทางราคาและให้เกษตรกรได้มีรายได้ที่มั่นคง โดยเห็นควรปรับแผนการผลิตให้สอดคล้องกับทิศทางตลาด หลีกเลี่ยงการปลูกข้าวนาปรังที่มีแนวโน้มล้นตลาด พร้อมส่งเสริมการบริโภคข้าวในประเทศ และสนับสนุนการผลิตข้าวเฉพาะกลุ่ม เช่น ข้าวอินทรีย์ ข้าวสุขภาพ และข้าวคาร์บอนต่ำ เพื่อเพิ่มมูลค่าและกระจายความเสี่ยง&ldquo;</p>

<p>นายวิทยากร กล่าวต่อว่า &ldquo;วันนี้ที่ประชุม นบข. ได้พิจารณาวาระสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกและสร้างความมั่นคงให้เกษตรกรในระยะยาว จึงมีมติเห็นชอบในหลักการ ตามที่ฝ่ายเลขานุการฯ เสนอ โดยกรมการค้าภายในร่วมกับ ธ.ก.ส. จัดทำมาตรการ 4 โครงการ วงเงินงบประมาณรวม 50,038.67 ล้านบาท ดังต่อไปนี้</p>

<p>1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2568/69 ให้เกษตรกรเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉางตนเอง 1 &ndash; 5 เดือน ได้รับค่าฝากเก็บ 1,500 บาท/ตัน เป้าหมาย 3 ล้านตัน โดยราคาสินเชื่อข้าวหอมมะลิ 13,000 บาทต่อตัน ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ 11,500 บาทต่อตัน ข้าวเจ้า 8,000 บาทต่อตัน ข้าวปทุมฯ 9,000 บาทต่อตัน ข้าวเหนียว 10,000 บาทต่อตัน วงเงินงบประมาณจ่ายขาดไม่เกิน 9,305.06 ล้านบาท</p>

<p>2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2568/69 ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้สถาบันเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ เป้าหมาย 1.5 ล้านตันวงเงินจ่ายขาด 656.25 ล้านบาท&nbsp;</p>

<p>3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2568/69 โรงสีเก็บสต็อก 2 &ndash; 6 เดือน รัฐชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เป้าหมาย 4 ล้านตัน วงเงินงบประมาณจ่ายขาด 642.00 ล้านบาท&nbsp;</p>

<p>4. โครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ โดยให้ความช่วยเหลือเกษตรกร โดย (1) สนับสนุนเงินให้แก่เกษตรกร อัตรา 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 10 ไร่ วงเงินงบประมาณ 18,967.68 ล้านบาท (2) สนับสนุนเงินค่าปัจจัยการผลิตผ่านแอป BAAC Mobile ของ ธ.ก.ส. ซึ่งสามารถใช้ซื้อปัจจัยการผลิตจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ อัตรา 500 บาทต่อไร่ ไม่เกิน 10 ไร่ วงเงินงบประมาณ 18,967.68 ล้านบาท และ (3) ช่วยเหลือเงินให้เกษตรกรในการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมในอัตรา 1,500 บาทต่อไร่ ประมาณ 1 ล้านไร่ (10% ของพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม หรือ 9.85 ล้านไร่) วงเงินงบประมาณ 1,500.00 ล้านบาท วงเงินงบประมาณรวมทั้งสิ้น 39,435.36 ล้านบาท โดยให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และการดำเนินโครงการในกิจกรรมปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสมในการปลูกข้าว ประกอบด้วย กษ. พณ. ธ.ก.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำเสนอ นบข. ก่อนเสนอ ครม. พิจารณาต่อไป</p>

<p>ทั้งนี้ มอบหมายกรมการค้าภายใน ร่วมกับ ธ.ก.ส. จัดทำโครงการฯ และรายละเอียดข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐต้องเสนอพร้อมกับการขออนุมัติต่อ ครม. ตามมาตรา 27 และ 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เพื่อให้กระทรวงพาณิชย์นำเสนอ ครม. ต่อไป&ldquo;</p>

<p>นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า &ldquo;สำหรับโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปรัง ปี 2568 ไร่ละ 1,000 บาท มีมติมอบหมายให้กรมการข้าว และ ธ.ก.ส. จัดทำโครงการฯ พร้อมหลักเกณฑ์และเงื่อนไข สำหรับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร เสนอผ่านคณะอนุกรรมการ ด้านการผลิต ก่อนเสนอ นบข. และ ครม. พิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวนาปรัง จำนวน 851,696 ครัวเรือน พื้นที่ปลูก 11.85 ล้านไร่ โดยใช้งบประมาณรวม 7,274.41 ล้านบาท&rdquo;</p>

<p>&rdquo;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติมอบหมายให้กรมการค้าภายใน และ กรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ นบข. หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเสนอโครงการเพื่อเพิ่มช่องทางในการระบายผลผลิตสู่ต่างประเทศ ต่อไปอีกด้วย&ldquo; นายวิทยากร กล่าว</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506279780b5ef5ba02133012512da20885c6d084227.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506272b3f031f06684f31c03e82d4867bcaf9084305.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250627f5b296f3371f948c64c8be7725acd222084413.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202506272fb117d416cb37daa0c4db33b5de30c3142407.jpg' type='image/jpg' length='172299' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” เปิดงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2025 ดันไทยสู่ฮับเครื่องสำอางอาเซียน หนุน SMEs เจาะตลาดโลกอ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/111010</link>
<guid isPermaLink="false">dbf60fda02b106b353b930d3c967d04f</guid>
<pubDate>Wed, 25 Jun 2025 15:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นที่ 25 มิถุนายน 2568<br />
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน Cosmoprof CBE ASEAN Bangkok 2025 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีผู้บริหารระดับสูงทั้งจากภาครัฐและเอกชนร่วมงาน อาทิ นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นางสุภาพร สุขมาก รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) Ms.Donna Chai ผู้จัดการทั่วไป BolognaFiere Cosmoprof Asia และนายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จำกัด</p>

<p>งานจัดแสดงสินค้าสุขภาพและความงาม ครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25&ndash;27 มิถุนายน 2568 ครอบคลุมพื้นที่กว่า 25,000 ตารางเมตร มีผู้ประกอบการกว่า 650 บริษัท จากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก อาทิ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อิตาลี และสหรัฐอเมริกา ร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมความงามกว่า 2,000 แบรนด์ พร้อมกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจ อาทิ การเจรจาจับคู่ธุรกิจ เวิร์กช็อปจากผู้เชี่ยวชาญ และโอกาสในการขยายเครือข่ายกับผู้ซื้อทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 17,000 คน</p>

<p>นายพิชัย กล่าวว่า อุตสาหกรรมความงามเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพสูง และกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในปี 2567 ไทยมีมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางกว่า 3,540 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 4.7% และในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการส่งออกยังเติบโตต่อเนื่องเกิน 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมองว่าอุตสาหกรรมนี้ยังสามารถเติบโตได้อีกมาก&nbsp;</p>

<p>เศรษฐกิจไทยซบเซามานานกว่า 10 ปี การส่งออกเฉลี่ยเติบโตเพียง 1.9% ต่อปี แต่หลังจากรัฐบาลชุดปัจจุบัน นำโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าบริหารประเทศ มีการลงทุนไหลเข้ามากถึง 2.58 ล้านล้านบาท และการส่งออกในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ขยายตัวถึง 13.3% ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุด ไม่เห็นตัวเลขนี้นับ 10 ปี</p>

<p>&ldquo;เฉพาะไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา การส่งออกขยายตัว 10.5% ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวสูงถึง 14.9% โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคมเพียงเดือนเดียวโตถึง 18.4% สะท้อนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัวอย่างชัดเจน&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังกล่าวถึง ศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีและ AI โดยเฉพาะการผลิตแผงวงจร (PCB) และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งใช้พลังงานที่ไทยมีเหลือใช้เป็นจุดแข็ง พร้อมทั้งย้ำว่า ประเทศไทยมีเป้าหมายเป็นศูนย์กลาง Data Center และ AI ในอนาคตควบคู่กับการผลักดันอุตสาหกรรมความงามไปสู่ตลาดโลก</p>

<p>&ldquo;อุตสาหกรรมความงามไทยเติบโตขึ้นทุกปี เราเชื่อว่า Cosmoprof CBE ASEAN จะกลายเป็นงานระดับโลกเช่นเดียวกับ THAIFEX &ndash; ANUGA ASIA ที่วันนี้ติดอันดับ 4 ของโลก ผมหวังว่างานครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญให้ผู้ประกอบการได้แสดงศักยภาพ เชื่อมโยงเครือข่าย และเติบโตอย่างยั่งยืน&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<p>ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ยังคงเดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการค้าในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่องในปี 2568 ทั้งการจัดคณะผู้แทนการค้าไปยังจีน อินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ญี่ปุ่น และซาอุดีอาระเบีย ตลอดจนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ อาทิ Cosmoprof Asia ที่ฮ่องกง เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้กับสินค้าและนวัตกรรมความงามไทย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202506254a13c8ee9ad4d63008d73d3d01917d82150944.JPG' type='image/jpg' length='950153' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พาณิชย์-คลัง” ผนึกกำลัง สส.สกลนคร ขับเคลื่อนสมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก – ดันสกลนครสู่ศูนย์กลางสมุนไพรไทย]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/110535</link>
<guid isPermaLink="false">a8c365824ebf4ac09ad184a18b4c6b54</guid>
<pubDate>Mon, 23 Jun 2025 15:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 22 มิถุนายน 2568&nbsp;<br />
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้ นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการอบรม &ldquo;โครงการพัฒนายกระดับสมุนไพรสู่ตลาดสากล&rdquo; ณ ห้องประชุมศรีสกล B โรงแรมเดอะมาเจสติค จังหวัดสกลนคร วานนี้(21 มิ.ย.68) ตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้กับชุมชน และผลักดันผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยให้มีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล</p>

<p>การอบรมในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกว่า 110 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ โดยเน้นการพัฒนาองค์ความรู้ การเพิ่มมูลค่าสินค้า การสร้างมาตรฐาน และการขยายตลาดต่างประเทศ เพื่อปูทางให้สมุนไพรไทยเป็นหนึ่งในสินค้าที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพระดับโลก</p>

<p>โดยภายในงานมี นายเอกพร รักความสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ตลอดจนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร ได้แก่ นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สส.สกลนคร เขต 1 และนางสกุณา สาระนันท์ สส.สกลนคร เขต 6 รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการและภาคีเครือข่ายในพื้นที่ร่วมด้วย</p>

<p>นายวรวงศ์ กล่าวว่า สมุนไพรไทยถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนาน และปัจจุบันได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหาร ยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับกระแสรักสุขภาพทั่วโลก การพัฒนาสมุนไพรไทยให้เป็นผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน พร้อมผลักดันให้จังหวัดสกลนครก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสมุนไพรไทย</p>

<p>&ldquo;โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับผู้ประกอบการสมุนไพรในพื้นที่ ทั้งด้านความรู้ มาตรฐานสินค้า การเพิ่มมูลค่า และการขยายสู่ตลาดโลก อันจะช่วยเสริมขีดความสามารถการแข่งขันของไทยอย่างยั่งยืน การผลักดันสมุนไพรไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และการขับเคลื่อนจังหวัดสกลนครให้เป็นศูนย์กลางสมุนไพรของประเทศ คือโอกาสและความท้าทายที่เราสามารถร่วมกันทำให้สำเร็จได้ ไม่ใช่ความฝันที่เกินเอื้อม&ldquo; นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าว</p>

<p>จากนั้น นายวรวงศ์ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจการผลิตสุราพื้นเมือง &ldquo;ออนซอน&rdquo; (Onson Thai Hand Crafted White Spirit) ณ บริษัท ออนโซล แลบ แอนด์ ดิสทิลลารี่ จำกัด อำเภอเมืองสกลนคร โดยรับฟังปัญหาและให้ข้อเสนอแนะในการพัฒนาธุรกิจ เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไทยสู่ตลาดโลกต่อไป</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250622f15a3da5fe28c6ab1b874f734d679217115753.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250622ead74b61e77428b7ce7f7aef9a823fd2115753.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250622e88312f7e59991cf80371331ec610d14115752.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506226f392fd6c089159de6b2a2ad02b3aafc115752.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250622b933b35fa7b9ad91a0cfc4c6628ff98b115752.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250622f15a3da5fe28c6ab1b874f734d679217115753.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250622ead74b61e77428b7ce7f7aef9a823fd2115753.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250622e88312f7e59991cf80371331ec610d14115752.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506226f392fd6c089159de6b2a2ad02b3aafc115752.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250622b933b35fa7b9ad91a0cfc4c6628ff98b115752.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250622f15a3da5fe28c6ab1b874f734d679217115753.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250622ead74b61e77428b7ce7f7aef9a823fd2115753.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250622e88312f7e59991cf80371331ec610d14115752.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506226f392fd6c089159de6b2a2ad02b3aafc115752.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202506236bea74e70b42f5839bcc106e81e2cb0e152304.jpg' type='image/jpg' length='850286' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พาณิชย์” เร่งกระจายผลไม้สู่ตลาดในประเทศ รับมือสถานการณ์ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/110331</link>
<guid isPermaLink="false">35ca6e2e0baa3d261b91f1c7deb22cdb</guid>
<pubDate>Fri, 20 Jun 2025 16:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เร่งระบายผลไม้ภาคตะวันออกกว่า 3,000 ตัน สู่ตลาดในประเทศ รับมือสถานการณ์ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา มั่นใจศักยภาพของตลาดภายในช่วยบรรเทาผลกระทบและรักษาเสถียรภาพราคาผลผลิตช่วงปลายฤดูกาล</p>

<p>วันที่ 19 มิถุนายน 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า &ldquo;จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้มีการปิดด่านการค้าบางจุด ทำให้การกระจายผลไม้จากจังหวัดภาคตะวันออกที่ส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านชะลอลง โดยเฉพาะจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม และบ้านผักกาด จังหวัดจันทบุรี แม้การซื้อขายภายในพื้นที่ยังคงดำเนินได้ตามปกติ แต่เพื่อไม่ให้เกษตรกรได้รับผลกระทบ กระทรวงพาณิชย์จึงได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งผลักดันการระบายผลผลิตภายในประเทศทันที&rdquo;</p>

<p>นายพิชัยกล่าวว่า ขณะนี้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับหน่วยงานและภาคเอกชนต่าง ๆ เร่งกระจายผลไม้จากภาคตะวันออก โดยเฉพาะมังคุดและทุเรียน ซึ่งอยู่ในช่วงปลายฤดูกาลเก็บเกี่ยว คาดว่าผลผลิตจะหมดภายในสิ้นเดือนมิถุนายน โดยตั้งเป้าระบายผลไม้ จำนวน 3,000 ตัน ทั้งผ่านห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ในเครือ ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ที่ได้ซื้อมังคุดคัดเกรดขนาดกลางจำนวน 1,000 ตัน เพื่อนำไปจำหน่ายในแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ รวมถึงห้าง GO WHOLESALE ที่เตรียมเข้ามารับซื้อเพิ่มเติม&nbsp;</p>

<p>นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือจาก บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด ในการร่วมรับซื้อผลไม้ไทยเพื่อนำไปจัดทำเป็นอาหารเพื่อจำหน่ายบนสายการบินของไทยแอร์เอเชีย อีกจำนวน 1,000 ตัน สมาคมธนาคาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงเครือข่ายห้างค้าปลีกท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยกรมการค้าภายในจะจัดกิจกรรม &ldquo;Thai Fruits Festival&rdquo; ภายในงาน Phuket City Pride 2025 ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ ณ จังหวัดภูเก็ต เพื่อผลักดันการบริโภคผลไม้ไทยคุณภาพในประเทศ</p>

<p>นายพิชัย กล่าวต่อว่า &ldquo; นอกจากพันธมิตรที่จะมาช่วยรับซื้อผลไม้แล้ว ยังมีสนับสนุนในเรื่องของการจัดส่ง ได้แก่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการช่วยเหลือค่าจัดส่งสำหรับการซื้อขายผลไม้ผ่านออนไลน์โดยสามารถส่งฟรีที่ไปรษณีย์ไทยได้ทุกสาขา ทั้งนี้ กรมได้ตั้งเป้าปริมาณผลไม้ที่จะกระจายผ่านช่องทางไปรษณีย์อีกถึง 3,000 ตัน</p>

<p>&ldquo;ขณะนี้เราได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และที่สำคัญคือพี่น้องประชาชนที่ช่วยกันอุดหนุนผลไม้ไทยอย่างต่อเนื่อง จึงมั่นใจว่าผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออกในช่วงปลายฤดูนี้จะสามารถระบายได้หมด และขอให้เกษตรกรมั่นใจว่า รัฐบาลโดยการนำของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และกระทรวงพาณิชย์ จะอยู่เคียงข้างในการดูแลราคาและตลาดอย่างต่อเนื่อง&rdquo; นายพิชัย กล่าวทิ้งท้าย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250620fd82f19bdb4ed9b75541f3a9e672399f160606.jpg' type='image/jpg' length='148977' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” สั่งทุกหน่วยเดินหน้าตามข้อสั่งการนายกฯ เร่งเครื่องล้างบางสินค้าผิดกฎหมายกว่า 57,739 คดี-ปราบธุรกิจนอมินี ลุยตรวจนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 46,918 ราย เริ่ม 4 จังหวัดเป้าหมาย (ชลบุรี-กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต)]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/109486</link>
<guid isPermaLink="false">55fe3e3864cf012880bf8d4e46a655d2</guid>
<pubDate>Mon, 16 Jun 2025 15:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 16 มิถุนายน 2568 ณ ห้องประชุมบุรฉัตรไชยากร กระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เป็นประธานการประชุม โดยมีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพงศกร อรรณนพพร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ และนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ 17 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดการขับเคลื่อนข้อสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เน้นให้แก้ปัญหาสินค้าไร้คุณภาพและธุรกิจต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายไทยอย่างจริงจัง ช่วยปกป้องผู้ประกอบการและผู้บริโภคไทย&nbsp;</p>

<p>นายพิชัย เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อสั่งการท่านนายกรัฐมนตรี พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากหน่วยงานต่างๆ โดยเน้น 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่<br />
1.การบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์ม e-Commerce<br />
2.การเข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพสินค้านำเข้า โดยเฉพาะในเขต Free Zone<br />
3.การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อตรวจสอบการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า<br />
4.การปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการขนถ่ายสินค้า (Transshipment)</p>

<p>จากข้อมูลสถิติจากเดือนกันยายน 2567 ถึงพฤษภาคม 2568 แสดงให้เห็นว่า หน่วยงานภายใต้คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าผิดกฎหมายจำนวน 57,739 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2,287 ล้านบาท สามารถจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ได้ถึง 1,875 ล้านบาท และดำเนินการ Notice and Takedown เพื่อลบสินค้าผิดกฎหมายออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์มากกว่า 14,976 รายการ พร้อมปราบปรามธุรกิจนอมินีแล้ว 861 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15,296 ล้านบาท</p>

<p>นายพิชัย ระบุว่า เพื่อป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าและการบิดเบือนข้อมูลการนำเข้า ได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมพัฒนาระบบตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลสินค้านำเข้า โดยสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างเสนอร่างแก้ไขกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้การประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นความผิดมูลฐานและ สำนักงาน ป.ย.ป. ได้หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางปรับปรุงกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน และกรมศุลกากรอยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Transshipment เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ</p>

<p>นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมกับกระทรวงมหาดไทยลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว และจัดตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือแจ้งสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมาย(นอมินี) ภายในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 เพื่อตรวจสอบสืบสวน สอบสวน จับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด&nbsp;</p>

<p>และที่ประชุมฯมีมติให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกำกับติดตามการตรวจนอมินีในทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าตรวจสอบเชิงรุก ปูพรมทั่วประเทศ ซึ่งมีนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีลักษณะนอมินี จำนวน 46,918 ราย โดยเน้นหนักที่ 4 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี</p>

<p>&ldquo;เราจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการเพื่อปกป้องคนส่วนใหญ่ของประเทศให้ทุกหน่วยงานต้องทำงานเชิงรุกและบูรณาการอย่างเข้มข้น ในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมร่วมกับรองผู้ว่าฯในการมอบหมายตรวจสอบเรื่องนอมินี พร้อมกับพาณิชย์จังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน&rdquo; นายพิชัย กล่าว</p>

<p>ด้านนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในประเด็นการตรวจสอบธุรกิจนอมินี กระทรวงฯ ได้ดำเนินการตรวจสอบบริษัทที่มีชาวต่างชาติเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 0.0001&ndash;49.99% ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 46,918 ราย โดยมีการตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด นำโดยรองผู้ว่าราชการจังหวัด และประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด สรรพากรพื้นที่ จัดหางานจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด โดยมีพาณิชย์จังหวัดทำหน้าที่เลขานุการ พร้อมกำหนดไทม์ไลน์อย่างชัดเจน คาดว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 1 ปี โดยในช่วง 6 เดือนแรกจะสามารถดำเนินการครอบคลุมได้ถึง 69 จังหวัด ส่วนอีก 7 จังหวัดที่มีจำนวนบริษัทมาก จะมีทีมจากส่วนกลางลงไปสนับสนุนเป็นพิเศษ</p>

<p>ในส่วนของการป้องกันไม่ให้มีบริษัทนอมินีรายใหม่เข้ามาจดทะเบียนในประเทศไทยอีก รัฐบาลมีแผนปรับปรุงกฎหมาย โดยเสนอให้เพิ่มความผิดฐาน &ldquo;นอมินี&rdquo; เข้าไปเป็นหนึ่งในความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งจะเปิดทางให้สามารถยึดหรือริบทรัพย์สินของบริษัทที่กระทำผิดได้</p>

<p>ขณะนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งตนเองและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะเร่งผลักดันให้ ครม. มีมติส่งต่อร่างกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สามารถพิจารณาได้ทั้ง 3 วาระรวด โดยจะใช้กลไกของกรรมาธิการและการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ออกโดยเร็ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี และเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดบริษัทนอมินีรายใหม่ในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506165a865d32848c7df6ba9eecda8a657247133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506164917009803538d663919326b18d40393133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250616a5f6b57309b57a9480b226db2b8276ae133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250616ad5503fc7014f6748bb90d04e7c2de06133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506166ababc44dbfb66beac29df1e8ce51f36133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250616c1565ba1a4ee111f963d7297d27e09c6133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506165a865d32848c7df6ba9eecda8a657247133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506164917009803538d663919326b18d40393133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250616a5f6b57309b57a9480b226db2b8276ae133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250616ad5503fc7014f6748bb90d04e7c2de06133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506166ababc44dbfb66beac29df1e8ce51f36133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250616c1565ba1a4ee111f963d7297d27e09c6133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506165a865d32848c7df6ba9eecda8a657247133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506164917009803538d663919326b18d40393133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250616a5f6b57309b57a9480b226db2b8276ae133343.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250616ad5503fc7014f6748bb90d04e7c2de06133343.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025061681037753d7d8095e4148cbd55fceb3b3160044.jpg' type='image/jpg' length='612865' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์ชี้ใช้สิทธิ FTA ไตรมาสแรกปี 68 โตเกินคาด 19.04%]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/108927</link>
<guid isPermaLink="false">d931c31c307e020a2c14d29a88fe2006</guid>
<pubDate>Thu, 12 Jun 2025 09:36:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า ไตรมาสแรกปี 2568 ช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ รวม 22,001.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 660,037.80 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิ FTA 79.75% เติบโต 19.04% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน กระทรวงพาณิชย์เน้นย้ำการใช้สิทธิประโยชย์ภายใต้ FTA เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน ขยายโอกาสทางธุรกิจไทยได้ไกลกว่าเดิม</p>

<p>นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข้อมูลการใช้สิทธิ FTA ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม ปี 2568 มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ ภายใต้ความตกลง FTA รวม 22,001.26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 79.75% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ได้รับสิทธิฯ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 19.04% โดยเป็นการส่งออกไปยังอาเซียนภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) สูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง มูลค่า 7,895.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีสัดส่วนการใช้สิทธิฯ 67.07% อันดับสองเป็นการใช้สิทธิฯ ภายใต้ความตกลงอาเซียน-จีน (ACFTA) มูลค่า 4,926.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 90.92% อันดับสามความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย (AIFTA) มูลค่า 3,908.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 87.11% อันดับสี่ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) มูลค่า 1,572.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 74.89% อันดับห้า ความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) มูลค่า 1,346.20ล้านดอลลาร์สหรัฐ สัดส่วนการใช้สิทธิฯ 56.85% ภาพรวมสินค้า 5 อันดับแรกที่มีการใช้สิทธิ FTA ส่งออกมากที่สุด ได้แก่ (1) แพลทินัมยังไม่ได้ขึ้นรูป (อันรอต) กึ่งสำเร็จรูปหรือเป็นผง มูลค่า 1,655.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2) ยานยนต์สำหรับขนส่งของอื่น ๆ (ที่มีเครื่องดีเซล หรือกึ่งดีเซล) น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 5 ตัน</p>

<p>มูลค่า 1,588.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3) ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ มูลค่า 857.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4) แพลทินัมยังไม่ได้ขึ้นรูป (อันรอต) กึ่งสำเร็จรูปหรือเป็นผงอื่น ๆ มูลค่า 760.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ (5) น้ำตาลที่ได้จากอ้อยอื่น ๆ มูลค่า 473.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>

<p>นางอารดาฯ กล่าวว่า จาก FTA ทั้งหมด 12 ฉบับที่กรมการค้าต่างประเทศติดตามการใช้สิทธิฯ ในปัจจุบัน มี FTA ที่มีอัตราการใช้สิทธิฯ เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2568 รวม 6 ฉบับ ได้แก่ (1) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดีย (ส่งออกไปอินเดีย) เพิ่มขึ้น 201.64% (2) ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) เพิ่มขึ้น 21.27% (3) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน (ส่งออกไปจีน) เพิ่มขึ้น 17.64% (4) ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน เพิ่มขึ้น 7.69% (5) ความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-เกาหลี (ส่งออกไปเกาหลี) เพิ่มขึ้น 4.31% และ (6) ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-เปรู เพิ่มขึ้น 0.33% ซึ่งการใช้สิทธิ FTA ที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด เป็นผล</p>

<p>มาจากภาพรวมการส่งออกของไทยเพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 จาก 70,753.67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 81,532.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 โดยสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป ที่มีมูลค่าการใช้สิทธิ FTA สูง 5 อันดับแรก ได้แก่ น้ำตาลที่ได้จากอ้อย เนื้อของสัตว์ปีกเลี้ยงแช่เย็นจนแข็ง ไก่ที่ปรุงแต่ง ผลไม้สด (เงาะ ลำไย ทับทิมสด) และทุเรียนสด มูลค่ารวม 4,775.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 21.71% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด และสินค้าอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ได้แก่ แพลทินัมยังไม่ได้ขึ้นรูป (อันรอต) กึ่งสำเร็จรูปหรือเป็นผง ยานยนต์สำหรับขนส่งของ ยางสังเคราะห์ผสมยางธรรมชาติ แพลทินัมยังไม่ได้ขึ้นรูป (อันรอต) กึ่งสำเร็จรูปหรือเป็นผงอื่น ๆ และเครื่องปรับอากาศชนิดติดผนังหรือติดเพดาน มูลค่ารวม 17,225.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 78.29% ของมูลค่าการใช้สิทธิฯ ทั้งหมด</p>

<p>นางอารดาฯ ยังกล่าวอีกว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการค้าและขยายโอกาสทางการค้าให้กับผู้ประกอบการไทย มุ่งเน้นการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA โดยกรมการค้าต่างประเทศ จะจัดสัมมนาเพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการภายใต้โครงการส่งเสริม SMEs ให้แข่งขันได้ในตลาดสากล ในช่วงวันที่ 10-12 มิถุนายน 2568 ในพื้นที่ภาคอีสาน ประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมาและบุรีรัมย์ ภายในงานจะมีการจัดกิจกรรมการอภิปรายเรื่อง &ldquo;เทคนิคการต่อยอดธุรกิจด้วย FTA&rdquo; และการบรรยาย เรื่อง &ldquo;การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA&rdquo; กระทรวงพาณิชย์เน้นย้ำว่าการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าภายใต้ FTA เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะสร้างแต้มต่อในการส่งออก ช่วยลดภาษีนำเข้า ลดต้นทุนทางการค้า ทำให้สินค้าส่งออกจากไทยน่าดึงดูดเมื่อเทียบกับสินค้าจากประเทศอื่นที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์จาก FTA และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภาครัฐได้เจรจาจัดทำ FTA ฉบับใหม่กับประเทศคู่ค้าใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นไทย-ศรีลังกา ไทย-สมาคม</p>

<p>การค้าเสรียุโรป หรือ เอฟต้า ไทย-ภูฏาน โดยการใช้สิทธิฯ ผ่าน FTA ทั้งหมดนี้ จะช่วยขยายตลาดการส่งออกใหม่ๆ และลดการพึ่งพาตลาดเดียวในการส่งออก</p>

<p>ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลการจัดสัมมนาได้ทางเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ <a attributionsrc="/privacy_sandbox/comet/register/source/?xt=AZX3sD5AT4yEMjS5Z3qNuVsKr1EvuYEk1pmzbP8Sy6xY7JwZ2_cbCrWyoU1ZXCc2GEfSP4Dszc6vA-SZE5C98M8VkSp-nTdZaBANg7RBP3TUSDjBBLTBYwdAGr6F-DRjtesRgELn06yjXf0BoyBJdUVGWlIXs30HB36XESHrdObyn3TZsBBW7lOuDAkfkIv_EYsUoLeWDW0AfHN-4BxDyTce94HLeWMg7r3xuOpszWedU2FbadwGWn65AMLrN-7TGDIJaHSh6V1ZlydOhPnmkGbAcpi4U134dQ7doADGipOxxRFRhFu5NyFTvaPEchseRTsnUBvNB2zCiLAtedPK7oam04yMxI-k_Hgc1ExyqyCX6Oju9PQ8bEC6XQhTVq8f6wyg_RNnHyHnkQqW9yVU-35ncOXG6MxDcca-xN-E0cYCJ0gCn82QOU74-AiGxe1e0QK9xpPi5d8cidKER-y8CotCaCNO-uTkNTcOnHkmmiY3CpS4UDO6dkQDSoYJQ9mJenqtq8HOKyJhqSopFgj_1yIJBYBNuCEOPiuSrVat0WEufilREY1A13JBnJUpXbibf2_GsV35FfuVojuYKehzRJMPPza1K3sdXO70Wch_Nkz2pJ5styzDYcZ2ab-3EAx8JcH_b2GpNKye1CVWrWhrVBTAys8BAvDi596pQnMOkq14lZMfkmbQo8htRzuqcNPTEt-4-QOCpXmlBSafZwYVduIXNMrLlQRjQ80wShCDojjrmKjp7DS65RK7QdZTeyuWK-eMif0y4E1qGgVk4uZIW8caUdOEkH--RkOqeSvxoYcE3C6tPqKyuN9EZzbmPkuYPW8GUfWHx6zkVoGP47S8KJSRkrKXLx7GWCHeeAkTXkv_SBJGKfHlAWo0BjfTZvT8qnxF0BIonfTLovT8vIiMjzGhp2W3DDKufAbksdHCy7bbbp3RBalrJFNNeHXYwe5jVTRlmFwTtnuIZjEYUMTLQtJcEcLLy20WBgezVEtmTvf_A1-pq8eU7zPgJUIT1bqQMIu0wjXuyBjxOWpgh6xsAZ7QzXdcU-piMKei-_YwQEVQ8repOut63rFrAqCtjAYUFbK_qYQn4bzHqvkzom5rFNWipO6Mo9jNAfr8cqXipfu8Z9qtbtUTZPaSKVBogY6UE-GE1xb38RVjI8fYpFUKxnTqoVtf939SD6VL9SyQs2NJS_wuiSi9IsUhsUdaf1U1urp6CD6PUuyk_bqTr7Gh50D1TPLFHoWiYvzHP6Tapo73GlWjCSNeK6JePgHEsg6AyVL9Ea-QsUD6rrsnZAQ9fWvejAfusFnvd7S_Hgr7KY58TYiflBiIHiicyrbNv_xF1oJjD7JLMSzJPdgJM6Dx0ogM" href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwww.dft.go.th%2F%3Ffbclid%3DIwZXh0bgNhZW0CMTAAYnJpZBExMEJOYUJQWlJMQmRSMno1dgEes17xu_aV8yOWVhqlkOLWKydgLJuDntCgd2AiHI7X4VfOYkUJm90i4yophSo_aem_aXmNI9nhCZKx5tT4Htyceg&amp;h=AT2WnuQ860i6Rb1X672qV8dUSfE4XEi2zK9d7c5wqpqZL_APj0FJP1tU4fVZO201MmCTJrBSpP5zKs-ftu_nCBETaDYww68K83zzXubmHAXuBV45hVLnXDaZ7Jhe8npPQlpgFVgFiN80HLFg&amp;__tn__=-UK-R&amp;c[0]=AT3xIiFC_HVyBV1-PjGzCrKwYFaVYS3Pd7vIr-4uAN3P3pdNcHrbiJBj-0CF2BnsornmxG2Jrvb7JeTlYUhmWA_m6xcSg0QdxCp-wHD3sT0QL2htId3H_tBn5AxcxcGXqOIdflWA39m3sMF_-OAc3ThUWW9J3PxKhH8aRmS7ZFnELifQqE45j8wyWh7eryrYkIN99hJkkf8pJxV3BmXTy0r-fPR3" rel="nofollow noreferrer" role="link" tabindex="0" target="_blank">www.dft.go.th</a> รวมทั้งสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 081 701 4654 หรือ สายด่วน 1385</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250612fc3cbb548b5687775e26120773e37fd1093654.jpg' type='image/jpg' length='65744' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” หารือหอการค้าดูไบ หนุนขยายการค้า-ลงทุน ไทย–ยูเออี ใช้โอกาสจากยุทธศาสตร์ D33 ดันสินค้าศักยภาพสู่ตลาดตะวันออกกลาง]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/108612</link>
<guid isPermaLink="false">18d98b2ecd3f7c555991f7a26be0d648</guid>
<pubDate>Tue, 10 Jun 2025 14:04:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้การต้อนรับ H.E. Mohammad Ali Rashed Lootah ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของหอการค้าดูไบ (Dubai Chambers) ในโอกาสเข้าหารืออย่างเป็นทางการ ณ ห้องรับรอง ชั้น 11 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และหารือแนวทางการส่งเสริมการค้า การลงทุน และความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศอย่างรอบด้าน<br />
&nbsp;<br />
นายพิชัย เปิดเผยว่า การหารือในครั้งนี้เป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองฝ่ายจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและการค้าการลงทุนของโลก โดยเฉพาะในบริบทของความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระดับทวิภาคีอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยฝ่ายไทยได้แสดงความพร้อมในการเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจของยูเออีในภูมิภาคอาเซียน และส่งเสริมให้ภาคเอกชนของไทยเข้าไปมีบทบาทในตลาดยูเออีมากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า การจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ การใช้เครือข่ายการค้าในดูไบขยายสู่ตลาดใกล้เคียงในแอฟริกาเหนือและยุโรปตะวันออก<br />
&nbsp;<br />
โดยให้ความสำคัญของการสร้างระบบสนับสนุนธุรกิจอย่างยั่งยืน อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางเศรษฐกิจ การร่วมกันจัดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การส่งเสริม e-commerce ระหว่างประเทศ และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่น (resilient supply chain) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย<br />
&nbsp;<br />
พร้อมกันนี้ ไทยยังเล็งเห็นศักยภาพของดูไบภายใต้ยุทธศาสตร์ Dubai Economic Agenda 2033 (D33) ที่ตั้งเป้าหมายยกระดับดูไบสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจระดับโลก โดยไทยสามารถใช้โอกาสจากนโยบายนี้ในการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการบริการของไทยในสาขาที่มีความได้เปรียบ เช่น อาหารแปรรูป สุขภาพและความงาม ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและธรรมชาติ รวมถึงบริการด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness &amp; Medical Tourism)</p>

<p>และตนยังแสดงความยินดีที่หอการค้าดูไบได้เปิดสำนักงาน Dubai International Chamber ประจำประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นสำนักงานแห่งที่ 36 ของโลก โดยสำนักงานดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้า และการจับคู่ธุรกิจระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>ด้าน H.E. Mohammad Ali Rashed Lootah ได้แสดงความพร้อมในการผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างยูเออีและไทยให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศได้มีโอกาสสร้างเครือข่าย ลงทุน และดำเนินธุรกิจร่วมกันอย่างยั่งยืน พร้อมระบุว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญของยูเออีในภูมิภาคเอเชีย และมีศักยภาพสูงในอุตสาหกรรมอาหาร เกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และการท่องเที่ยว โดยยูเออีตั้งเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างประเทศเป็นสองเท่าภายในปี 2574 ซึ่งไทยถือเป็นหุ้นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันเป้าหมายให้เป็นจริง</p>

<p>ยูเออีทราบเป็นอย่างดีว่าไทยมีความเป็นเลิศในด้านอาหาร ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ในด้านของยูเออีก็มีความเชี่ยวชาญด้าน ไอที และ หุ่นยนต์ เช่นกัน ซึ่งในส่วนนี้ทางยูเออีมั่นใจว่าทั้งไทยและยูเออีจะสามารถนำความเชี่ยวชาญทั้งสองอย่างมาผสานกันจนสามารถพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารให้มีความก้าวหน้า สามารถเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน เพิ่มกำไรได้</p>

<p>ในช่วงท้าย นายพิชัย ยังได้ฝากความระลึกถึงไปยัง ดร.ธานี บิน อาเหม็ด อัล เซยูดี รัฐมนตรีแห่งรัฐประจำกระทรวงเศรษฐกิจ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รับผิดชอบด้านการค้าต่างประเทศ ซึ่งได้เคยนำคณะนักธุรกิจ UAE ที่มีศักยภาพสูงในการลงทุนเดินทางเยือนไทย เพื่อเชิญชวนมาลงทุนในประเทศ รวมทั้งได้ติดต่อประสานงานกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งการประชุมเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ (Comprehensive Economic Partnership Agreement :CEPA) ระหว่าง ไทย-สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งเห็นตรงกันที่จะเร่งผลักดันการเจรจา FTA ให้สามารถสรุปผลได้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างต่อภาคธุรกิจของสองฝ่ายต่อไป</p>

<p>ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ระบุว่า ในปี 2567 มูลค่าการค้ารวมระหว่างไทยกับ UAE อยู่ที่ประมาณ 20,688 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 8.53% และ ปี 2568 (ม.ค. &ndash; เม.ย. 2568) มีมูลค่า 7,825.48 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 31.10% &nbsp;โดยปี 2568 (ม.ค. &ndash; เม.ย.) สินค้ำที่ไทยส่งออกไปยูเออี 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ 2) อัญมณีและเครื่องประดับ 3) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ 4) ข้าว 5) ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สินค้ำที่ไทยนำเข้าจากยูเออี 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) น้ำมันดิบ 2) เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง และทองคำ 3) ก๊าซธรรมชาติ 4) น้ำมันสำเร็จรูป 5) ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250608c1f95905b76a0686cfdb67574807fdee145223.jpeg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025060888549778534914bed46c24e30e1f540c145241.jpeg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250608faac095d333676143cc59322d9434e51145237.jpeg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025061004e0844e68202f51cbacf821e9dd1b30140518.jpeg' type='image/jpg' length='625163' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” พบทูตฟิลิปปินส์ พร้อมประชุมรัฐมนตรีการค้าร่วมกันครั้งแรกในปี 68 ขยายส่งออกข้าว-เร่งปิดดีลเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียนปีนี้]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/108610</link>
<guid isPermaLink="false">0b3f8926ecc32e92121148fd1dcc886c</guid>
<pubDate>Tue, 10 Jun 2025 14:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับนางมิลลิเซนต์ ครุซ-ปาเรเดส (Mrs. Millicent Cruz-Paredes) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 ณ กระทรวงพาณิชย์ ว่า ฟิลิปปินส์จะรับหน้าที่เจ้าภาพการประชุมคณะกรรมการร่วมการค้าไทย-ฟิลิปปินส์ (Joint Trade Committee) ครั้งแรกในปี 2568 ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะในสาขาสินค้าเกษตรและอาหาร พลังงานหมุนเวียน การท่องเที่ยว เศรษฐกิจดิจิทัล MSMEs และผลิตภัณฑ์ฮาลาล ตลอดจนการส่งเสริมกิจกรรมเชื่อมโยงภาคเอกชน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูต 76 ปีระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์</p>

<p>นายพิชัย กล่าวว่า ไทยได้เชิญชวนให้ฟิลิปปินส์เพิ่มการนำเข้าข้าวจากไทย พร้อมยืนยันความพร้อมในการส่งออกข้าวหลากหลายประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคฟิลิปปินส์ อีกทั้งขอบคุณฟิลิปปินส์ที่อนุมัติการนำเข้าเนื้อไก่ดิบและเนื้อเป็ดดิบจากไทย โดยไทยพร้อมเป็นแหล่งผลิตอาหารที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารร่วมกันในระยะยาว และเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคชาวฟิลิปปินส์อย่างต่อเนื่อง</p>

<p>นอกจากนี้ ยังได้เชิญผู้ประกอบการฟิลิปปินส์เข้าร่วมกิจกรรม &ldquo;Think Rice, Think Thailand&rdquo; ในงาน World Food Expo (WOFEX) 2025 ซึ่งจะจัดขึ้น ณ กรุงมะนิลา ในเดือนสิงหาคม เพื่อขยายเครือข่ายทางธุรกิจและช่องทางการค้าระหว่างกัน</p>

<p>ในช่วงหารือ รัฐมนตรีพิชัยยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อประเด็นภูมิรัฐศาสตร์โลก โดยเฉพาะกรณีมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ ที่มีผลต่อการค้าโลก โดยไทยและฟิลิปปินส์เห็นพ้องกันถึงความสำคัญของบทบาทอาเซียนในการรักษาความเป็นกลางและสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคี ไม่ใช้มาตรการตอบโต้ทางการค้า ทั้งสองฝ่ายยังหารือแนวทางการเจรจากับสหรัฐฯ และเห็นพ้องร่วมกันผลักดันให้ความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) สามารถสรุปผลภายในปีนี้ เพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุน และเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาคให้ไร้รอยต่อยิ่งขึ้น</p>

<p>สำหรับภาพรวมการค้าระหว่างไทยกับฟิลิปปินส์ในปี 2567 มีมูลค่ารวม 10,980.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยส่งออก 7,768.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 3,212.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 4,556.72 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 (ม.ค.&ndash;เม.ย.) การค้ารวมมีมูลค่า 3,499.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวขึ้น 1.22% โดยไทยส่งออก 2,451.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4.07% ขณะที่การนำเข้าจากฟิลิปปินส์มีมูลค่า 1,048.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 4.89%</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506104a4238067830f9905ea8455abada3ebf082426.jpeg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506106dff6486bf766d9367596fc0177ffa10082433.jpeg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250610f6cdc1511c561bfa44faac39049facfa082438.jpeg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250610ee6fb019a2d095168e6cec310547f08f140405.jpeg' type='image/jpg' length='270207' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” พบ “Jamieson Greer” ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) อีกครั้ง ที่กรุงปารีส พร้อมเร่งเจรจาภาษีการค้าให้สำเร็จโดยเร็ว]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107990</link>
<guid isPermaLink="false">69bee83952225c73bb2c4ecaed551f08</guid>
<pubDate>Thu, 05 Jun 2025 16:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้เข้าร่วมประชุมประจำปีของรัฐมนตรีประเทศสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ระหว่างวันที่ 3&ndash;4 มิถุนายน 2568 ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวของไทยในด้านการค้า บนเวที OECD โดยปีนี้มีหัวข้อการหารือที่เน้นเรื่องการสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนด้วยการค้าและการลงทุน</p>

<p>รมว.พาณิชย์ กล่าวต่อว่า ตนยังได้มีโอกาสพบหารือกับ นายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (Mr. Jamieson Greer) U.S. Trade Representative: USTR ในเวทีการประชุม OECD ซึ่งตนได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการติดต่อและประสานงานการเจรจากับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว และเมื่อพบกันในเวที OECD ครั้งนี้ ก็ได้ยืนยันความพร้อมของไทยในการเจรจามาตรการภาษีการค้ากับสหรัฐฯ&nbsp;</p>

<p>นายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ได้ขอบคุณ นายพิชัยที่ได้จัดส่งข้อเสนอเชิงนโยบายที่มุ่งส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ให้โดยตลอด ทั้งแจ้งว่าให้ส่งข้อมูลเพื่ออับเดตการเจรจากันอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความมั่นใจว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะได้นัดหมายเพื่อเจรจากันในเร็ววันนี้&nbsp;</p>

<p>ด้านนายพิชัย แสดงความมั่นใจว่า เมื่อไหร่ที่การเจรจาเกิดขึ้น สหรัฐฯ น่าจะพอใจกับข้อเสนอของไทย และไทยก็จะสามารถหาข้อสรุปกับสหรัฐฯ ได้อย่างรวดเร็ว ในระหว่างนี้ ทั้งสองฝ่ายก็จะประสานข้อมูลการเจรจากันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเร่งเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ ให้สำเร็จโดยเร็ว</p>

<p>สำหรับข้อเสนอของไทยเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่มุ่งส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ภายใต้กรอบความร่วมมือที่สร้างผลประโยชน์ร่วมกัน พร้อมย้ำถึงบทบาทของไทยในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐฯในภูมิภาคเอเชีย โดยข้อเสนอของไทยได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากฝ่ายสหรัฐฯ โดยเฉพาะจากนายสก็อตต์ เบสเซนต์ (Mr. Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในท่าทีและความจริงใจของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคีอย่างเป็นรูปธรรม</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250604ce7e52a6509eb81a05db9db605ddd235103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250604e8fefcc915884408a0c7c3f09c5728a0103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025060441f072f0c719a3e38e5df8dbcbe639d8103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506044d0265f5746902d4169dcee894d2a27d103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025060466011465a770f4dba4990836dce9d938103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250604ce7e52a6509eb81a05db9db605ddd235103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250604e8fefcc915884408a0c7c3f09c5728a0103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025060441f072f0c719a3e38e5df8dbcbe639d8103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506044d0265f5746902d4169dcee894d2a27d103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025060466011465a770f4dba4990836dce9d938103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250604ce7e52a6509eb81a05db9db605ddd235103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250604e8fefcc915884408a0c7c3f09c5728a0103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025060441f072f0c719a3e38e5df8dbcbe639d8103633.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506044d0265f5746902d4169dcee894d2a27d103633.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/file/get/file/202306193051d0a8b18bc8e386c0ec3b3d03c08b135357.jpg' type='image/jpg' length='' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” ร่วมถก 20 รัฐมนตรีจากประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรชั้นนำโลก (Cairns Group Ministerial Meeting) ที่กรุงปารีส เร่งผลักดันปฏิรูปการค้าสินค้าเกษตรโลก สร้างความเป็นธรรมทั้งระบบ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107991</link>
<guid isPermaLink="false">4414d6296f9c8a8364e88895d865b442</guid>
<pubDate>Thu, 05 Jun 2025 16:16:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกลุ่มแครนส์ (Cairns Group Ministerial Meeting) ครั้งที่ 44 เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 ณ สำนักงานองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมใหญ่ OECD โดยมีรัฐมนตรีจากประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรเข้าร่วมอย่างคับคั่ง เพื่อหารือแนวทางการปฏิรูปกติกาการค้าสินค้าเกษตรโลกให้มีความเป็นธรรม โปร่งใส และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น</p>

<p>นายพิชัย เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่ประเทศสมาชิกกลุ่มแครนส์ร่วมกันแสดงจุดยืนผ่านแถลงการณ์ร่วม เพื่อเร่งผลักดันการเจรจาภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ให้มีความก้าวหน้า โดยเฉพาะใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่<br />
&nbsp;1. การเปิดตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงของสินค้าเกษตรจากประเทศผู้ส่งออก<br />
&nbsp;2. การลดการอุดหนุนภายในประเทศ ที่บิดเบือนกลไกการค้า<br />
&nbsp;3. การแข่งขันด้านการส่งออกอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส<br />
ซึ่งเป้าหมายคือให้เกิดผลลัพธ์รูปธรรมในการประชุมรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 14 ที่จะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2569 ณ สาธารณรัฐแคเมอรูน</p>

<p>&ldquo;ในยุคที่โลกเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งโลกร้อน โรคระบาด ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ และการกีดกันทางการค้า ประเทศไทยเห็นความสำคัญของความร่วมมือในเวทีพหุภาคี เพื่อสร้างระบบการค้าที่เป็นธรรมและยั่งยืน โดยเฉพาะในภาคเกษตร ซึ่งกระทบต่อทั้งเกษตรกรและผู้บริโภคทั่วโลก&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือแนวทางการทำงานเชิงรุกของกลุ่มแครนส์ในอนาคต โดยเน้นการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มประเทศที่มีผลประโยชน์ร่วม เช่น กลุ่มแอฟริกา เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิรูปที่สมดุล ครอบคลุม และตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อาทิ วิกฤติอาหาร ความมั่นคงทางโภชนาการ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ</p>

<p>โดยกลุ่มแครนส์เป็นการรวมตัวของ 20 ประเทศผู้ส่งออกสินค้าเกษตรชั้นนำของโลก ได้แก่ อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ชิลี โคลอมเบีย คอสตาริกา กัวเตมาลา อินโดนีเซีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ปากีสถาน ปารากวัย เปรู ฟิลิปปินส์ แอฟริกาใต้ อุรุกวัย เวียดนาม ยูเครน และไทย มีเป้าหมายร่วมกันเพื่อผลักดันให้เกิดระบบการค้าสินค้าเกษตรที่เสรี เป็นธรรม และสร้างผลประโยชน์ที่แท้จริงให้กับเกษตรกรและผู้บริโภคทั่วโลก</p>

<p>ในช่วงปี 2563&ndash;2567 มูลค่าการค้าสินค้าเกษตรและอาหารของโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 7.12 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยกลุ่มแครนส์มีมูลค่าการค้ารวมเฉลี่ยปีละ 754,995 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วน 10.6% ของการค้าสินค้าเกษตรโลก สำหรับมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับกลุ่มแครนส์ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า การส่งออก ไทยส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปยังสมาชิกกลุ่มแครนส์เฉลี่ยปีละ 8,121.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 19.57% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรของไทย ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่อินโดนีเซีย (34.20%) มาเลเซีย (16.36%) เวียดนาม (11.70%) สินค้าสำคัญ ได้แก่น้ำตาล ข้าว อาหารสัตว์ เครื่องดื่ม และซอสปรุงรส การนำเข้า ไทยนำเข้าสินค้าเกษตรจากกลุ่มแครนส์เฉลี่ยปีละ 8,131.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 42.46% ของมูลค่านำเข้าของไทยในกลุ่มสินค้าเกษตร แหล่งนำเข้าสำคัญ ได้แก่ บราซิล (15.52%) ออสเตรเลีย (5.32%) เวียดนาม (4.74%) สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง ข้าวสาลี นมผง มะพร้าว เมล็ดกาแฟ และผลิตภัณฑ์</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250604a77829fddd498cd1ae3e1f5177baec2c080657.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025060464e37a1dd2a7be00419153bd24fe68be080647.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506040af5278c46809ff75189265d084b3526080644.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/file/get/file/202306193051d0a8b18bc8e386c0ec3b3d03c08b135357.jpg' type='image/jpg' length='' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” ปลื้มความสำเร็จ “THAIFEX – ANUGA ASIA 2025” สร้างสถิติใหม่! ผู้เข้างานทะลุ 1.42 แสนคน สร้างมูลค่าการค้าพุ่งกว่า 1.35 แสนล้านบาท]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/107755</link>
<guid isPermaLink="false">39d032d78ed59ccded90c6e097c2e008</guid>
<pubDate>Wed, 04 Jun 2025 15:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติ &ldquo;THAIFEX &ndash; ANUGA ASIA 2025&rdquo; ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักธุรกิจและผู้ซื้อจากทั่วโลก สะท้อนถึงศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจอาหารของภูมิภาค และแหล่งสำรองอาหารที่มีบทบาทสำคัญของโลก พร้อมเป็นเวทีส่งเสริม &ldquo;ครัวไทยสู่ครัวโลก&rdquo; และยกระดับเศรษฐกิจการค้าของประเทศสู่ระดับสากล</p>

<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความสำเร็จของ THAIFEX &ndash; ANUGA ASIA 2025 ไม่เพียงตอกย้ำศักยภาพของผู้ประกอบการไทย แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความสนใจจากนานาประเทศต่ออุตสาหกรรมอาหารไทยอย่างชัดเจน ซึ่งสอดรับกับนโยบายการขับเคลื่อน Soft Power ของรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่มุ่งผลักดันอาหารไทยให้เป็นทั้งจุดแข็งทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจระดับโลก</p>

<p>&ldquo;ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักธุรกิจต่างชาติ ไม่เพียงสร้างโอกาสทางการค้าแก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และสตาร์ตอัป แต่ยังส่งผลเชิงบวกต่อระบบเศรษฐกิจฐานราก ด้วยการสร้างรายได้และการจ้างงานในหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<p>สำหรับผลการจัดงานในปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้าจำนวน 3,231 บริษัท 6,208 คูหา จาก 57 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็นผู้ประกอบการไทย 1,184 ราย และผู้ประกอบการต่างชาติ 2,047 ราย โดยมีผู้เข้าร่วมชมงานรวมทั้งสิ้น 142,370 คน แบ่งเป็นผู้ร่วมเจรจาการค้า 88,349 คน (ชาวต่างชาติ 20,566 คน และชาวไทย 67,783 คน) และประชาชนทั่วไปในวันจำหน่ายปลีกกว่า 54,021 คน</p>

<p>ด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจ งานสามารถสร้างมูลค่าการค้ารวมสูงถึง 135,678.07 ล้านบาท แบ่งเป็น: มูลค่าการซื้อขายในวันเจรจาธุรกิจ: 135,450.25 ล้านบาท สั่งซื้อทันที: 271.81 ล้านบาท คาดการณ์การสั่งซื้อภายใน 1 ปี: 135,178.44 ล้านบาท มูลค่าการซื้อขายในวันจำหน่ายปลีก: 227.82 ล้านบาท โดยเฉพาะมูลค่าการซื้อขายของผู้ประกอบการไทย คิดเป็นยอดรวม 99,099.28 ล้านบาท</p>

<p>สำหรับประเทศที่มีปริมาณการสั่งซื้อสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน ไทย อินเดีย เวียดนาม และญี่ปุ่น ขณะที่โซนสินค้าที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ได้แก่ Fine Food, Food Technology, Drinks, Frozen Food และ Fruits &amp; Vegetables</p>

<p>งานครั้งนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์, หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ ซึ่งพร้อมเดินหน้าจัดงาน THAIFEX &ndash; ANUGA ASIA 2026 ให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา พร้อมยกระดับสู่เวทีการค้าสากลที่รวมเทรนด์และนวัตกรรมอาหารจากทั่วโลก โดยมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 &ndash; 30 พฤษภาคม 2569 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี</p>

<p>สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์: www.thaifex-anuga.com หรือ Facebook: THAIFEX&ndash;AnugaAsia</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202506035af01a8a5b3c97722f38fb0a17f83adf124315.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250603fdb232d3146d2bb173e1bba442a06fee124315.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025060377a35dc62653ee59f01dae96c82ae6d4124315.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250603d829a59a61682bd5dc1f0a7e4a265a52124316.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025060481d82b70627ae4460a14795b94135179153422.jpg' type='image/jpg' length='763375' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” ผนึกพลังทูตพาณิชย์ทั่วโลก – พาณิชย์จังหวัด – เอกชน ฝ่าความท้าทายส่งออกไทย มอบ 10 นโยบายเร่งด่วน ขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106769</link>
<guid isPermaLink="false">ca7ad4dac084a0596952ad3b816b6f65</guid>
<pubDate>Wed, 28 May 2025 15:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;พิชัย&rdquo; ผนึกพลังทูตพาณิชย์ทั่วโลก &ndash; พาณิชย์จังหวัด &ndash; เอกชน ฝ่าความท้าทายส่งออกไทย มอบ 10 นโยบายเร่งด่วน ขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศ</p>

<hr />
<p><em></em>&nbsp;28/05/2568 |&nbsp;<em></em>&nbsp;76&nbsp;|&nbsp;<em onclick="javascript:window.print();"></em></p>

<p>วันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2568 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติงานแก่ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การการค้าโลกและองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ (สคต.) และพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมกว่า 200 ราย โดยมีนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ร่วมด้วย</p>

<p>นายพิชัย กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้เป็นการระดมพลทีมกระทรวงพาณิชย์ทั้งส่วนกลาง ส่วนต่างประเทศ และส่วนภูมิภาคอย่างพร้อมเพรียง เพื่อบูรณาการการทำงานเชิงรุกในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลอย่างมีเอกภาพ และเชื่อมโยงกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการกำหนดแนวทางผลักดันการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง ท่ามกลางความท้าทายจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ (Reciprocal Tariffs) และสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน</p>

<p>ในการประชุม ทูตพาณิชย์จากทั่วโลกได้นำเสนอแผนกลยุทธ์เจาะตลาดสำคัญ 5 กลุ่ม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อินเดีย ตะวันออกกลาง อาเซียน และจีน โดยเฉพาะการใช้ Soft Power สร้างกระแสนิยมสินค้าไทยในตลาดระดับบน การใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) และการบูรณาการระหว่างพาณิชย์จังหวัดและทูตพาณิชย์ในต่างประเทศ</p>

<p>นายพิชัย ได้มอบนโยบาย 10 ประเด็นสำคัญ ให้แก่ทีมงานกระทรวงพาณิชย์ เพื่อ &ldquo;พลิกวิกฤตเป็นโอกาส&rdquo; โดยมีเป้าหมายหลักในการขยายตลาดส่งออก สร้างความเชื่อมั่น และเสริมบทบาทของไทยในเวทีการค้าโลก ได้แก่</p>

<p>1.ทิศทางของเศรษฐกิจไทยกำลังไปได้ดี โดยเฉพาะภาคการส่งออกที่ขยายตัว 10.2% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และ 7 เดือนของรัฐบาลท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร การส่งออกไทยเติบโตต่อเนื่องขยายตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 12.5%<br />
2.เดินหน้าเจรจามาตรการภาษีของสหรัฐฯ บนพื้นฐานความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการลงทุนระหว่างกัน<br />
3.เร่งรัดการเจรจาและลงนาม FTA ใหม่ ทั้งกับกลุ่มประเทศ EFTA ภูฏาน EU สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา ซึ่งตนมีนัดพบกับนายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้า ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ เพื่อผลักดันให้การเจรจา FTA กับ EU สำเร็จเร็วที่สุด โดยตั้งเป้าปิดดีลภายในปีนี้<br />
4.ขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ 7 มาตรการ 25 แผนงาน ทั้งด้านตลาด ความเชื่อมั่น การแปรรูป และการอำนวยความสะดวก<br />
5.เปิดตลาดใหม่ให้สินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าวและมันสำปะหลัง<br />
6.แก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรในพื้นที่อย่างทันท่วงที โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ<br />
7.ประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT โฉมใหม่ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์อาหารไทยในตลาดโลก<br />
8.ส่งเสริมการบูรณาการทำงานไร้รอยต่อระหว่างพาณิชย์จังหวัดและทูตพาณิชย์<br />
9.สื่อสารผลงานของกระทรวงพาณิชย์เชิงรุก สร้างความเข้าใจในบทบาทและภารกิจของกระทรวง<br />
10. เน้นทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ในทุกมิติของการค้าและการส่งออก</p>

<p>นายพิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า &ldquo;หัวใจของความสำเร็จในการขับเคลื่อนการส่งออก คือ การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ผมเชื่อมั่นว่า หากเราทำงานเป็นทีม ทำงานเชิงรุก และเชื่อมโยงกันอย่างมีเอกภาพ เราจะสามารถนำพาเศรษฐกิจไทยฝ่าวิกฤตและเติบโตได้อย่างมั่นคง แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่ถาโถมเข้ามาในปีนี้&rdquo;</p>

<p>ทั้งนี้ รัฐมนตรีพาณิชย์ได้เน้นย้ำว่า ภาครัฐต้องสร้างขีดความสามารถและเปิดตลาดใหม่ให้เอกชน พร้อมผลักดันให้มีการประชุมร่วมระหว่างรัฐและเอกชนทุกไตรมาส เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ และตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการสื่อสารเชิงรุก และการเชื่อมโยงระหว่างพาณิชย์จังหวัดกับทูตพาณิชย์เป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จ</p>

<p>ด้านผู้แทนภาคเอกชน ต่างเห็นพ้องกับแนวนโยบายของกระทรวงพาณิชย์<br />
โดย ดร.พจน์ อร่ามวัฒนนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยยินดีที่ได้รับฟังแนวทางทั้งระยะสั้น กลาง และยาวจากรัฐมนตรี โดยเฉพาะระยะสั้นประเด็นภาษีของสหรัฐฯ ที่ต้องเร่งแก้ไขร่วมกัน</p>

<p>ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การทำงานเชิงรุกของกระทรวงพาณิชย์ช่วยให้ภาคเอกชนวางแผนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และพร้อมจะสนับสนุนเต็มที่ในภาวะที่การแข่งขันรุนแรง</p>

<p>และนายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า วันนี้ได้เห็นภาพการประชุมร่วมกันกับกระทรวงพาณิชย์ไปในทิศทางที่ดีมาก เป็นมิติของโปรแอคทีฟทางเราเห็นว่าการค้าระหว่างประเทศเราน่าจะไปได้ดี กระทรวงพาณิชย์พร้อมเป็นนักรบทางการค้าระหว่างประเทศ</p>

<p>ด้านปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ กล่าวว่า ท่านรัฐมนตรีได้ให้แนวทางในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรของไทย ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่สามารถนำมันสำปะหลังไปเป็นสารตั้งต้นผลิตแคปซูลยา ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรได้มากกว่าร้อยเท่า</p>

<p>นายพิชัย ระบุว่า ปี 2568 ยังคงเป็น ปีทองของการส่งออกไทย หากสามารถดำเนินมาตรการตามแผนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเจรจา FTA กับ EU และการบุกตลาดใหม่ในตะวันออกกลางและอาเซียน รวมถึงการใช้ &ldquo;Thai SELECT โฉมใหม่&rdquo; ที่เป็นการให้ดาว เป็น Soft Power ยกระดับอาหารไทยสู่มาตรฐานโลก</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505283b6c1bdf43c4fbb3fe3e13e67f97a267140834.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025052822680173b3a4c815b43487736da3949b140828.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505280aa16ec902ae98f40fb2c937fb696a79140852.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202505280d997bacd1bf8d2b9d4c4dad5bb11ce6150029.jpg' type='image/jpg' length='655117' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พาณิชย์” เร่งเครื่องส่งออกข้าวไทย ขยายตลาดอเมริกา-แอฟริกา-ตะวันออกกลาง ปิดดีลขายข้าว 500,000 ตันในงาน TRC 2025]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106555</link>
<guid isPermaLink="false">2a1b461881e2be9cae00f9f7e1d3b9a1</guid>
<pubDate>Tue, 27 May 2025 14:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการหารือกับกลุ่มผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่จากสหรัฐอเมริกา ได้แก่ บริษัท OTS McAllister, Inc. บริษัท Sun Lee และบริษัท CKK Paradiso ตลอดจนผู้ค้าข้าวรายสำคัญระดับโลก (Key Global Traders) ซึ่งเดินทางเข้าร่วมงาน Thailand Rice Convention 2025 (TRC 2025) ณ โรงแรม เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมี นายวรวงศ์ รามางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ &nbsp;นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ร่วมด้วย ว่า การพบปะหารือครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญของไทยในการตอกย้ำศักยภาพความเป็นผู้นำด้านคุณภาพและมาตรฐานข้าวไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศ</p>

<p>&ldquo;ไทยต้องการเป็นศูนย์กลางด้านความมั่นคงทางอาหารของโลก หรือ Food Storage ซึ่งข้าวคือหัวใจสำคัญ หนึ่งในนโยบายที่ผมมอบให้กรมการค้าต่างประเทศ คือการเชื่อมโยงเกษตรกร ผู้ส่งออก และผู้นำเข้ารายใหญ่เข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการสื่อสารที่ตรงเป้าหมาย นำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นและขยายตลาดได้อย่างยั่งยืน&rdquo; นายพิชัย กล่าว</p>

<p>การหารือในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Business Matching ภายใต้งาน TRC 2025 ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดขึ้นเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูล เจรจาธุรกิจ และผลักดันโอกาสส่งออกข้าวไทยสู่ตลาดโลก โดยมีผู้แทนจากทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยและนานาประเทศเข้าร่วมอย่างคับคั่ง</p>

<p>รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การเจรจาได้เน้นย้ำจุดแข็งของข้าวไทยทั้งในด้านคุณภาพ ความหลากหลายของสายพันธุ์ และความสามารถในการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาดยุคใหม่ อาทิ ข้าวอินทรีย์ ข้าวเฉพาะถิ่น เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวหอมนิล และข้าวสังข์หยด รวมถึงข้าวแปรรูปพร้อมรับประทาน (Ready-to-eat) ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดอเมริกาและตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง</p>

<p>&ldquo;ข่าวดีคือ ไทยสามารถขยายยอดส่งออกข้าวไปยังสหรัฐฯ อิรัก แอฟริกาใต้ และกลุ่มประเทศตะวันออกกลางได้มากขึ้น โดยภายในปี 2568 นี้ ไทยจะสามารถส่งออกข้าวไปยังประเทศในกลุ่มดังกล่าวได้เพิ่มขึ้นกว่า 500,000 ตัน&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<p>ทั้งนี้ ความคืบหน้าดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรไทย โดยเฉพาะการผลักดันสินค้าเกษตรที่ไทยมีศักยภาพสูง อาทิ ข้าวไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนในการสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกรผ่านการขยายตลาดส่งออก เราจะเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับผู้ค้าข้าวรายสำคัญทั่วโลกต่อเนื่อง เพื่อให้มีคำสั่งซื้อที่มั่นคงและเป็นธรรมสำหรับเกษตรกรไทย</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250527358c5b190f883d9a4f6abb45f67dc69e084215.jpeg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505270c8f5b347de81706b1a68187138371c9084215.jpeg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505279b59bb70d9df0f008c75209c94d58dac084215.jpeg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250527c4b28adfc61eaddec4e3ee07c18af131142736.jpeg' type='image/jpg' length='763647' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมว.พาณิชย์เผยส่งออกไทยเดือนเมษายน 2568 โต 10.2% ต่อเนื่องเดือนที่ 10 ย้ำ รัฐบาลแพทองธาร 7 เดือน ส่งออกไทยโต 12.5% สะท้อนศักยภาพเศรษฐกิจไทยเข้มแข็ง]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106239</link>
<guid isPermaLink="false">0c4547287ef33934731710902f7fd8a4</guid>
<pubDate>Mon, 26 May 2025 13:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงผลการส่งออกของไทยประจำเดือนเมษายน 2568 มีมูลค่ารวม 25,625.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 857,700 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 10.2 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 โดยหากหักสินค้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย การส่งออกยังขยายตัวร้อยละ 7.1 โดยกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมเกษตรเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ</p>

<p>ขณะเดียวกัน ตลาดส่งออกสำคัญของไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น อาเซียน และสหภาพยุโรป ส่งผลให้ภาพรวมการส่งออกในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 14.0 และหากไม่รวมสินค้าน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย จะมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 12.1</p>

<p>นายพิชัย กล่าวว่า ตัวเลขการส่งออกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเข้มแข็งของภาคเศรษฐกิจไทย แม้ในช่วงที่ผ่านมา มีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ แต่การส่งออกยังเติบโตได้ถึงร้อยละ 10.2 ในเดือนเมษายน และขยายตัวถึงร้อยละ 14.0 ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา และในช่วง 7 เดือนของท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่เข้ามาบริหารประเทศ เราขยายตัวได้ถึง 12.5% &nbsp;ซึ่งไม่เคยเห็นตัวเลขในระดับนี้มาหลายสิบปีแล้ว</p>

<p>&ldquo;หลายฝ่ายเคยคาดว่าภาษีจากสหรัฐฯ จะทำให้ส่งออกไทยตกฮวบ แต่ตัวเลขพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นความจริง เรายังโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวถึง 23.8% และโตต่อเนื่องมาแล้ว 19 เดือนติดต่อกัน&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<p>ตลาดสำคัญอื่นๆ ก็มีการขยายตัวเช่นกัน อาเซียนขยายตัว 7.8% ต่อเนื่อง 2 เดือน เอเชียใต้ 8.7% ต่อเนื่อง 7 เดือน สหภาพยุโรป 6.1% ต่อเนื่อง 11 เดือน ญี่ปุ่น 5.5% ต่อเนื่อง 2 เดือน และจีน 3.2% ต่อเนื่อง 7 เดือน</p>

<p>สำหรับตลาดยุโรป นายพิชัยเปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรปให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ โดยจะเข้าพบกรรมาธิการยุโรปด้านการค้า นายมารอส เซฟโควิช รวมถึงพบปะกับ OECD เพื่อผลักดันให้การเจรจาสำเร็จเร็วที่สุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการค้าของไทยในตลาดยุโรปได้อย่างมาก</p>

<p>ซึ่งการส่งออกยังคงเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยแม้ในกรณีที่ในช่วง 8 เดือนที่เหลือของปี 2568 การส่งออกไม่เติบโตเพิ่มเติมเลย ไทยก็ยังจะสามารถรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยได้มากกว่าร้อยละ 4 ซึ่งมากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้า</p>

<p>&ldquo;หากสามารถเจรจากับสหรัฐฯ ให้ไทยได้รับอัตราภาษีในระดับเดียวกับประเทศอื่น ก็จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยได้อีกมาก&rdquo; นายพิชัยกล่าว พร้อมระบุว่าการเจรจากับสหรัฐฯ คืบหน้าไปมาก และคาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ภายใน 90 วัน ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์มั่นใจว่านโยบายส่งออกในปัจจุบันเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง และจะสามารถนำพาเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505261df612e4c3dcd43d477bea32d6c134c1124818.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025052630b76f8a5e0136c50d4d4432fb812b4f124818.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505262e471af372b4beb9d2ae2bc8ade9c727124819.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025052670c02395fd3efe30cc4077bd10009a43133254.jpg' type='image/jpg' length='647900' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” ขอบคุณ “นายกแพทองธาร” ช่วยโปรโมตสินค้าไทย-ซอฟต์พาวเวอร์ไทย-สัญลักษณ์ใหม่ Thai Select ที่กรุงลอนดอน พร้อมรับทุกข้อสั่งการ ขับเคลื่อนต่อในตลาดทั่วโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/106062</link>
<guid isPermaLink="false">fbf673e73d3779006fec4ebf852e5342</guid>
<pubDate>Fri, 23 May 2025 15:49:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในนามกระทรวงพาณิชย์ ตนขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ที่ได้ช่วยโปรโมตสินค้าและบริการของไทย ซอฟต์พาวเวอร์ไทย และสัญลักษณ์ใหม่ Thai Select พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้ประกอบการภาคเอกชนรายใหญ่ในอังกฤษ เพื่อผลักดันสินค้าเกษตรและอาหารของไทยในตลาดสหราชอาณาจักร</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นายพิชัย กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ต้องขอขอบคุณท่านนายกฯ ที่ได้เดินทางเยี่ยมชมค่ายมวย Fight City Gym ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เพื่อผลักดันการส่งออกอัตลักษณ์ไทยผ่าน Soft Power ด้านกีฬา ซึ่งกรุงลอนดอนมีค่ายมวยไทยตั้งอยู่มากกว่า 50 แห่ง มีศักยภาพที่จะเติบโตในตลาดต่างประเทศ และต่อยอดสู่การสร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ท่านนายกฯ ยังได้นำทีมไทยแลนด์ ประกอบด้วย นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และนายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน นายประคัลร์ กอดำรงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) กรุงลอนดอน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ประชุมร่วมกับภาคเอกชนและผู้นำเข้าสินค้ารายสำคัญของสหราชอาณาจักร อาทิ Selfridges, CP Intertrade, Boonrod Brewery (Singha) , Chang Beer, Thai Tana, Asco, Manning Impex, Patara Restaurants และ Bangkok Bank (PLC) เพื่อผลักดันการขยายมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรและอาหารของไทย การผลักดันการจัดทำ FTA เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ตลาด</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ทั้งยังได้เยี่ยมชมซูเปอร์สโตร์ Wing Yip สาขา Cricklewood หนึ่งในห้างค้าปลีกสำคัญของสหราชอาณาจักรที่นำเข้าสินค้าอาหารจากประเทศไทย โดยมีสินค้าไทยวางขายเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของสินค้าในห้าง โดยเฉพาะสินค้าไทยหมวดเกษตรและอาหาร ที่มีการวางจำหน่ายในห้างฯ อาทิ ข้าวหอมมะลิ ข้าวแท่ง ผลไม้สด (เงาะ มังคุด มะพร้าว) ผัก (สะตอ พริกไทยอ่อน รากผักชี มะเขือเปราะ) อาหารกระป๋อง เครื่องปรุงรส อาหารแช่แข็ง ผลไม้แช่แข็ง (ทุเรียนหมอนทอง) เครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว เป็นต้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคชาวอังกฤษ</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>รมว.พาณิชย์กล่าวว่า ตนได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมซูเปอร์สโตร์ Wing Yip เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดย Wing Yip ถือเป็นผู้นำในการจัดจำหน่ายสินค้าอาหารจากเอเชียในสหราชอาณาจักร โดยสินค้าจากประเทศไทยเป็นกลุ่มสินค้าหลักที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง และเมื่อได้มีโอกาสพบกับผู้บริหารของเครือ CP ซึ่งมีศักยภาพในการขยายซูเปอร์สโตร์ในต่างประเทศ ก็ได้แนะนำให้ใช้โมเดลของ Wing Yip ไปขยายซูเปอร์สโตร์ในภูมิภาคต่างๆ ของโลก เช่นในยุโรป ซึ่งจะช่วยส่งออกสินค้าไทยไปทั่วโลกได้เป็นอย่างดี</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นอกจากนั้น ท่านนายกฯ ยังได้กรุณามอบประกาศนียบัตรแก่ร้านอาหาร Thai SELECT เพื่อผลักดันนโยบายส่งเสริม Soft Power ของรัฐบาลไทยในสาขาอาหาร ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้มีการปรับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ติดดาวเทียบชั้นมิชลินสตาร์ ยกระดับใช้ &ldquo;ดาวเกียรติยศรูปดอกกล้วยไม้&rdquo; เป็นสัญลักษณ์ เพื่อสะท้อนถึงคุณภาพระดับสากล รสชาติไทยแท้ และประสบการณ์ที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ ได้แบ่งการรับรองออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่</p>

<p><br />
1.Thai SELECT Casual &ndash; ร้านอาหารบรรยากาศเป็นกันเอง เช่น ร้านขนาดเล็กหรือ Food Truck<br />
2.Thai SELECT 1 ดาว &ndash; ร้านอาหารคุณภาพดีในรูปแบบ Fine-Casual Dining<br />
3.Thai SELECT 2 ดาว &ndash; ร้านอาหารคุณภาพเยี่ยม รูปแบบ Upscale Dining<br />
4.Thai SELECT 3 ดาว &ndash; ร้านอาหารไทยคุณภาพยอดเยี่ยมระดับพรีเมียม</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นายพิชัยกล่าวว่า ท่านนายกฯ ยังได้มีข้อสั่งการที่เกี่ยวข้อง เช่นการส่งออกวัตถุดิบไทยไปยังครัวของทุกมุมโลก อยากเห็นวัตถุดิบจากประเทศไทยถูกวางจำหน่ายอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของทุกมุมโลก การนำผลไม้ที่ล้นตลาดมาแปรรูป เพิ่มมูลค่า และส่งออกไปยังต่างประเทศได้เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยได้ทั้งปี การพัฒนากระบวนการขนส่งให้มีมาตรฐาน สามารถส่งสินค้าทางไกลแต่ยังคงความสดใหม่และคุณภาพของสินค้าได้ รวมทั้งการเร่งเจรจา FTA Thai-UK เพื่อทำให้การค้าขายระหว่างประเทศเป็นไปอย่างดีมากขึ้น ซึ่งตนและผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ขอรับมาขับเคลื่อนงาน เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ให้เป็นรูปธรรมต่อไป</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505235f8d2a9f60773c3b0f5ae0057681c809102637.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250523880be0ff1e1c17ab6a1dae156819a4fa102638.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505232122ba69177753dbcfd4ab879c28f117102705.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/file/get/file/202306193051d0a8b18bc8e386c0ec3b3d03c08b135357.jpg' type='image/jpg' length='' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” นำพาณิชย์ จัดสัมมนา ยกระดับความรู้เชิงเทคนิค ตอบโต้สินค้านำเข้าไม่เป็นธรรม เดินหน้าปกป้องการค้า เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยรับมือการค้าโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/105770</link>
<guid isPermaLink="false">f7989173b9120884f7613a69cf05af41</guid>
<pubDate>Thu, 22 May 2025 12:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;พิชัย&rdquo; นำพาณิชย์ จัดสัมมนา ยกระดับความรู้เชิงเทคนิค ตอบโต้สินค้านำเข้าไม่เป็นธรรม เดินหน้าปกป้องการค้า เสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยรับมือการค้าโลก</p>

<hr />
<p><em></em>&nbsp;22/05/2568 |&nbsp;<em></em>&nbsp;16&nbsp;|&nbsp;<em onclick="javascript:window.print();"></em></p>

<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเปิดงานสัมมนาและการประชุมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ &ldquo;Navigating the new trade order: ทิศทางการปกป้องและตอบโต้ทางการค้าในยุคระเบียบการค้าโลกใหม่&rdquo; ซึ่งจัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเตรียมความพร้อมและเสริมศักยภาพภาคเอกชนไทย ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ</p>

<p>นายพิชัย กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) ให้ความสำคัญกับการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะการตอบโต้ปัญหาจากสินค้านำเข้าที่ด้อยคุณภาพและไม่เป็นธรรม ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ซึ่งสำหรับเศรษฐกิจไทยการส่งออกยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ</p>

<p>โดยภายในงานจะจัดอบรมให้ความรู้เชิงเทคนิคกับภาคเอกชนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เช่น มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-Dumping: AD) มาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (Anti-Circumvention: AC) และมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น (Safeguard: SG) เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาสินค้านำเข้าดังกล่าวในการเตรียมข้อมูลและความพร้อมในด้านต่างๆ เพื่อยื่นขอใช้มาตรการและเข้าสู่กระบวนการไต่สวน นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมและเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก</p>

<p>&ldquo;ผมเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจไทยกำลังไปได้ดี ตัวเลข GDP ไตรมาสแรกเติบโตถึง 3.1% การส่งออกขยายตัวถึง 15.2% ในไตรมาสแรก และเดือนมีนาคม ตัวเลขส่งออกพุ่งถึง 17.8% และตัวเลขส่งออกเดือนเมษายนที่จะแถลงในวันจันทร์หน้าก็ยังดีมาก ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของเศรษฐกิจไทย กระทรวงพาณิชย์ จะเดินหน้าเปิดเขตการค้าเสรี หรือ FTA กับอีกหลายประเทศ เช่น EU เกาหลีใต้ และแคนาดา เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<p>รมว.พาณิชย์ ระบุเพิ่มเติมว่า กระทรวงฯ ได้เตรียมแผนเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ อย่างรอบคอบ พร้อมจัดตั้งหน่วยคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ในเฝ้าระวังสินค้าเข้าประเทศ และตรวจสอบบริษัทที่เข้าข่ายนอมินี เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้ประกอบการไทย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการ สนับสนุนให้แข่งขันในตลาดโลก พร้อมทั้งเร่งช่วยเหลือเมื่อถูกไต่สวนจากมาตรการทางการค้าจากต่างประเทศ</p>

<p>ด้านนางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า การจัดงานสัมมนาและการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้มีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยมากมาย อาทิ การบรรยายถึงมาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้า (AD/CVD/SG/AC) จากผู้แทนกรมการค้าต่างประเทศ รวมไปถึงร่วมเสวนา Trade Diversion ทั้งจากรัฐและเอกชนที่ผนึกกำลังรับมือสงครามการค้า โดยมีผู้แทนภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ อาทิ เหล็ก อะลูมิเนียม ปิโตรเคมี ยานยนต์และชิ้นส่วน รวมถึงนักวิชาการ เพื่อมาช่วยกันระดมสมองเพื่อหาแนวทางการรับมือ นอกจากนี้ยังมีบรรยายมาตรการปกป้องและตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐอเมริกา และการประชุมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ &ldquo;มาตรการตอบโต้การอุดหนุนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์&rdquo;โดยผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการการค้าทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้กรมการค้าต่างประเทศยังเตรียมจัดงานสัมมนาดังกล่าวในต่างจังหวัดในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 อีกด้วย<br />
&nbsp;<br />
&ldquo;เชื่อว่าการผนึกกำลังครั้งสำคัญทั้งภาครัฐและเอกชนในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันหาแนวทางการรับมือและสร้างความเข้าใจกับทุกภาคส่วน ทั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ส่งออก ที่มีผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ พร้อมยืนเคียงข้างและจับมือฝ่าวิกฤตอันท้าทายนี้ไปด้วยกัน ร่วมเสริมสร้างความเข้มแข็งผู้ส่งออก สนับสนุนการหาตลาดใหม่ ใช้ประโยชน์จาก FTA รวมถึงป้องกันผลกระทบจากการเบี่ยงเบนทางการค้าโดยเฝ้าระวังการนำเข้าอย่างเข้มงวด และแบ่งปันประสบการณ์ในการแก้ต่างเมื่อผู้ส่งออกไทยถูกต่างประเทศไต่สวนมาตรการเยียวยาทางการค้า เพื่อให้การแก้ต่างของผู้ส่งออกไทยมีประสิทธิภาพสูงสุด&rdquo; นางอารดา กล่าวทิ้งท้าย</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025052270a2e1675a9af5aaa37109e13619692f120342.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025052232441f52b2f0993f50ba6e05048a2195120347.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250522704af640ff2e291bc380a5debb73dc9c120350.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/file/get/file/202306193051d0a8b18bc8e386c0ec3b3d03c08b135357.jpg' type='image/jpg' length='' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” ร่วมประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค 21 เขตเศรษฐกิจ ปักหมุดอนาคตการค้า ทิศทางการลงทุน สร้างโอกาสไทยฝ่าวิกฤตโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/105352</link>
<guid isPermaLink="false">2e8859772c4422c3392c69cad4d28320</guid>
<pubDate>Tue, 20 May 2025 14:22:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค (APEC Ministers Responsible for Trade Meeting: MRT) ประจำปี 2568 ณ จังหวัดเชจู สาธารณรัฐเกาหลี เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และแนวทางของไทยในการรับมือความท้าทายทางการค้าโลก พร้อมกับหารือภาครัฐและเอกชนของเอเปคเพื่อสร้างพันธมิตรทางเศรษฐกิจการค้า ท่ามกลางบรรยากาศที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายทางการค้า การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความผันผวนทางเศรษฐกิจ โดยเวทีนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เขตเศรษฐกิจเอเปคจะได้มานั่งร่วมโต๊ะ แลกเปลี่ยนมุมมอง และหารือแนวทางขับเคลื่อนการค้าโลกอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน</p>

<p>การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างเขตเศรษฐกิจสมาชิก และกำหนดแนวทางความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการค้าโลกอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืน โดยที่ประชุมได้ร่วมกันรับรองถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ภายใต้หัวข้อหลัก &ldquo;Building a Sustainable Tomorrow&rdquo; หรือ &ldquo;เสริมสร้างวันพรุ่งนี้ที่ยั่งยืน&rdquo; เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมในการเผชิญและแก้ไขปัญหาการค้าในยุคใหม่</p>

<p>นายพิชัย เปิดเผยว่า การประชุมปีนี้เน้นหารือ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่<br />
1.การใช้นวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า<br />
2.การส่งเสริมระบบการค้าพหุภาคีที่เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ<br />
3.การขับเคลื่อนความมั่งคั่งผ่านการค้าที่มีความยั่งยืน</p>

<p>ซึ่งผลลัพธ์จากการประชุมจะเป็นประโยชน์ในการกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของไทยและเขตเศรษฐกิจเอเปค ตลอดจนสนับสนุนการสร้างโอกาสให้ภาคธุรกิจสามารถขยายตลาดในระดับโลก อีกทั้งยังเป็นการวางรากฐานความร่วมมือที่รับมือกับความท้าทายทางการค้าในระยะยาว โดยตนและรัฐมนตรีการค้าเอเปคได้ร่วมรับรองแถลงการณ์รัฐมนตรีการค้าเอเปค เพื่อแสดงเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือในประเด็นสำคัญของการค้าโลกยุคใหม่</p>

<p>นายพิชัยเปิดเผยว่า ในระหว่างการประชุม ตนได้กล่าวถ้อยแถลงสนับสนุนบทบาทของสาธารณรัฐเกาหลีในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อยกระดับการค้า โดยเน้นย้ำความร่วมมือในกรอบ APEC ด้านการเชื่อมโยงดิจิทัล มาตรฐานข้อมูล และการวิจัย AI ควบคู่ไปกับการลดช่องว่างทางดิจิทัล การคุ้มครองข้อมูล และการเตรียมแรงงานให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน&nbsp;</p>

<p>ตนยังได้ย้ำความสำคัญของการปฏิรูปองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อให้ระบบการค้าพหุภาคียังตอบโจทย์ต่อความท้าทายโลกในปัจจุบันและอนาคต โดยเสนอให้ APEC เป็นเวทีหารือเชิงสร้างสรรค์ เพื่อปูทางให้การประชุมรัฐมนตรี WTO ครั้งที่ 14 ในปี 2569 มีผลลัพธ์เป็นรูปธรรม</p>

<p>รมว.พาณิชย์ ยังได้ใช้โอกาสนี้หารือกับสมาชิกอาเซียนเพื่อรับมือกับความท้าทายทางการค้าในปัจจุบัน และยังได้หารือทวิภาคีกับญี่ปุ่นกับผู้แทนจากบริษัท Google เพื่อแสวงหาความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าของไทย รวมถึงได้พบปะและพูดคุยเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับรัฐมนตรีการค้าจากหลากหลายเขตเศรษฐกิจด้วย อาทิ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเกาหลี และสิงคโปร์</p>

<p>&ldquo;การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตนเอง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมอง ร่วมกันออกแบบอนาคตทางการค้า สร้างสมดุลและความเข้าใจร่วมกันในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก จึงเป็นการเปิดประตูสู่แนวทางใหม่ของการค้าระหว่างประเทศที่ยั่งยืน&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<p>ทั้งนี้ เอเปคเป็นกรอบความร่วมมือของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ในปี 2567 การค้าของไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจเอเปค มีมูลค่าประมาณ 15.10 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นการนำเข้าจากกลุ่มเอเปค 7.75 ล้านล้านบาท และการส่งออกจากไทยไปกลุ่มเอเปค 7.35 ล้านล้านบาท</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250520d8a9bbc43277938b1c307181fc720aeb083700.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250520d82a5afb4fb6c21bda7bf6de46bc4968083700.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250520e5f33a92674955927544ac41337448ba083700.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/file/get/file/202306193051d0a8b18bc8e386c0ec3b3d03c08b135357.jpg' type='image/jpg' length='' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” หารือ Google ที่เกาหลี ดึงดูดการลงทุนดิจิทัล พร้อมแลกเปลี่ยนความเห็นต่อมาตรการภาษีของสหรัฐฯ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/105196</link>
<guid isPermaLink="false">9e25cb4d3365e217fe4c481dd79beb5c</guid>
<pubDate>Mon, 19 May 2025 15:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้หารือกับ Mr. Karan Bhatia, Global Head and Vice President for Government Affairs and Public Policy และคณะของบริษัท Google ระหว่างการประชุมรัฐมนตรีด้านการค้าของเอเปค (Ministers Responsible for Trade: MRT) ณ เมืองเจจู สาธารณรัฐเกาหลี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนในเทคโนโลยีสมัยใหม่ของไทย และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกา</p>

<p>นายพิชัย เปิดเผยว่า ไทยได้แสดงความขอบคุณต่อ Google ที่ให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย พร้อมชื่นชมแผนการลงทุนของบริษัทในธุรกิจ Data Center และ Cloud Services ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมของไทยในการเป็นศูนย์กลางด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค โดย Google มองว่าไทยมีศักยภาพในการเป็นฐานการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ อาทิ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์(HDD) และแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่</p>

<p>ในโอกาสนี้ รมว.พาณิชย์ได้เชิญชวนให้ Google ให้เข้ามาขยายการลงทุนในไทยมากยิ่งขึ้นในอนาคต พร้อมทั้ง เน้นย้ำถึงความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบพลังงาน และทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของไทย ซึ่งเอื้อต่อการรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยเฉพาะธุรกิจจัดเก็บข้อมูลและดาต้าเซ็นเตอร์ ที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่</p>

<p>พร้อมกันนี้ รมว. พณ. ได้ถือโอกาสความห่วงกังวลต่อมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ Google ในประเทศไทย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว พร้อมทั้งได้ขอให้ Google ช่วยส่งสารถึงรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า ไทยมีความพร้อมและความตั้งใจในการเจรจาอย่างสร้างสรรค์ เพื่อหาทางออกต่อข้อกังวลร่วมกัน และสร้างประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>นอกจากนี้ Google ยังเสนอแนะให้ประเทศไทยพัฒนากฎหมายที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการค้าและการลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของระบบเศรษฐกิจในอนาคต</p>

<p>&ldquo;ไทยยินดีต้อนรับการลงทุนจากภาคเอกชนต่างประเทศ โดยเฉพาะในสาขาเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่อนาคต รัฐบาลพร้อมสนับสนุนและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาคอย่างแท้จริง&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250519f9308d7c8043bfed3ba13a1de4eb0e29080838.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250519a9e0495bb7cb7684c8b93ec70124d9e2080839.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025051984f9df20b6db97cbc4c3b3c1fe62d3a6080839.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505193b8ad00b9a6d831abc3a8a4c3b40dd0e080839.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250519c274ff9f60e66b7d72b2a9dcd85fd7e1080837.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250519c7b4b48009701b072d5f9e0631b1f97c080838.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250519f9308d7c8043bfed3ba13a1de4eb0e29080838.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250519a9e0495bb7cb7684c8b93ec70124d9e2080839.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025051984f9df20b6db97cbc4c3b3c1fe62d3a6080839.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505193b8ad00b9a6d831abc3a8a4c3b40dd0e080839.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250519c274ff9f60e66b7d72b2a9dcd85fd7e1080837.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250519c7b4b48009701b072d5f9e0631b1f97c080838.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250519f9308d7c8043bfed3ba13a1de4eb0e29080838.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250519a9e0495bb7cb7684c8b93ec70124d9e2080839.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025051984f9df20b6db97cbc4c3b3c1fe62d3a6080839.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505193b8ad00b9a6d831abc3a8a4c3b40dd0e080839.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250519b3f22c091fc155f9cbd46352d788b0e3154214.jpg' type='image/jpg' length='392619' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข่าวดีผลไม้ไทย “นภินทร” เผยห้าง Hema จีน เพิ่มยอดสั่งซื้อผลไม้ไทยพรีเมียมทุกชนิด พร้อมเล็งสินค้า GI วางขายทุกสาขา]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104894</link>
<guid isPermaLink="false">92cbac3baf223373ca9bed7d15faa59c</guid>
<pubDate>Fri, 16 May 2025 15:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รมช.นภินทร เจรจา Hema ผู้ประกอบการค้าปลีก ที่มีสาขากว่า 454 ทั่ว 46 มณฑลของจีน สร้างความมั่นใจคุณภาพผลไม้ไทยเกรดพรีเมียมครองตลาดผู้บริโภคจีน ผู้บริหาร Hema เพิ่มยอดทันทีรับผลผลิตผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นทุกชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด มะพร้าว ส้มโอ และพร้อมเปิดตลาดผลไม้ชนิดใหม่ของไทย รมช.เล็ง สินค้า GI กว่า 200 รายการของไทย เข้าตลาดจีนผ่านห้าง Hema Premium พร้อมประกาศแผนจัดกิจกรรม &ldquo;Thai Fruit Golden Month&rdquo; กลางปี 2568 พิเศษเฉพาะปีครบรอบความสัมพันธ์ 50 ปีไทย จีน สคต.นครเซี่ยงไฮ้ จัดทำกล่องบรรจุผลไม้ &ldquo;ลายรถตุ๊กตุ๊ก&rdquo; ไทย มั่นใจตลาดจีนจะรองรับผลผลิตไทยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทุเรียนที่คาดว่าจะส่งออกได้กว่า 1.1 ล้านตัน</p>

<p>วันที่ 15 พฤษภาคม 2568 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างการนำคณะเยือนนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยแสดงความมั่นใจว่าการส่งออกผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปีนี้ โดยรัฐมนตรีช่วยฯ เปิดเผยว่า &ldquo;จากการพูดคุยกับผู้บริหารห้าง Hema ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกระดับพรีเมียมในเครือ Alibaba Group ที่มีทั้งระบบขายหน้าร้านและออนไลน์ โดยมีเครือข่ายกว่า 454 สาขาทั่วประเทศจีน รวมถึง 87 สาขาในนครเซี่ยงไฮ้ พบว่าผลไม้ไทยหลายชนิด เช่น ทุเรียนหมอนทอง มะพร้าว มังคุด และส้มโอ เป็นที่นิยมของผู้บริโภคจีน และได้รับการยอมรับในด้านคุณภาพ โดยผู้บริหาร Hema ระบุชัดว่า ผลไม้ไทยเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ลูกค้า โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง และมังคุด ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นทุกปี และในปีนี้ คาดว่ายอดขายผลไม้ไทยจะสูงกว่าปี 2567</p>

<p>นายนภินทร กล่าวต่อว่า &ldquo;เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า ผมได้เน้นย้ำมาตรการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดของไทย โดยผลไม้ไทยจะต้องมีความสุกพอดี ผ่านการตรวจสอบวันเก็บเกี่ยว ปริมาณความหวาน น้ำตาล และเปอร์เซ็นต์แป้ง ต้องปลอดจากศัตรูพืช ไม่มีการสวมสิทธิ์นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน และต้องปลอดจากสารตกค้างทุกชนิด ทั้งสาร BY2 และแคดเมียม ซึ่งปัจจุบันทางการจีนมีความเชื่อมั่นในระบบควบคุมคุณภาพของประเทศไทยมากขึ้น ส่งผลให้กระบวนการตรวจสอบที่ด่านนำเข้าได้รับการผ่อนปรน ใช้ระยะเวลาเพียง 3&ndash;4 วัน ทำให้ทุเรียนไทยสามารถส่งออกได้รวดเร็วขึ้น โดยปัจจุบันมีการส่งออกเฉลี่ยวันละกว่า 800 ตู้ และสามารถเข้าสู่ตลาดจีนได้โดยไม่เกิดปัญหาติดค้างที่ด่านเหมือนในอดีต&nbsp;</p>

<p>ซึ่งทำให้ทาง Hema มีความมั่นใจในคุณภาพของผลไม้ที่จะนำมาจำหน่าย และแจ้งเราว่าจะเพิ่มปริมาณการสั่งซื้อผลไม้ไทยพรีเมียมในปีนี้เพิ่มขึ้นตลอดฤดูกาล&ldquo;</p>

<p>ทั้งนี้ ไทยส่งออกทุเรียนสดและแช่แข็งไปจีนในปี 2567 ราว 920,000 ตัน และในปี 2568 ผลผลิตทุเรียนของไทยเพิ่มขึ้นจาก 1.2 ล้านตัน เป็น 1.5 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นอีก 300,000 ตัน โดยจากการลงพื้นที่สำรวจตลาดในหลายภูมิภาคของจีน ทั้งภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก พบว่าผู้บริโภคจีนยังคงมีความต้องการผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เชื่อว่าตลาดจีนสามารถรองรับ ปริมาณผลผลิตทุเรียนไทย 1.1 ล้านตันในปี 2568 นี้ได้ &nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนไทย ที่จะทำให้ราคาปีนี้สูงขึ้นอย่างแน่นอน&ldquo;</p>

<p>นอกจากทุเรียนแล้ว กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าส่งเสริมผลไม้ไทยชนิดอื่น ๆ อาทิ มังคุด ส้มโอ เงาะ และมะพร้าว ซึ่งล้วนเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคจีน โดยเฉพาะในกลุ่มชนชั้นกลางที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงมากกว่า 500 ล้านคน จากประชากรจีนรวมเกือบ 1,400 ล้านคน ทั้งนี้ทางด้าน Hema มีความสนใจสินค้าไทยในระดับพรีเมียม และพร้อมเปิดตลาดผู้บริโภคชาวจีนให้รู้จักสินค้าไทย และจะเดินทางไปประเทศไทยเพื่อเลือกหาสินค้าไทยที่มีคุณภาพด้วยตนเอง ทางรัฐมนตรีช่วยฯ จึงได้ขอประสานส่งข้อมูลสินค้าไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ที่ได้รับรองคุณภาพว่าเป็นของดีของเด่นของไทยให้ทาง Hema ได้รู้จัก ด้วย</p>

<p>นายนภินทร เพิ่มเติมว่า &ldquo;กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดกิจกรรม &ldquo;Thai Fruit Golden Month&rdquo; ร่วมกับ Hema ในช่วงเดือนมิถุนายน&ndash;กรกฎาคม 2568 โดยจะมีการจัดแสดงผลไม้ไทยในสาขาของ Hema ทั่วประเทศจีน จัดกิจกรรมชิมผลไม้ไทย การทำอาหารไทยจากผลไม้ และรณรงค์กระแส &ldquo;19 สายพันธุ์ทุเรียนไทยที่ต้องกินก่อนตาย&rdquo; ซึ่งได้รับความสนใจในโลกออนไลน์ของจีนเป็นอย่างมาก และสำหรับปีนี้เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ของไทยและจีนครบรอบ 50 ปี ทาง สคต. นครเซี่ยงไฮ้ได้จัดทำกล่องบรรจุผลไม้ที่มีลักษณะเฉพาะเป็นลายรถตุ๊กตุ๊ก ที่สื่อถึงความเป็นไทยและสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นสินค้าไทยแท้ คาดว่าจะทำให้ได้รับความสนใจและกระตุ้นยอดขายจากผู้ซื้อเพิ่มขึ้นอีก&ldquo;</p>

<p>รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวทิ้งท้ายว่า &ldquo;ผลไม้ไทยถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง ไม่ขึ้นกับราคาตลาดโลกเหมือนพืชไร่หลายชนิด เกษตรกรไทยควรให้ความสำคัญกับการปลูกพืชที่สามารถส่งออกได้ เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ มะพร้าว และส้มโอ ซึ่งจะช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน&rdquo;</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516cfd7f633d9bff4d33c31628eb69d04fb143149.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516b75a99bc380a0c3a55d2b11c3c493b1b143150.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516a71f78538c3609f6c18a1c96c79410d5143150.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516c900a693aec2f90969590519e45e2f29143150.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025051687edee7deea988fdb28a25efa67ef820143142.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516206efb3d1483df0b23c0266112467b85143143.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505168155abb5c4f3a80928620531c94bcb6d143144.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505168dd5d9528995a435be95c83b7289e7f1143145.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505168a17d52d9a9a962a19763272f04d5ccd143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516193ef60cbe1c166719b336d0b2dd440f143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516ed046ffabab1e4e7f32b27c163e8523b143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516e40f18c8a598b4590c5853b42160ea91143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516b090046a0f4949541c6ffb1ed83debaa143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505164ab9e499a4fd2b916c7436e77e140450143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505161d857c0346612cdbb16fa3b56f227da7143148.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505161a1bd57479e7e585e1f10682efa4eb96143148.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025051632c61184226aac03f3e7d12e503e267c143148.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025051671a1d3b0d95be5f1f19fdc478ab884f4143149.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505168d60efe15e826b45666a1bfa85c3d083143149.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516af8a7d6c3f68e0d300259840af3659fd143149.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516cfd7f633d9bff4d33c31628eb69d04fb143149.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516b75a99bc380a0c3a55d2b11c3c493b1b143150.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516a71f78538c3609f6c18a1c96c79410d5143150.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516c900a693aec2f90969590519e45e2f29143150.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025051687edee7deea988fdb28a25efa67ef820143142.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516206efb3d1483df0b23c0266112467b85143143.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505168155abb5c4f3a80928620531c94bcb6d143144.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505168dd5d9528995a435be95c83b7289e7f1143145.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505168a17d52d9a9a962a19763272f04d5ccd143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516193ef60cbe1c166719b336d0b2dd440f143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516ed046ffabab1e4e7f32b27c163e8523b143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516e40f18c8a598b4590c5853b42160ea91143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516b090046a0f4949541c6ffb1ed83debaa143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505164ab9e499a4fd2b916c7436e77e140450143147.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505161d857c0346612cdbb16fa3b56f227da7143148.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505161a1bd57479e7e585e1f10682efa4eb96143148.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025051632c61184226aac03f3e7d12e503e267c143148.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025051671a1d3b0d95be5f1f19fdc478ab884f4143149.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505168d60efe15e826b45666a1bfa85c3d083143149.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516af8a7d6c3f68e0d300259840af3659fd143149.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516cfd7f633d9bff4d33c31628eb69d04fb143149.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516b75a99bc380a0c3a55d2b11c3c493b1b143150.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516a71f78538c3609f6c18a1c96c79410d5143150.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250516c900a693aec2f90969590519e45e2f29143150.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202505162a14b93b3d0f605bb36419c696e22f85150933.jpg' type='image/jpg' length='28852' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กระทรวงพาณิชย์จับมือ Meta หนุน SME ไทยก้าวไกลในยุคดิจิทัล เปิดตัว “Meta Live Skilling” ในงาน Meta Marketing Summit 2025]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/104704</link>
<guid isPermaLink="false">24ea3322c9ebb306d9a4b672c2f42aff</guid>
<pubDate>Thu, 15 May 2025 15:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัท เฟซบุ๊ก (ประเทศไทย) จำกัด และ Meta Platforms, Inc. ได้ร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดโครงการอบรมและส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการตลาดออนไลน์ ตลอดจนการใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างปลอดภัย โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้สามารถขยายธุรกิจได้ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายกระทรวงพาณิชย์ในการผลักดัน Soft Power ไทย ไปสู่ระดับสากล</p>

<p>ในส่วนของความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและ Meta เริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปี 2567 ผ่านการดำเนินโครงการต่าง ๆ เช่น การร่วมกันจัดทำหลักสูตรอบรม &ldquo;Upgrade ธุรกิจด้วย AI สู่การตลาดยุคใหม่กับ Meta&rdquo; ภายใต้งาน APAC Government Digital Transformation Summit 2024 โดยเนื้อหาครอบคลุมการบริหารจัดการ Official Page, การทำการตลาดผ่าน Meta Business Suite, การยิงโฆษณา (Ads) และการใช้ Facebook Analytics / Page Insight เพื่อวางแผนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และมีการจัดอบรมในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ จ.นครปฐม จ.ระนอง งาน E-Commerce Expo กรุงเทพฯ จ.ขอนแก่น จ.พิษณุโลก<br />
ซึ่งมีผู้ประกอบการเข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 463 ราย</p>

<p>เพื่อสานต่อความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง Meta และ Facebook ประเทศไทยได้จัดงาน Meta Marketing Summit 2025 ภายใต้หัวข้อ &ldquo;AI for Growth: Unlocking Opportunities for Thai SMBs&rdquo; ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรม Grande Centre Point Lumphini</p>

<p>ในงานนี้ นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ได้รับเชิญให้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ &ldquo;AI เพื่อการเติบโต: เปิดโอกาสใหม่ให้กับ SME ไทย&rdquo; โดยเน้นถึงบทบาทของ AI ในการช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ SME ไทยให้เติบโตและแข่งขันได้ในเวทีโลก</p>

<p>นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการเปิดตัวโครงการ Meta Live Skilling ซึ่งเป็นโครงการต่อยอดเพื่อเผยแพร่หลักสูตร E-learning และ E-book ให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการตลาดดิจิทัลได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง</p>

<p>&ldquo;ความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับ Meta เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันผู้ประกอบการไทยให้พร้อมสู่อนาคต ยกระดับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน และเชื่อว่าAI คือศักยภาพในอนาคต เป็นเครื่องมือที่ไปด้วยกันได้ดีกับออนไลน์แพลตฟอร์ม&rdquo; นายนันทพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250514397ff66a0a7a915d385fe1dbfb703c1f212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505144e53515eb69dfd1556c8eb0cdb31451a212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505140d103cbfb436f0f1d5a76bdc69a7a38f212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250514d7180480ef3353e687fe31b4dd22724a212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025051427aaf2564d952db506bcac6656fd23cc212134.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250514e26eac7a558d54ab0ecbee838ee69099212134.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250514f7788280e0a916b83af957c915b06012212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250514397ff66a0a7a915d385fe1dbfb703c1f212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505144e53515eb69dfd1556c8eb0cdb31451a212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505140d103cbfb436f0f1d5a76bdc69a7a38f212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250514d7180480ef3353e687fe31b4dd22724a212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025051427aaf2564d952db506bcac6656fd23cc212134.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250514e26eac7a558d54ab0ecbee838ee69099212134.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250514f7788280e0a916b83af957c915b06012212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250514397ff66a0a7a915d385fe1dbfb703c1f212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505144e53515eb69dfd1556c8eb0cdb31451a212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505140d103cbfb436f0f1d5a76bdc69a7a38f212135.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250514d7180480ef3353e687fe31b4dd22724a212135.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250515efe0a4afe5f19d4dd03d6adc3e035263150511.jpg' type='image/jpg' length='283151' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พิชัย รับลูกนายกฯ เดินหน้า 7 มาตรการ 25 แผนงาน เร่งส่งออกผลไม้ไทยไปทั่วโลก-ดัน FTA ไทย-ยุโรป เพิ่มยอดส่งออกพุ่งสูงต่อเนื่อง-ปรับโฉมร้าน Thai Select-ลุยแก้สินค้าสวมสิทธิ์ สกัดธุรกิจนอมินี]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/103869</link>
<guid isPermaLink="false">0cad2811af5b032543288e89046ca587</guid>
<pubDate>Thu, 08 May 2025 14:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งขับเคลื่อนนโยบายตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 4/2568 ที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านนายกฯ ได้กำชับให้ส่งเสริมและผลักดันสินค้าเกษตรไทย เพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าล้นตลาด และเพื่อให้เกษตรกรขายได้ราคาสูงสุด รวมถึง การหาคู่ค้าหรือตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ไทยมีอยู่กับประเทศต่างๆ ให้ได้มากที่สุด&nbsp;</p>

<p>นายพิชัยกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จัดทำ 7 มาตรการ 25 แผนงานล่วงหน้า ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การตลาด การส่งออก ไปจนถึงการแปรรูปและอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อระบายผลไม้ 950,000 ตัน ไปยังตลาดทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ภายในประเทศอย่างเข้มข้น ได้กำชับไปยังกรมการค้าภายในให้ดำเนินมาตรการเชิงรุก จัดกิจกรรมรณรงค์บริโภคผลไม้ร่วมกับห้างค้าปลีกชั้นนำตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล อาทิ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เซ็นทรัล เดอะมอลล์ ห้างในเครือซีพีแอ็กซ์ตร้า เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้เกษตรกรโดยตรง</p>

<p>และเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตของพี่น้องเกษตรกร กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้ร่วมมือกับ 3 สมาคมใหญ่ ได้แก่ สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย สมาคมการค้าผู้ผลิตปุ๋ยไทย และสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร รวมถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าโครงการนี้เพื่อนำปุ๋ยคุณภาพดีมาลดราคาสูงสุดกระสอบละ 50 บาท ครอบคลุมพืชทุกชนิด รวมกว่า 79 สูตร ปริมาณกว่า 10.06 ล้านกระสอบ จากผู้ประกอบการ 26 รายทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 30 กันยายน 2568 อีกด้วย&nbsp;</p>

<p>ในส่วนการเจรจา FTA ได้เร่งเดินหน้าโครงการเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และอาเซียน-แคนาดา โดยตั้งเป้าสรุปให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งจะทำให้ไทยมีความตกลงทางการค้ากับกว่า 50 ประเทศทั่วโลก และเสริมแต้มต่อให้ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยขยายตลาดใหม่ๆ ได้เพิ่มขึ้น</p>

<p>สำหรับผลสำเร็จของ FTA เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคม 2568 การส่งออกของไทยขยายตัวถึง 17.8% คิดเป็นมูลค่า 29,548.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดันยอดส่งออกไตรมาสแรกโต 15.2% รวมมูลค่า 81,532.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเห็นได้ว่า การสรุปและลงนามข้อตกลง FTA กับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ที่มีประเทศมีกำลังซื้อสูงอย่างสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ เมื่อเดือนมกราคม 2568 มีความสำคัญมาก เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการโอกาสทางการค้าระหว่างกันในอนาคต โดยการส่งออกของไทยไปยังตลาดสวิตเซอร์แลนด์ขยายตัวต่อเนื่อง ในเดือนมกราคม 852% เดือนกุมภา 235% และเดือนมีนาคม 497%</p>

<p>นายพิชัย ยังกล่าวถึงโครงการ Thai SELECT ของกระทรวงว่า ขณะนี้ได้ยกระดับปรับโฉมใหม่เพื่อก้าวสู่ Global Brand โดยใช้ &lsquo;ดาวเกียรติยศรูปดอกกล้วยไม้&rsquo; เป็นสัญลักษณ์ พร้อมแบ่งร้านออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ Thai SELECT 1 ดาว, 2 ดาว, 3 ดาว และ Thai SELECT Casual ครอบคลุมตั้งแต่ร้านเล็กราคาย่อมเยาไปจนถึงร้านหรูระดับพรีเมียม เพื่อเพิ่มการรับรองร้านอาหารไทยในต่างประเทศและเชื่อมโยงการใช้วัตถุดิบส่งตรงจากไทย ลดต้นทุนและสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น</p>

<p>ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าป้องกันการสวมสิทธิ์สินค้าไทยส่งออก โดยอยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อบริษัทต่างชาติที่ใช้ไทยเป็นฐานหลีกเลี่ยงภาษี และตรวจสอบ 65 กลุ่มสินค้าเสี่ยง พร้อมร่วมมือกับศุลกากรสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเข้มงวดการแก้ปัญหาสินค้าต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมายในไทย โดยในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ดำเนินคดีไปแล้วกว่า 32,394 คดี มูลค่าความเสียหาย 1,454 ล้านบาท และจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้านำเข้าต่ำกว่า 1,500 บาทได้รวม 1,796 ล้านบาท รวมถึงสั่งถอดสินค้าผิดกฎหมายออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์แล้ว 9,043 รายการ</p>

<p>ในส่วนการปราบนอมินี ได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อเนื่อง โดยผลการดำเนินการในช่วงตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2567 - 31 มีนาคม 2568 ได้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิด 852 ราย และมูลค่าความเสียหายรวม 15,188 ล้านบาท พร้อมกำหนดแผนการตรวจสอบนอมินี ประจำปี 2568 ซึ่งจะมีนิติบุคคลเป้าหมายที่ต้องตรวจสอบรวม 46,918 ราย&nbsp;</p>

<p>&ldquo;ขอเรียนว่า กระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนทุกภารกิจเต็มที่ จากข้อสั่งการของท่านนายกรัฐมนตรี ทั้งเรื่องการระบายผลไม้ การใช้ประโยชน์จาก FTA ฉบับต่างๆ การปรับโฉมร้าน Thai Select ไปจนถึง การแก้ไขปัญหาการสวมสิทธิ์สินค้า และการปราบนอมินี ผมขอให้ทุกหน่วยงานเร่งเดินหน้าเต็มที่ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องคนไทยทุกคน&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505080a09c72559adb482ecd0fb3ead40c7c7083514.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505082cb66dc404b60395824afec54326adbc083515.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050855e6c8f6c321926dfef0c37a4f9c544a083516.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250508e93817f5d9f359cf8daa765bee67a3f2083437.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505083a4122565d627bf1153700e19a9d22b0083514.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050822382baf11306a855108c88739667b72083514.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505080a09c72559adb482ecd0fb3ead40c7c7083514.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505082cb66dc404b60395824afec54326adbc083515.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050855e6c8f6c321926dfef0c37a4f9c544a083516.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250508e93817f5d9f359cf8daa765bee67a3f2083437.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505083a4122565d627bf1153700e19a9d22b0083514.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050822382baf11306a855108c88739667b72083514.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505080a09c72559adb482ecd0fb3ead40c7c7083514.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505082cb66dc404b60395824afec54326adbc083515.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050855e6c8f6c321926dfef0c37a4f9c544a083516.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250508e93817f5d9f359cf8daa765bee67a3f2083437.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202505086951a5859438c0d4aa03851ad00d451a143314.jpg' type='image/jpg' length='229818' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[​“พิชัย”สบช่อง ชวนเยอรมนีเพิ่มการลงทุน ยันเดินหน้าเจรจา FTA ไทย-อียูจบปีนี้]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/103625</link>
<guid isPermaLink="false">1f66bec754b4d850484cbf8f8223bf4f</guid>
<pubDate>Wed, 07 May 2025 14:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&ldquo;พิชัย&rdquo;ปาฐกถาพิเศษเวที German Business Talk ย้ำจุดแข็งเศรษฐกิจไทย ช่วงรัฐบาลแพทองธารเข้ามาบริหารประเทศ ส่งออกโต 12.9% การลงทุนพุ่ง มีความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน สบช่องชวนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เผยยังมีแผนเดินหน้าเจรจา FTA มั่นใจกรอบไทย-อียูจบปีนี้ หลังไทย-เอฟตา เจรจาสำเร็จและลงนามกันไปแล้ว</strong><br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วงค่ำวันที่ 6 พ.ค.2568 ที่ผ่านมา ได้เข้าร่วมงาน German Business Talk และได้กล่าวปาฐกถาพิเศษต่อผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตจากประเทศในยุโรป และนักธุรกิจชั้นนำของเยอรมนีกว่า 80 คน ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย โดยตนได้ใช้โอกาสนี้เน้นย้ำถึงศักยภาพและความพร้อมของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตในอุตสาหกรรมเป้าหมาย และความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยกับเยอรมนี ซึ่งถือเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยในสหภาพยุโรป (อียู)<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
ทั้งนี้ ได้ยืนยันกับผู้แทนสถานทูต และนักธุรกิจว่าเศรษฐกิจไทยกำลังขยายตัวต่อเนื่อง โดยในช่วง 6 เดือนที่รัฐบาลชุดนี้ ภายใต้การนำของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ มูลค่าการส่งออกเติบโตถึง 12.9% และเฉพาะเดือน มี.ค.2568 การส่งออกมีมูลค่า 29,548.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.8% เป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของไทย ส่วนยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนไตรมาสแรก ปี 2568 สูงถึง 431,000 ล้านบาท เพิ่ม 97% ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงศักยภาพของสินค้าไทย และความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของประเทศไทย<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
ขณะเดียวกัน ได้ชี้แจงอีกว่าไทยมีศักยภาพและความมั่นคงด้านโครงสร้างพื้นฐาน และพลังงาน มีความพร้อมรองรับการขยายการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่นักธุรกิจเยอรมนี สามารถเข้ามาลงทุนและขยายฐานการผลิตในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม เช่น ยานยนต์ วิศวกรรมเครื่องจักรกล PCB (แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์) และระบบจัดเก็บข้อมูล (Data Center) โดยไทยยินดีอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนเยอรมนีที่ต้องการเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย รวมทั้งแก้ไขปัญหาใด ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เข้ามาจัดตั้งธุรกิจแล้ว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202505078783673b625f6e48b9fff0d1aba1d29e143837.jpg' type='image/jpg' length='240665' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["พิชัย" ถกผู้บริหาร Seagate บริษัทไอที ชั้นนำของโลก แลกเปลี่ยนแนวทางเจรจาภาษีทรัมป์ พร้อมมั่นใจศักยภาพไทยเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/103461</link>
<guid isPermaLink="false">34eb03e093b28dcd84e556815a822f31</guid>
<pubDate>Tue, 06 May 2025 15:48:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&quot;พิชัย&quot; ถกผู้บริหาร Seagate บริษัทไอที ชั้นนำของโลก แลกเปลี่ยนแนวทางเจรจาภาษีทรัมป์ พร้อมมั่นใจศักยภาพไทยเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีโลก</p>

<hr />
<p><em></em>&nbsp;5/05/2568 |&nbsp;<em></em>&nbsp;758&nbsp;|&nbsp;<em onclick="javascript:window.print();"></em></p>

<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ได้พบหารือกับนายแคช แมคเครคเคน (Mr. Cash McCracken) รองประธานฝ่ายกิจการภาครัฐ บริษัท Seagate ผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลดิจิทัล เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจโลก แนวทางการเจรจาภาษีทรัมป์ และกระชับความร่วมมือกับภาคเอกชนสหรัฐฯ ที่มีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีระดับโลก</p>

<p>รมว.พาณิชย์ได้แสดงความเห็นต่อแนวโน้มมาตรการภาษีต่างตอบแทน (reciprocal tariffs) ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจกระทบการส่งออกและเพิ่มต้นทุนให้แก่บริษัทข้ามชาติในไทย โดยได้ขอให้ Seagate ช่วยสะท้อนข้อห่วงใยนี้ต่อหน่วยงานสหรัฐฯ เพื่อรักษาบรรยากาศการค้าการลงทุนที่เป็นมิตรต่อทุกฝ่าย ด้านผู้บริหาร Seagate ได้ให้ข้อมูลสำคัญเพื่อเป็นแนวทางในการเจรจามาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยเฉพาะแนวทางในการเจรจากับหน่วยงานต่างๆ ของสหรัฐฯ เช่น USTR, กระทรวงพาณิชย์ และ กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทีมเจรจาของไทยต่อไป</p>

<p>&ldquo;การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสดีในการตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ที่เป็นหัวใจของอุตสาหกรรมคลาวด์และ AI ทั่วโลก&rdquo; นายพิชัยกล่าว พร้อมระบุว่า Seagate ถือเป็นนักลงทุนรายสำคัญ โดยมีฐานผลิตหลักในจังหวัดนครราชสีมาและสมุทรปราการ ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์ผลิตใหญ่สุดของบริษัท และจ้างงานคนไทยหลายหมื่นคน</p>

<p>นายพิชัย ย้ำว่า ไทยมีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และบุคลากรคุณภาพสูง เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และอุตสาหกรรม AI ซึ่งต้องใช้ HDD เป็นวัตถุดิบหลัก และจะเป็นฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในยุคดิจิทัล</p>

<p>ด้านผู้บริหาร Seagate ยืนยันความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิต HDD ระดับภูมิภาค โดยมองว่าแนวโน้มการย้ายฐานผลิตกลับสหรัฐฯ (reshoring) อาจไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ เนื่องจากไทยมีระบบนิเวศอุตสาหกรรมครบวงจร ห่วงโซ่อุปทานมีประสิทธิภาพ &nbsp;แรงงานไทย มีความชำนาญ มีฝีมือดี มีความสามารถสูง เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง</p>

<p>ทั้งนี้ Seagate ก่อตั้งเมื่อปี 1979 มีสำนักงานใหญ่ในไอร์แลนด์ และเครือข่ายทั่วโลก สำหรับไทย บริษัทได้เข้ามาลงทุนต่อเนื่องกว่า 35 ปี ถือเป็นฐานผลิตสำคัญในห่วงโซ่อุปทานระดับโลกของ Seagate</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050506c6524cee4b12fc9ed7a559cb2b67d7092647.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505c1930d737140b539d82fd0ce3d280423092647.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050551f071228dca9e74bccf99cbf53b690c092648.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505431d581ab440d56228cc06d67b249299092648.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505c13d1241e4e3916b8feb5662f9038732092638.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505051f6ec97f8e22b1b7e342d28f59baced2092639.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505055ec44041098b50b234410da381540c61092641.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050597bf5f47a1fa4f7bd2f0fea30ebc3cf4092642.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505763ef1dc134aea4abbfc546e492ad320092642.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505054461e6155c40c74aeff5b3738834aaa7092643.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505812978ddbda4e15b4cc888ba1ca8cdc6092643.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505ebaae0f6a57437a0726ef3532e439327092645.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050506c6524cee4b12fc9ed7a559cb2b67d7092647.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505c1930d737140b539d82fd0ce3d280423092647.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050551f071228dca9e74bccf99cbf53b690c092648.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505431d581ab440d56228cc06d67b249299092648.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505c13d1241e4e3916b8feb5662f9038732092638.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505051f6ec97f8e22b1b7e342d28f59baced2092639.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505055ec44041098b50b234410da381540c61092641.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050597bf5f47a1fa4f7bd2f0fea30ebc3cf4092642.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505763ef1dc134aea4abbfc546e492ad320092642.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202505054461e6155c40c74aeff5b3738834aaa7092643.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505812978ddbda4e15b4cc888ba1ca8cdc6092643.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505ebaae0f6a57437a0726ef3532e439327092645.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050506c6524cee4b12fc9ed7a559cb2b67d7092647.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505c1930d737140b539d82fd0ce3d280423092647.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025050551f071228dca9e74bccf99cbf53b690c092648.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250505431d581ab440d56228cc06d67b249299092648.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202505061c621e771458e69c7d53aa1f8fa50fa7155000.jpg' type='image/jpg' length='196876' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย“ ร่วมคณะนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามการค้าชายแดนด่านนครพนม เผยยอดการค้าชายแดนและผ่านแดนไทย 6 เดือน รัฐบาลแพทองธาร โตแรง 7.8%]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102692</link>
<guid isPermaLink="false">1e12c9db020f164ed0599be9529a442d</guid>
<pubDate>Wed, 30 Apr 2025 13:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมคณะนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการและประชุมติดตามสถานการณ์การค้าชายแดน ณ ด่านศุลกากรนครพนม โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังความคืบหน้าการพัฒนาศูนย์การขนส่งชายแดน พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ และเส้นทางเชื่อมโยงการค้าชายแดน</p>

<p>นายพิชัยเปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกที่รัฐบาลนายกแพทองธารเข้ามารับตำแหน่ง (ตุลาคม 2567 - มีนาคม 2568) การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยมีมูลค่ารวม 908,347 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยการส่งออกมีมูลค่า 509,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% และการนำเข้ามีมูลค่า 399,269 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้าถึง 109,809 ล้านบาท</p>

<p>โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม&ndash;มีนาคม) มูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยก็โตต่อเนื่อง อยู่ที่ 466,842 ล้านบาท ขยายตัว 10.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แยกเป็นการส่งออก 255,825 ล้านบาท (+9.2%) การนำเข้า 211,018 ล้านบาท (+12.5%) ส่งผลให้ไทยเกินดุลการค้า 44,807 ล้านบาท</p>

<p>โดยเฉพาะการค้าระหว่างไทยกับ สปป.ลาว มีมูลค่า 197,829 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 13.9% ซึ่งเป็นผลจากการส่งออกผ่าน สปป.ลาว ไปยังจีนที่พุ่งสูงถึง 60.8% หรือคิดเป็น 27,827 ล้านบาท สินค้าหลักที่ส่งออก ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 21,225 ล้านบาท (+23.8%) น้ำมันดีเซล 10,107 ล้านบาท (+8.11%) ลำไยสด 3,013 ล้านบาท (+139.1%) ขณะที่ทุเรียนสดและน้ำอัดลมปรุงรสมีมูลค่าลดลงเล็กน้อย</p>

<p>สำหรับจังหวัดนครพนมเพียงจังหวัดเดียว มีมูลค่าการค้ารวม 22,383 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% แบ่งเป็นการส่งออก 10,463 ล้านบาท (+11.7%) และการนำเข้า 11,921 ล้านบาท (+13.4%)</p>

<p>นายพิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การค้าชายแดนไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความขัดแย้งทางการค้าในระดับโลก กระทรวงพาณิชย์จึงเร่งเดินหน้าผลักดันการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) และความร่วมมือระดับทวิภาคีและอนุภูมิภาค เพื่อขยายตลาดใหม่ ลดความเสี่ยง และสร้างห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) ให้กับสินค้าศักยภาพ</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504301cbf487b37301981e814028b6b00882e092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504309ad44be1d865935dd27bc844c69de904092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250430abb0cc9bd2295bf07a5d1315b44fbc39092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250430eff284d9f8fe4cd734d4a8d6f96ac61a092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250430797200ab813d94c7bfd32db806dc26fa092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025043086d8e80cdbeddd533a7e58d85161aa9a092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504301cbf487b37301981e814028b6b00882e092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504309ad44be1d865935dd27bc844c69de904092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250430abb0cc9bd2295bf07a5d1315b44fbc39092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250430eff284d9f8fe4cd734d4a8d6f96ac61a092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250430797200ab813d94c7bfd32db806dc26fa092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025043086d8e80cdbeddd533a7e58d85161aa9a092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504301cbf487b37301981e814028b6b00882e092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504309ad44be1d865935dd27bc844c69de904092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250430abb0cc9bd2295bf07a5d1315b44fbc39092736.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250430eff284d9f8fe4cd734d4a8d6f96ac61a092736.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025043058bd62d2c4eff2572aab14c2cf245464130524.jpg' type='image/jpg' length='31590' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” ลุย ครม.สัญจร นครพนม จัดสัมมนาใช้ประโยชน์ FTA ดันส่งออกไทยรับมือภาษีทรัมป์ เผยรัฐบาลนายกแพทองธารฯ ทำส่งออกไทยโตสูงสุดในรอบ 10 ปี]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102177</link>
<guid isPermaLink="false">16abc0060c90b4acba00f09720fd0843</guid>
<pubDate>Mon, 28 Apr 2025 13:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ จัดสัมมนา &ldquo;FTA ขยายธุรกิจ พิชิตส่งออก&rdquo; ณ โรงแรมแม่โขงเฮอริเทจ จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2568 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ SMEs ภาคอีสานจากจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร และหนองคาย ผ่านการใช้สิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ท่ามกลางความผันผวนของการค้าโลก หลังสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีรอบใหม่</p>

<p>วันที่ 28 เมษายน 2568 ณ โรงแรมแม่โขง เฮอริเทจ จังหวัดนครพนม&nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเรื่อง &ldquo;FTA ขยายธุรกิจ พิชิตส่งออก&rdquo; จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ภายใต้โครงการส่งเสริม SMEs ให้แข่งขันได้ในตลาดสากล เจาะกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการ SMEs ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมีผู้ประกอบการ SMEs สนใจเข้าร่วมมากกว่า 150 คน จาก 4 จังหวัดพื้นที่ภาคอีสาน ได้แก่ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร และหนองคาย เพื่อสร้างความพร้อมในการใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าจาก FTA &nbsp;ที่เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันการส่งออกของไทย และเป็นอาวุธสำหรับผู้ประกอบการในการรับมือกับการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกของสหรัฐอเมริกา</p>

<p>นายพิชัย กล่าวว่า ที่ฝ่ายค้านและนักการวิชาการ ตั้งข้อสังเกตว่า การส่งออกไทยเติบโตต่อเนื่องมาสามเดือนติดเพราะผู้ประกอบการเร่งส่งออกเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงภาษีทรัมป์ ขอชี้แจงว่า เป็นความเข้าใจผิด เพราะภาษีทรัมป์อาจจะมีส่วนทำให้การส่งออกเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่ใช่เป็นเพราะสาเหตุนี้ทั้งหมด ทั้งนี้ เพราะทิศทางการส่งออกทั้งภาพรวมของไทยดีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ท่านนายกเข้ามารับตำแหน่ง เดือนตุลาคมส่งออกโต 14.6% พฤศจิกายน 8.2% ธันวาคม 8.7% ก่อนทรัมป์ประกาศขึ้นภาษี</p>

<p>ในไตรมาสแรกของปี 2568 (มกราคม&ndash;มีนาคม) การส่งออกขยายตัว 15.2% รวมมูลค่า 81,532.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในแต่ละเดือนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ มกราคม 13.6%, กุมภาพันธ์ 14% และมีนาคม 17.8% การส่งออกไทยโตต่อเนื่อง 6 เดือนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 12.9% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 10 ปี สะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน</p>

<p>นอกจากนี้ นายพิชัยยังกล่าวถึงความสำเร็จในการผลักดัน FTA กับประเทศต่างๆ ว่า การทำข้อตกลง FTA กับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ที่มีประเทศมีกำลังซื้อสูงอย่างสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์สำเร็จได้ภายในเวลาเพียง 3 เดือน เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด &nbsp;</p>

<p>FTA มีความสำคัญมาก ช่วยให้ภาคส่งออกไทยเติบโตต่อเนื่อง เมื่อเราทำ FTA กับ EFTA ได้สำเร็จ ก็เห็นสัญญาณบวกชัดเจน การส่งออกของไทยไปยังตลาดสวิตเซอร์แลนด์ขยายตัวต่อเนื่อง เดือนมกราคม 852% เดือนกุมภา 235% และเดือนมีนาคม 497% และขณะนี้ไทยยังเดินหน้าเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งคาดหวังว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ หากสำเร็จ ไทยจะมีความตกลงทางการค้ากับกว่า 50 ประเทศทั่วโลก</p>

<p>หากเทียบกับเวียดนาม ซึ่งเคยมีการส่งออกตามหลังไทย แต่สามารถแซงไทยได้ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จากการที่เวียดนามมี FTA กับ 57 ประเทศ แสดงให้เห็นว่า FTA มีบทบาทอย่างมากต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เราจึงพยายามเร่งเจรจา FTA กับเกาหลีใต้ UAE และอาเซียน-แคนาดา เพื่อขยายโอกาสทางการค้าให้กว้างขึ้น&nbsp;</p>

<p>นายพิชัยกล่าวว่า สำหรับการส่งออก ขอส่งเสริมให้ผู้ประกอบการให้ใช้วัตถุดิบจากภายในประเทศ (Local Content) มากขึ้น นอกจากนั้น กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ รวมข้อมูลการค้าและบริการต่างๆ ของกระทรวง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น</p>

<p>การสัมมนา &ldquo;FTA ขยายธุรกิจ พิชิตส่งออก&rdquo; ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 จากทั้งหมด 10 ครั้งที่กำหนดจัดขึ้นทั่วประเทศ ซึ่งนายพิชัยเน้นย้ำว่าต้องการให้ผู้ประกอบการนำความรู้ไปใช้จริงในการขยายตลาดส่งออก พร้อมเชื่อมั่นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก การลงทุน และการท่องเที่ยวจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยรัฐบาลยังเดินหน้าเร่งแก้ไขปัญหาหนี้สินเพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศควบคู่ไปด้วย</p>

<p>สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลการจัดสัมมนาเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th หรือสอบถามรายละเอียดที่กองสิทธิประโยชน์ทางการค้า กรมการค้าต่างประเทศ โทร. 02 547 4855 หรือสายด่วน 1385</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042827b5a4c0dd1b32872218fc0bbbfbe40a120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504282c4a0c570253c038fa354bba63bc51ef120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428b68b17d998739ab9b3ce054347ebffa6120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428a80f78790673779a3aa49acece9f5826120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042805f3c8e135a2f57d32cfac750014df20120457.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042804c900bbd474012cfce65b9b2cfb48b0120457.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042890db99571ae63e2055519cd4897412a4120457.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504286f23ae0a287680728fb2421844304ec1120457.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504286491d5c5961e4be2c1239898ed8b6656120457.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504287444110298615309180b6a736123855c120458.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042846e6b630a766fcf22b7c6435113a7cf9120458.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504285af8830aae526bdb98d6b38e5e6c54a6120458.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428c4180817a10cfd0328c370ad8d6f9a48120458.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042897f842923feae6df388d755b51dff40f120459.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428eec1978ec31efa4d5b9772db1e5eba99120459.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428d5d1cf0c7c087ff7f52752833a597b87120459.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428ced36b8ba9d3bc65f1e486772a7b69e4120459.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428ebc1533f71d87ca343c86ba1df9b48aa120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042827b5a4c0dd1b32872218fc0bbbfbe40a120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504282c4a0c570253c038fa354bba63bc51ef120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428b68b17d998739ab9b3ce054347ebffa6120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428a80f78790673779a3aa49acece9f5826120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042805f3c8e135a2f57d32cfac750014df20120457.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042804c900bbd474012cfce65b9b2cfb48b0120457.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042890db99571ae63e2055519cd4897412a4120457.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504286f23ae0a287680728fb2421844304ec1120457.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504286491d5c5961e4be2c1239898ed8b6656120457.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504287444110298615309180b6a736123855c120458.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042846e6b630a766fcf22b7c6435113a7cf9120458.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504285af8830aae526bdb98d6b38e5e6c54a6120458.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428c4180817a10cfd0328c370ad8d6f9a48120458.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042897f842923feae6df388d755b51dff40f120459.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428eec1978ec31efa4d5b9772db1e5eba99120459.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428d5d1cf0c7c087ff7f52752833a597b87120459.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428ced36b8ba9d3bc65f1e486772a7b69e4120459.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428ebc1533f71d87ca343c86ba1df9b48aa120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042827b5a4c0dd1b32872218fc0bbbfbe40a120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504282c4a0c570253c038fa354bba63bc51ef120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428b68b17d998739ab9b3ce054347ebffa6120500.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250428a80f78790673779a3aa49acece9f5826120500.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202504286b5034e6603795b6cfb4525e4b1d5fce130137.jpg' type='image/jpg' length='46077' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” บรรยายหลักสูตร TEPCoT รุ่นที่ 17 ย้ำส่งออกคือพระเอกเศรษฐกิจไทย มีนาคม พุ่ง 17.8% พร้อมผลักดัน FTA เพิ่มโอกาสทางการค้า ลุยปราบธุรกิจผิดกฎหมาย-นอมินี]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/102024</link>
<guid isPermaLink="false">74c671b21dfcd197946978a397f6be2f</guid>
<pubDate>Fri, 25 Apr 2025 15:39:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บรรยายพิเศษในหัวข้อ &ldquo;ยุทธศาสตร์การค้าต่างประเทศในอนาคต&rdquo; ต่อผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชนในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (Top Executive Program in Commerce and Trade: TEPCoT) รุ่นที่ 17 ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยเน้นย้ำบทบาทของ &ldquo;การส่งออก&rdquo; ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การใช้ประโยชน์จาก FTA และการเร่งจัดระเบียบธุรกิจที่ผิดกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>นายพิชัยเปิดเผยว่า การส่งออกถือเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยในปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกสูงถึง 13 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 70.1% ของ GDP แบ่งเป็น การส่งออกสินค้า 56.4% และการส่งออกบริการ 13.7% โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร มูลค่าการส่งออกสินค้าเติบโตถึง 12.9% โดยในเดือนมีนาคม 2568 การส่งออกของไทยขยายตัวสูงถึง 17.8% คิดเป็นมูลค่า 29,548.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของไทย ถือเป็นสัญญาณบวกที่สะท้อนถึงศักยภาพของสินค้าไทยและความเชื่อมั่นจากตลาดโลก&nbsp;</p>

<p>ในด้านยุทธศาสตร์การค้าระหว่างประเทศ นายพิชัยระบุว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังเดินหน้าขยายขอบเขตความตกลงทางการค้าเสรี (FTA) อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันไทยมี FTA ที่ลงนามแล้ว 17 ฉบับกับ 24 ประเทศ และอยู่ระหว่างเจรจาเพิ่มเติมกับสหภาพยุโรป (EU) เกาหลีใต้ และแคนาดา เพื่อเปิดตลาดใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทย ครอบคลุมทั้งสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และเทคโนโลยี ซึ่ง FTA คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การค้าของไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด สร้างโมเมนตันที่ดีแก่เศรษฐกิจไทย และยังสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ประกอบการภายในประเทศ โดยเราต้องเจรจาอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปแข่งขันได้ในตลาดสำคัญทั่วโลก ขณะที่ยุทธศาสตร์การค้ากับประเทศภายในภูมิภาคอาเซียน ไทยมุ่งผลักดันการยกระดับไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลผ่านกรอบความร่วมมือ DEFA ของอาเซียน</p>

<p>รัฐมนตรีพาณิชย์ยังกล่าวถึงการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงจากความขัดแย้งทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ทำให้บริษัทข้ามชาติหลายแห่งเริ่มโยกย้ายฐานการผลิตมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเทศไทยมีความได้เปรียบทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน แรงงาน ความพร้อมของระบบโลจิสติกส์ และความมีเสถียรภาพด้านพลังงานไฟฟ้า ส่งผลให้บริษัทต่างชาติต่างสนใจเข้ามาลงทุนในไทย และส่งเสริมให้กลายเป็น &ldquo;ฐานการผลิตสินค้าเทคโนโลยี&rdquo; ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะแผงวงจรพิมพ์ (PCB) และ เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) ที่กำลังเป็นสินค้าดาวรุ่งในการส่งออก</p>

<p>นอกจากการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และดิจิทัลแล้ว ไทยยังเดินหน้ายกระดับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้า GI และสินค้าพรีเมียม โดยมี Soft Power และแคมเปญ &ldquo;Think Thailand Next Level&rdquo; ช่วยสร้างภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์สินค้าไทยสู่ตลาดโลก รวมไปถึงการผลักดัน Thailand brand เพื่อการันตีคุณภาพสินค้าไทย</p>

<p>สำหรับสินค้าเกษตร รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะสินค้าเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และผลไม้ ผ่าน &ldquo;7 มาตรการ 25 แผนงาน&rdquo; ที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ&nbsp;</p>

<p>และนายพิชัยได้กล่าวถึงบทบาทของกระทรวงพาณิชย์ในการกำกับดูแลการค้าภายในประเทศเพื่อสร้าง &ldquo;ความเป็นธรรม&rdquo; ให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเน้นย้ำแนวคิดการทำงานแบบ 80:20 คือ 80% เป็นผู้สนับสนุนภาคเอกชน หรือเป็น Supporter ส่วนอีก 20% เป็นผู้กำกับดูแลให้เกิดการแข่งขันที่ยุติธรรม<br />
&nbsp;<br />
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งนายพิชัย เป็นประธานคณะกรรมการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อเร่งจัดระเบียบธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น การสวมสิทธิ์สินค้า และการดำเนินกิจการในรูปแบบ &ldquo;นอมินี&rdquo; ซึ่งกระทบต่อผู้ประกอบการไทยและความเชื่อมั่นในการค้าระหว่างประเทศ ขณะนี้การทำงานรุดหน้าไปมาก สามารถกวาดล้างธุรกิจนอมินีได้แล้ว 852 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15,188 ล้านบาท และกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบอีก 4 หมื่นกว่าราย</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425997a4b3df79965dfc7d4c0739310691a085201.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042573f6ca4592627f0832a1c41ff0a030d6085201.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425d6529438fa19cb5587141100ed24872c085202.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425f73c8b355c454112c1885af1c1ebeb8b085202.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504251f440eb9e4dba5873d8f179efdce6ef6085200.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425361149486b2055e1c37ee34159a142cb085200.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425ad53d580d7ea482da7fbcbbbbcea50a0085201.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042582a8ee8a80d59adc25242e80e9ce1fd8085201.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425997a4b3df79965dfc7d4c0739310691a085201.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042573f6ca4592627f0832a1c41ff0a030d6085201.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425d6529438fa19cb5587141100ed24872c085202.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425f73c8b355c454112c1885af1c1ebeb8b085202.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504251f440eb9e4dba5873d8f179efdce6ef6085200.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425361149486b2055e1c37ee34159a142cb085200.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425ad53d580d7ea482da7fbcbbbbcea50a0085201.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042582a8ee8a80d59adc25242e80e9ce1fd8085201.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425997a4b3df79965dfc7d4c0739310691a085201.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042573f6ca4592627f0832a1c41ff0a030d6085201.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425d6529438fa19cb5587141100ed24872c085202.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250425f73c8b355c454112c1885af1c1ebeb8b085202.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025042557aa7c1f597bcdf4e540cedf60c0b7a3153959.jpg' type='image/jpg' length='294019' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” ประกาศส่งออกไทยเดือนมีนาคมโตทะลุ 17.8% สูงสุดในประวัติศาสตร์ ดันไตรมาสแรกปี 68 โต 15.2% ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101629</link>
<guid isPermaLink="false">60097866cf8849e0559ed5c85d15e75a</guid>
<pubDate>Thu, 24 Apr 2025 13:59:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;พิชัย&rdquo; ประกาศส่งออกไทย เดือนมีนาคม โตทะลุ 17.8% สูงสุดในประวัติศาสตร์ ดันไตรมาสแรกปี 68 โต 15.2%</p>

<p>วันที่ 24 เมษายน 2568 ณ กระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนมีนาคม 2568 โดยระบุว่า การส่งออกของไทยขยายตัวสูงถึง 17.8% คิดเป็นมูลค่า 29,548.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของไทย</p>

<p>สำหรับ ไตรมาสแรกของปี 2568 (มกราคม&ndash;มีนาคม) การส่งออกขยายตัว 15.2% รวมมูลค่า 81,532.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยในแต่ละเดือนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ มกราคม 13.6%, กุมภาพันธ์ 14% และมีนาคม 17.8% ส่งผลให้ไทยมี ดุลการค้าเกินดุล 1,081 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 3 เดือนแรกของปี</p>

<p>นายพิชัย กล่าวว่า นับตั้งแต่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว การส่งออกไทยขยายตัวต่อเนื่องทุกเดือน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 12.9% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบ 10 ปี สะท้อนถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน</p>

<p>&ldquo;การเติบโตไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในตลาดสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมตลาดอื่น ๆ ด้วย แม้ในเดือนถัดไปอาจมีผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ แต่เชื่อมั่นว่ายังสามารถขยายตัวเป็นบวกได้ ด้วยความร่วมมือของรัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชน&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<p>ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เชิญชวนสื่อมวลชนและภาคเอกชนร่วมรับฟัง สัมมนา &ldquo;ถอดรหัสนโยบายภาษีทรัมป์ โอกาสสู่การค้ายุคใหม่&rdquo; ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ณ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการค้ายุคใหม่(NEA) ถนนรัชดาภิเษก เพื่อวิเคราะห์โอกาสของไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกรณีความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่อาจเป็นโอกาสให้สินค้าของไทยเข้าไปแทนที่สินค้าในตลาดโลก</p>

<p>&ldquo;อย่าคิดว่าเป็นวิกฤตอย่างเดียว ในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส เศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง และเรายังเดินหน้าต่อไปได้&rdquo; นายพิชัยกล่าว</p>

<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงการส่งออกของไทยในเดือนมีนาคม 2568&nbsp;มีมูลค่า 29,548.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (988,362 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 9 ที่ร้อยละ 17.8 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 15.0 การส่งออกของไทยได้รับแรงหนุนหลักจากสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดสำคัญอย่างสหรัฐอเมริกา จีน และสหภาพยุโรป ประเทศคู่ค้าเหล่านี้มีการเร่งตัวด้านการผลิต สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความพยายามในการรับมือกับความเสี่ยงจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีการเร่งนำเข้าสินค้าเพื่อรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานในภาคการผลิต และบรรเทาผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและราคาสินค้าที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ การส่งออกของไทย 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวที่ร้อยละ 15.2 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 13.8<br />
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์กล่าวเพิ่มเติม รายละเอียดดังนี้<br />
มูลค่าการค้ารวม<br />
มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนมีนาคม 2568 การส่งออก มีมูลค่า 29,548.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 17.8 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 28,575.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.2 ดุลการค้า เกินดุล 973.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวมการส่งออก 3 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออก มีมูลค่า 81,532.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 15.2 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 80,451.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 7.4 ดุลการค้า เกินดุล 1,081.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ<br />
มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนมีนาคม 2568 การส่งออก มีมูลค่า 988,362 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 10.3&nbsp;<br />
เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 967,608 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3.2 ดุลการค้า เกินดุล 20,755 ล้านบาท ภาพรวมการส่งออก 3 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออก มีมูลค่า 2,757,249 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 10.5&nbsp;<br />
เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 2,754,544 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3.1 ดุลการค้า เกินดุล 2,705 ล้านบาท<br />
การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร<br />
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 3.1 (YoY) กลับมาหดตัวในรอบ 9 เดือน โดยสินค้าเกษตร หดตัวร้อยละ 0.5 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 5.7 กลับมา<br />
หดตัวในรอบ 9 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ยางพารา ขยายตัวร้อยละ 19.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 17 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น บราซิล อินเดีย และเยอรมนี) ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 5.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหราชอาณาจักร จีน เนเธอร์แลนด์ มาเลเซีย และไอร์แลนด์) &nbsp;อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 12.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 18 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อิตาลี ฟิลิปปินส์ และอินเดีย) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ขยายตัวร้อยละ 12.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 15 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน เมียนมา กัมพูชา ลาว และออสเตรเลีย) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง ขยายตัวร้อยละ 12.5 กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย สหรัฐฯ และเวียดนาม) และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 16.0 ขยายตัวต่อเนื่อง 18 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และแคนาดา)<br />
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ ข้าว หดตัวร้อยละ 23.4 หดตัวต่อเนื่อง 5 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ฟิลิปปินส์ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และปาปัวนิวกินี แต่ขยายตัวในตลาดอิรัก จีน แอฟริกาใต้ ฮ่องกง และแคเมอรูน) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง&nbsp;<br />
หดตัวร้อยละ 15.1 หดตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (หดตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ไต้หวัน และสหรัฐฯ แต่ขยายตัวในตลาด มาเลเซีย ลาว อินเดีย เวียดนาม และเนเธอร์แลนด์) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัวร้อยละ 4.7 กลับมาหดตัวในรอบ 9 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ลิเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแคนาดา แต่ขยายตัวในตลาดออสเตรเลีย ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ เกาหลีใต้ และ กัมพูชา) น้ำตาลทราย หดตัวร้อยละ 27.7 กลับมาหดตัวในรอบ 3 เดือน (หดตัวในตลาดอินโดนีเซีย กัมพูชา ลาว จีน และไต้หวัน แต่ขยายตัวในตลาดเกาหลีใต้ แทนซาเนีย ปาปัวนิวกินี ฮ่องกง และญี่ปุ่น) และไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัวร้อยละ 38.2 กลับมาหดตัวในรอบ 4 เดือน (หดตัวในตลาดอินเดีย เวียดนาม เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และเนเธอร์แลนด์ แต่ขยายตัวในตลาดมาเลเซีย เมียนมา จีน กัมพูชา และญี่ปุ่น) ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัวร้อยละ 0.2<br />
การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม<br />
&nbsp;มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 23.5 (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 12 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 80.2 ขยายตัวต่อเนื่อง 12 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน เยอรมนี มาเลเซีย และไต้หวัน) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 5.6 ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน (ขยายตัวในตลาดฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และแอฟริกาใต้) ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัวร้อยละ 17.7 ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย) อัญมณีและเครื่องประดับ (ไม่รวมทองคำ) ขยายตัวร้อยละ 69.8 ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน (ขยายตัวในตลาดอินเดีย ฮ่องกง สหรัฐฯ สิงคโปร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 41.5 ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน (ขยายตัวในตลาดฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ จีน และมาเลเซีย) เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล ขยายตัวร้อยละ 17.3 ขยายตัวต่อเนื่อง 13 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน อินโดนีเซีย และสิงคโปร์) เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 19.1 ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ เวียดนาม มาเลเซีย ออสเตรเลีย และไต้หวัน) หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 22.0 ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน (ขยายตัวในตลาดสหรัฐฯ เนเธอร์แลนด์ เม็กซิโก ไต้หวัน และสาธารณรัฐเช็ก)<br />
&nbsp;ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว อาทิ อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์และไดโอด หดตัวร้อยละ 31.2 หดตัวต่อเนื่อง&nbsp;<br />
13 เดือน (หดตัวในตลาดสหรัฐฯ ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลีใต้ และอินเดีย แต่ขยายตัวในตลาดจีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย และเม็กซิโก) เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 27.0 หดตัวต่อเนื่อง 12 เดือน (หดตัวในตลาดจีน อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และเวียดนาม แต่ขยายตัวในตลาดอาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ อินโดนีเซีย สหรัฐฯ และกัมพูชา)&nbsp;<br />
ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 19.4<br />
ตลาดส่งออกสำคัญ<br />
&nbsp;การส่งออกไปตลาดสำคัญส่วนใหญ่ขยายตัว จากการเร่งนำเข้าของประเทศต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการประกาศภาษีของสหรัฐฯ ที่จะมีผลเดือน เม.ย. โดยการส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัวเร่งขึ้นจากความต้องการนำเข้า เพื่อลดต้นทุนที่จะเพิ่มขึ้นจากมาตรการภาษีนำเข้า ขณะที่ประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะจีน เร่งนำเข้าสินค้าวัตถุดิบหรือสินค้า<br />
ขั้นกลางที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตเพื่อส่งออกไปสหรัฐฯ ภาพรวมการส่งออกไปยังกลุ่มตลาดต่าง ๆ สรุปได้ดังนี้ (1) ตลาดหลัก ขยายตัวร้อยละ 17.3 โดยขยายตัวต่อเนื่องในตลาดสหรัฐฯ ร้อยละ 34.3 จีน ร้อยละ 22.2 ญี่ปุ่น ร้อยละ 1.5 สหภาพยุโรป (27) ร้อยละ 4.0 อาเซียน (5) ร้อยละ 13.2 และ CLMV ร้อยละ 10.1 (2) ตลาดรอง ขยายตัวร้อยละ 10.2 โดยขยายตัวในตลาดเอเชียใต้ ร้อยละ 9.2 ตะวันออกกลาง ร้อยละ 25.1 แอฟริกา ร้อยละ 3.5 ลาตินอเมริกา ร้อยละ 11.5 รัสเซียและกลุ่ม CIS ร้อยละ 59.5 และสหราชอาณาจักร ร้อยละ 7.7 แต่หดตัวในตลาดทวีปออสเตรเลีย ร้อยละ 11.4 และ (3) ตลาดอื่น ๆ ขยายตัวร้อยละ 232.6<br />
ตลาดสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 34.3 (ขยายตัวต่อเนื่อง 18 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 25.4 ตลาดจีน ขยายตัวร้อยละ 22.2 (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และยางพารา สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ผลิตภัณฑ์<br />
มันสำปะหลัง และเม็ดพลาสติก ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 19.5<br />
ตลาดญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 1.5 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น ยานพาหนะอื่น ๆ และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ และทองแดงและของทำด้วยทองแดง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป และเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 0.1<br />
ตลาดสหภาพยุโรป (27) ขยายตัวร้อยละ 4.0 (ขยายตัวต่อเนื่อง 10 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น&nbsp;<br />
เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และอัญมณีและเครื่องประดับ ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 7.2<br />
ตลาดอาเซียน (5) ขยายตัวร้อยละ 13.2 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ อากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น น้ำตาลทราย เครื่องยนต์สันดาปภายใน และเคมีภัณฑ์ ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 5.7<br />
ตลาด CLMV ขยายตัวร้อยละ 10.1 (กลับมาขยายตัวหลังจากหดตัวในเดือนก่อน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น&nbsp;<br />
อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเคมีภัณฑ์ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น น้ำมันสำเร็จรูป น้ำตาลทราย และผ้าผืน ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 4.7<br />
ตลาดเอเชียใต้ ขยายตัวร้อยละ 9.2 (ขยายตัวต่อเนื่อง 6 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และทองแดงและของทำด้วยทองแดง ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 78.3<br />
ตลาดทวีปออสเตรเลีย หดตัวร้อยละ 11.4 (หดตัวต่อเนื่อง 4 เดือน) สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 หดตัวร้อยละ 15.4<br />
ตลาดตะวันออกกลาง (15) ขยายตัวร้อยละ 25.1 (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป และยางพารา ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 10.5<br />
ตลาดทวีปแอฟริกา ขยายตัวร้อยละ 3.5 (ขยายตัวต่อเนื่อง 5 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาปภายใน และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ข้าว เม็ดพลาสติก และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 7.6</p>

<p>ตลาดลาตินอเมริกา ขยายตัวร้อยละ 11.5 (ขยายตัวต่อเนื่อง 12 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องซักผ้าและเครื่องซักแห้งและส่วนประกอบ และเครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 16.7<br />
ตลาดรัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS ขยายตัวร้อยละ 59.5 (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น อากาศยาน ยานอวกาศ และส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 27.4&nbsp;<br />
ตลาดสหราชอาณาจักร ขยายตัวร้อยละ 7.7 (ขยายตัวต่อเนื่อง 9 เดือน) สินค้าสำคัญที่ขยายตัว เช่น&nbsp;<br />
เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป และอัญมณีและเครื่องประดับ สินค้าสำคัญที่หดตัว เช่น รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ทั้งนี้ 3 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 7.1<br />
แนวโน้มการส่งออกในระยะถัดไป<br />
&nbsp;แนวโน้มการส่งออกในปี 2568 ในช่วงที่เหลือของปีนี้ การส่งออกของไทยเผชิญกับความท้าทายสำคัญจากการใช้มาตรการปรับขึ้นภาษีอย่างถ้วนหน้าของสหรัฐฯ ต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมทั้งการใช้มาตรการภาษีตอบโต้ของนานาประเทศ สร้างความวิตกกังวลต่อภาพรวมการค้าโลก อันอาจนำไปสู่การชะลอตัวทั้งในด้านการค้าและการลงทุน อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดยุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อรับมือกับพลวัตที่เปลี่ยนแปลงนี้ โดยเตรียมความพร้อมด้านการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ เพื่อลดทอนผลกระทบทางภาษี แสวงหาโอกาสจากวิกฤต โดยการผลักดันสินค้าศักยภาพเข้าไปทดแทนในตลาดสหรัฐฯ และสร้างความร่วมมือทางการค้าเพื่อกระจายตลาดให้มากขึ้น พร้อมประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนและผู้ส่งออกไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเข้าใจ พัฒนามาตรการเยียวยา</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424d8a097bc4564dae9996859ea28300f08123314.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042474a7b24697f4e5eeed4f24bd66da9503123314.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424e1138fdab229350a1a9389cd201d5cdd123314.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424d74750e83d1883c4c3c2e215eca2f89e123314.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424ad83b2ed82788a8c44c2533a7668799a123312.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504246fa47fcd6d152750a16b7d9373123555123312.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042497d7bbc8658a77983865abd5acd58f4b123312.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042449d1f76f5fc044a72fbca9a3695f16ac123312.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042453639f42e02e01ee02c22e4edcf440a2123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504240f899888b98b4f556a735927e04412c1123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424557cffb1a2d6febbc8084580bd8c5a7a123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424a6d0c7f0340354415825739830ad0e8a123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424dd1b7b57e631481ea7fa58ecb927510e123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042483c09069bd12ec00f3eb3787c8aa1d9e123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424e5d6cbb493f01a43adeb3faf2cc9bf09123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424fb33e2ac86cafee1dafb7e22aa519463123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424bd00cdfd4d8309ff8f7755385f947b33123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504246310395aaebad7662c30414146564278123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042471bd0e8324a960bd3c6c39ac457b77ba123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424575c28ba525ba6ad0fb6b9cf84466a08123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042491829f752c444cf4fa95af70e91b6f78123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504240f2694b950f0d2a6463ba12e180e687e123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504249e52e4231243b45182fa9db7101504cb123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424444b7ec4979ec9bb648ce2ae13d4180c123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424135d6cda45dac4c430317d3a60ec3bcc123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424d8a097bc4564dae9996859ea28300f08123314.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042474a7b24697f4e5eeed4f24bd66da9503123314.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424e1138fdab229350a1a9389cd201d5cdd123314.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424d74750e83d1883c4c3c2e215eca2f89e123314.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424ad83b2ed82788a8c44c2533a7668799a123312.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504246fa47fcd6d152750a16b7d9373123555123312.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042497d7bbc8658a77983865abd5acd58f4b123312.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042449d1f76f5fc044a72fbca9a3695f16ac123312.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042453639f42e02e01ee02c22e4edcf440a2123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504240f899888b98b4f556a735927e04412c1123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424557cffb1a2d6febbc8084580bd8c5a7a123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424a6d0c7f0340354415825739830ad0e8a123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424dd1b7b57e631481ea7fa58ecb927510e123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042483c09069bd12ec00f3eb3787c8aa1d9e123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424e5d6cbb493f01a43adeb3faf2cc9bf09123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424fb33e2ac86cafee1dafb7e22aa519463123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424bd00cdfd4d8309ff8f7755385f947b33123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504246310395aaebad7662c30414146564278123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042471bd0e8324a960bd3c6c39ac457b77ba123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424575c28ba525ba6ad0fb6b9cf84466a08123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042491829f752c444cf4fa95af70e91b6f78123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504240f2694b950f0d2a6463ba12e180e687e123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504249e52e4231243b45182fa9db7101504cb123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424444b7ec4979ec9bb648ce2ae13d4180c123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424135d6cda45dac4c430317d3a60ec3bcc123313.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424d8a097bc4564dae9996859ea28300f08123314.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042474a7b24697f4e5eeed4f24bd66da9503123314.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424e1138fdab229350a1a9389cd201d5cdd123314.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250424d74750e83d1883c4c3c2e215eca2f89e123314.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250424e90d181892db77ae66396b7019539bf0140055.jpg' type='image/jpg' length='150117' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” สั่งเข้มคุมการรับซื้อปาล์มน้ำมันและยางพาราอย่างใกล้ชิด พร้อมส่งทีมพาณิชย์มอนิเตอร์ ห้ามเอาเปรียบเกษตรกร มุ่งเจรจาตลาดส่งออกใหม่]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101192</link>
<guid isPermaLink="false">d0d7253a5370bc14ce3fe8d8175368e4</guid>
<pubDate>Tue, 22 Apr 2025 14:11:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมติดตามสถานการณ์สินค้าปาล์มน้ำมัน และยางพารา เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2568 โดยสั่งการให้กรมการค้าภายในดำเนินการติดตามสถานการณ์การรับซื้อผลปาล์มน้ำมันและยางพาราในพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกรและสร้างความเป็นธรรมในการรับซื้อ โดยเปิดเผยว่า &ldquo;สถานการณ์ปัจจุบัน ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมันที่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับโรงสกัดน้ำมันปาล์มในพื้นที่หยุดการรับซื้อในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาผลปาล์มปรับตัวลดลง แต่ยังสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบัน ทั้ง โรงสกัด และลานเทได้เปิดรับซื้อตามปกติแล้ว แต่ด้วยผลผลิตที่ออกกระจุกตัวและมีปริมาณมากในช่วงนี้ จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในติดตามการรับซื้ออย่างใกล้ชิด โดยเน้นการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ ให้ผู้ประกอบการต้องปิดป้ายแสดงราคารับซื้อและเปอร์เซ็นน้ำมันให้ชัดเจน และมีการรับซื้อเป็นไปตามราคาที่แสดง &nbsp;นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบเครื่องชั่งให้มีความเที่ยงตรง ซึ่งหากพบเห็นการดัดแปลง หรือพบความผิดปกติ จะดำเนินการ ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด</p>

<p>&ldquo;ในส่วนของยางพารา กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดให้ยางพาราเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โดยกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการยางพาราที่รับซื้อยางพารา 5,000 กก.ขึ้นไปต้องแจ้งปริมาณซื้อ-ขาย-คงเหลือ และสถานที่เก็บ เพื่อให้สามารถประเมินอุปทานของสินค้าในตลาดภายในประเทศได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ยังมีการกำกับดูแลการรับซื้ออย่างเคร่งครัดให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งในเรื่องการปิดป้ายแสดงราคาให้มีความชัดเจน และการใช้เครื่องชั่งที่ได้มาตรฐานตามที่กรมการค้าภายในกำหนด เพื่อดูแลเกษตรกรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อกลโกงจากมิจฉาชีพในการรับซื้อยางพารา&rdquo;</p>

<p>นายพิชัย กล่าวต่อว่า &ldquo;อย่างไรก็ดี นอกจากการรับซื้อในประเทศ ปัจจัยบวกในเรื่องของการส่งออกที่มีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลให้ราคาในประเทศปรับเพิ่มสูงขึ้น โดยนอกจากตลาดส่งออกเดิมที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น กระทรวงพาณิชย์ยังได้เร่งหาตลาดการส่งออกใหม่ เพื่อผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มและผลิตภัณฑ์ ยางพาราและผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มปริมาณการส่งออกได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความต้องการในตลาดต่างประเทศและทำให้ราคาผลผลิตสินค้าเกษตรในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมโดยรวม&nbsp;</p>

<p>นอกจากนี้ ตนยังได้มอบให้สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ศึกษาแนวทางในการพัฒนาสินค้ายางพาราเพื่อปรับตัวเข้าสู่การค้ายุคใหม่ โดยให้ความรู้และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยางพาราทั้งในระดับโลกและภายในประเทศ พร้อมแนวทางปรับตัวให้สอดรับกับยุคการค้าใหม่ ซึ่งทราบว่าอุตสาหกรรมยางพาราทั่วโลกยังคงเติบโต โดยมีความต้องการเนื้อยางและผลผลิตรวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มที่ผลผลิตจะล้นตลาดและราคายางลดลง ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของประเทศผู้ผลิต สำหรับประเทศไทย แม้จะเป็นผู้ผลิตยางพาราอันดับหนึ่งของโลก แต่ผลผลิตต่อไร่ของไทยยังอยู่ในอันดับที่ 11 เมื่อเทียบกับหลายประเทศ ส่งผลให้จำเป็นต้องเร่งปรับตัวและพัฒนาเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในแง่ของการเพิ่มผลผลิต การแปรรูปเพิ่มมูลค่า และการขยายตลาดส่งออกทั้งภายในและภายนอกประเทศ&rdquo;</p>

<p>&ldquo;หากเกษตรกรพบเห็นพฤติกรรมไม่โปร่งใสหรือสงสัยว่าถูกเอาเปรียบ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์ชั่งตวงวัดและสำนักงานสาขาชั่งตวงวัดทั่วประเทศ หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือ Line@MR.DIT&rdquo; กระทรวงพาณิชย์จะใช้กลไกตามกฎหมายควบคู่กับการบริหารจัดการเชิงรุก เพื่อสร้างเสถียรภาพด้านราคา โดยจะเดินหน้าตรวจสอบ เฝ้าระวัง และบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานด้านราคาสินค้าสำคัญของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อขายให้เกิดความเป็นธรรม&rdquo; นายพิชัย กล่าว</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250422c38eacd221a048648e60c3e1baca952b080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042226c544c7eafc5063fa389db03d28e050080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504222dc288f88832db220f3a68ae932c1a58080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504220de7c5b9a7f011c633c6a439da960b5b080601.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250422512e18092a679a8d290a474e77d6b2fb080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250422dc202e917780d2a356724a7a2d734d6a080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250422371a1025200a0907054a0b101a56cd02080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250422c38eacd221a048648e60c3e1baca952b080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042226c544c7eafc5063fa389db03d28e050080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504222dc288f88832db220f3a68ae932c1a58080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504220de7c5b9a7f011c633c6a439da960b5b080601.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250422512e18092a679a8d290a474e77d6b2fb080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250422dc202e917780d2a356724a7a2d734d6a080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250422371a1025200a0907054a0b101a56cd02080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250422c38eacd221a048648e60c3e1baca952b080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025042226c544c7eafc5063fa389db03d28e050080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504222dc288f88832db220f3a68ae932c1a58080616.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504220de7c5b9a7f011c633c6a439da960b5b080601.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250422f4069469cc2ff478ab03a2a7b2d29322141221.jpg' type='image/jpg' length='167450' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย”เผย ครม. เคาะ“เครื่องฟอกอากาศ-เครื่องดูดฝุ่น” เป็นสินค้าควบคุม พร้อมกำหนดมาตรการกำกับดูแลให้สินค้ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/101191</link>
<guid isPermaLink="false">69dfd0f8c7ef211c7c7e4dbb0e8fbd50</guid>
<pubDate>Tue, 22 Apr 2025 14:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&ldquo;พิชัย&rdquo;เผย ครม. เคาะ&ldquo;เครื่องฟอกอากาศ-เครื่องดูดฝุ่น&rdquo; เป็นสินค้าควบคุม พร้อมกำหนดมาตรการกำกับดูแลให้สินค้ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ&nbsp;</p>

<p>&ldquo;พิชัย&rdquo;เผย ครม. เคาะ&ldquo;เครื่องฟอกอากาศ-เครื่องดูดฝุ่น&rdquo; เป็นสินค้าควบคุม พร้อมกำหนดมาตรการกำกับดูแลให้สินค้ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ&nbsp;</p>

<p>&nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 22 เมษายน 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ &ldquo;เครื่องฟอกอากาศ&rdquo; และ &ldquo;เครื่องดูดฝุ่น&rdquo; เป็นสินค้าควบคุม (เพิ่มเติม) ปี 2568 เนื่องจากเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องใช้และสามารถป้องกันหรือบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ส่งกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และเพื่อให้กระทรวงพาณิชย์สามารถกำหนดมาตรการบริหารจัดการ ป้องกันประชาชนโดนเอารัดเอาเปรียบ&nbsp;</p>

<p>&nbsp;สำหรับรายละเอียดการควบคุม คือ สินค้าเครื่องฟอกอากาศชนิดฟิลเตอร์ (HEPA Filter) และชนิดไอออน (Ionizer) ที่มีขนาดพื้นที่ใช้งานไม่เกิน 80 ตารางเมตร แบบตั้งพื้น และมีวัตถุประสงค์ใช้งานสำหรับภายในอาคารหรือที่พักอาศัย ส่วนสินค้าตัวดูดฝุ่นไฟฟ้า (เครื่องดูดฝุ่น) ชนิดมาตรฐาน แบบมีถุงหรือกล่องเก็บฝุ่นและมีสายเสียบปลั๊กไฟและชนิดด้ามจับ แบบมีสายเสียบปลั๊กไฟ และไม่มีสายเสียบปลั๊กไฟ ที่มีขนาดกำลังไฟฟ้าเข้าที่กำหนดตั้งแต่ 500-2,000 วัตต์ และมีวัตถุประสงค์ใช้งานสำหรับภายในอาคารหรือที่พักอาศัย</p>

<p>&nbsp;ส่วนมาตรการในการกำกับดูแล ได้กำหนดให้ผู้นำเข้า ผู้ผลิต ผู้แทนจำหน่าย แจ้งปริมาณ ราคา และรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าเป็นประจำทุกเดือนในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป เพื่อกำกับดูแลสินค้าให้มีปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ และผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542&nbsp;</p>

<p>&nbsp;ปัจจุบันสินค้าและบริการควบคุมปัจจุบันมีทั้งหมด 57 รายการ (สินค้า 52 รายการและบริการ 5 รายการ) แยกเป็น 11 หมวด ประกอบด้วย 1.กระดาษและผลิตภัณฑ์ 2.บริภัณฑ์ขนส่ง 3.ปัจจัยทางการเกษตร 4.ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 5.ยารักษาโรคและเวชภัณฑ์ 6.วัสดุก่อสร้าง 7.สินค้าเกษตรสำคัญ 8.สินค้าอุปโภคบริโภค 9.อาหาร 10.อื่น ๆ และ 11.บริการ โดยเครื่องฟอกอากาศและเครื่องดูดฝุ่นที่จะเพิ่มเข้ามาใหม่นั้น จะอยู่ในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งจะทำให้จำนวนสินค้าและบริการควบคุมเพิ่มขึ้นเป็น 59 รายการ</p>

<p>&nbsp;อย่างไรก็ตาม หลังจากขึ้นบัญชีเป็นสินค้าควบคุมแล้ว หากตรวจสอบพบการฉวยโอกาสจำหน่ายสินค้าแพงเกินสมควร กักตุนสินค้าและปฏิเสธการจำหน่าย จะมีโทษจำคุก 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในส่วนของประชาชน หากไม่ได้รับความเป็นธรรมในการซื้อสินค้าและบริการสามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือ Line@MR.DIT หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบ และหากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250422ca50b659d68f8780f04840f7d8d38199141031.jpg' type='image/jpg' length='146534' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิชัย” เข้ม ติดตามสถานการณ์สินค้าเกษตร “ข้าว-มัน-ผลไม้” ออกมาตรการช่วยเกษตรกรทันที พร้อมเจรจาทูตจีนปูทางระบายทุเรียนหลายแสนตั]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100755</link>
<guid isPermaLink="false">4724ca5dac0087729460e7863eaff63b</guid>
<pubDate>Fri, 18 Apr 2025 15:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568&nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับกรมการค้าภายในและสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า(สนค.) ว่า กระทรวงพาณิชย์ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรในทุกมิติ ทั้งด้านการตลาด การลดต้นทุน และการรักษาเสถียรภาพราคา โดยเน้นพืชสำคัญ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และผลไม้&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
โดยเฉพาะ ข้าว ที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการอย่างเข้มข้นเพื่อช่วยดึงราคาข้าวเปลือก ได้แก่ การช่วยเหลือข้าวนาปรัง ในการเปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือกมีการจัดในหลายจังหวัด ได้แก่ &nbsp;จุดรับซื้อข้าวเปลือกนาปรัง เช่น อยุธยา สุพรรณบุรี และเชียงราย เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายและสร้างรายได้ที่เหมาะสมแก่เกษตรกร พร้อมจัดตลาดนัดข้าวเปลือกทั้งนาปรังและนาปี (ที่หมดฤดูกาลแล้ว) โดยมีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 6,800 ราย ซึ่ง แบ่งเป็น ตลาดนัดข้าวเปลือกนาปรัง ใน 9 จังหวัด รวม 21 ครั้ง มีการซื้อขายในราคาสูงกว่าตลาด 100&ndash;200 บาท/ตัน รวมปริมาณซื้อขายกว่า 14,000 ตัน มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาท ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวนาปรังที่ผ่าน นบข.มาแล้ว อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนเกษตรกร &nbsp;<br />
&nbsp;<br />
ขณะที่ข้าวนาปีที่หมดฤดูกาลแล้ว กระทรวงฯ ได้จัดตลาดนัดข้าวแล้วใน 24 จังหวัด จำนวน 32 ครั้ง มียอดซื้อขายกว่า 422,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 254 ล้านบาท พร้อมดำเนินโครงการสินเชื่อชะลอการขาย โดยให้เงินช่วยเหลือ 1,500 บาท/ตัน แก่ชาวนาที่มียุ้งฉาง มีเกษตรกรเข้าร่วมกว่า 324,000 ราย รวมปริมาณข้าวที่รับฝากกว่า 2.5ล้านตัน นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ย 3.5% จากอัตรา 4.5% เพื่อสนับสนุนสหกรณ์ที่รวบรวมข้าวไว้ในระบบ ซึ่งขณะนี้มีการรวบรวมผลผลิตแล้วกว่า 580,000 ตัน และมีการชดเชยดอกเบี้ยให้กับโรงสีที่เก็บสต็อกข้าวรวมสูงสุดกว่า 2.2 ล้านตัน สำหรับการสนับสนุนข้าวนาปีโดยตรง รัฐบาลได้ดำเนินโครงการจ่ายเงินไร่ละ 1,000 บาท ให้กับเกษตรกรแล้วกว่า 4.5 ล้านครัวเรือน รวมเป็นเงินกว่า 36,000 ล้านบาท พร้อมเตรียมมาตรการลดต้นทุนการผลิตในฤดูถัดไป โดยเฉพาะการลดราคาปุ๋ยเคมีและยาปราบศัตรูพืช<br />
&nbsp;<br />
นายพิชัย กล่าวเพิ่มอีกว่า ในส่วนของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง กระทรวงพาณิชย์ได้ใช้มาตรการบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2567/68 โดยให้การสนับสนุนสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปี 2567/68 วงเงินสินเชื่อ 143 ล้านบาท และมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ วงเงินสินเชื่อ 0.23 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการบริหารจัดการการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และวัตถุดิบทดแทน ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) อัตราภาษี 0% และการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วนต่อการรับซื้อโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน</p>

<p>และมันสำปะหลัง มีการดำเนินการ ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังกว่า 720,000 ครัวเรือน โดยมาตรการเชื่อมโยงเปิดจุดรับซื้อได้เปิดจุดรับซื้อ 34 จุดใน 8 จังหวัด เพิ่มการใช้มันเส้นและกากมันภายในประเทศ 2.5 ล้านตันหัวมันสด (1 ล้านตันมันเส้น) และชดเชยดอกเบี้ย 3% สำหรับการเก็บสต็อกระยะ 2-6เดือน รวมถึงส่งเสริมสินเชื่อเพื่อรวบรวมและสร้างมูลค่าเพิ่ม โดย ธ.ก.ส. คิดดอกเบี้ยเพียง 4.5%<br />
&nbsp;<br />
ด้านสถานการณ์ผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งกำลังเข้าสู่ฤดูกาลผลผลิต กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้ในปี 2568รวม 7 มาตรการหลัก เช่น การตั้งชุดเฉพาะกิจเจรจาการค้ากับจีน การกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต การรณรงค์บริโภคภายในประเทศผ่านห้างค้าปลีก ห้างท้องถิ่น รถโมบาย รวมถึงสถานีโทรทัศน์ การสนับสนุนค่าบริหารจัดการผลไม้เพื่อการส่งออก การส่งเสริมการแปรรูปด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ การสร้างอัตลักษณ์ GI และการเชื่อมโยงตลาดล่วงหน้าระหว่างผู้ซื้อกับกลุ่มเกษตรกร ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถรองรับผลผลิตทุเรียนได้รวมกว่า 470,000 ตัน&nbsp;<br />
&nbsp;<br />
ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งติดตามสถานการณ์ส่งออกทุเรียนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเตรียมการพบปะหารือกับเอกอัครราชทูตจีนในเร็วๆ นี้ เพื่อเสริมความมั่นใจให้กับตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลัก พร้อมกันนี้ยังได้ประสานกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสารตกค้าง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์และศักยภาพในการส่งออกทุเรียนไทย</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504187281b3eb3315f9e27ba224db772d1c48080019.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504180b8ff2e657a9f3e73d20c292e1e0a913080019.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250418bde679c5b264cf01557279d211b25580080020.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025041808e0b7343f789cb5e861c4879187b86d080021.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250418274031aa57a8aa0e21c4c80f2d00c90c080011.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504182850c1f65c66ee3cf84656aa5fa3af49080011.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025041849859e37ed0159d20a4429091e612704080014.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250418b972f07d7f34db6fa2449155a380947f080014.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504182f34fe78cb765f3e4d203ad42e1550cb080015.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250418b216f87674075f065ec4f3040817ca95080016.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504181e406fbbdddfb131f6cd59de4daa07eb080017.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504187281b3eb3315f9e27ba224db772d1c48080019.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504180b8ff2e657a9f3e73d20c292e1e0a913080019.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250418bde679c5b264cf01557279d211b25580080020.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025041808e0b7343f789cb5e861c4879187b86d080021.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250418274031aa57a8aa0e21c4c80f2d00c90c080011.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504182850c1f65c66ee3cf84656aa5fa3af49080011.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025041849859e37ed0159d20a4429091e612704080014.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250418b972f07d7f34db6fa2449155a380947f080014.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504182f34fe78cb765f3e4d203ad42e1550cb080015.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250418b216f87674075f065ec4f3040817ca95080016.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504181e406fbbdddfb131f6cd59de4daa07eb080017.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504187281b3eb3315f9e27ba224db772d1c48080019.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504180b8ff2e657a9f3e73d20c292e1e0a913080019.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250418bde679c5b264cf01557279d211b25580080020.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025041808e0b7343f789cb5e861c4879187b86d080021.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250418104f82ee44bf1a5c942f63cc938f16c4153424.jpg' type='image/jpg' length='87457' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[”พิชัย“ เผยความสำเร็จ STYLE Bangkok 2025 สร้างมูลค่าการค้ากว่า 1.4 พันล้านบาท ให้ไทยเป็นศูนย์กลางดีไซน์และไลฟ์สไตล์ระดับโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100243</link>
<guid isPermaLink="false">78e9b4b83788f87f0a027e0535aa2284</guid>
<pubDate>Fri, 11 Apr 2025 15:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รมว.พาณิชย์ เผยความสำเร็จ STYLE Bangkok 2025 งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติของไทย สร้างมูลค่าซื้อขายตลอดงานกว่า 1.4 พันล้านบาท ต้อนรับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศเกือบ 25,000 ราย จาก 60 ประเทศ ทั่วโลกทั้งจากเอเชีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และไทย</p>

<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงความสำเร็จของงานว่า STYLE Bangkok 2025 ที่จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า ความคิดสร้างสรรค์และฝีมือของนักออกแบบไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก แม้จะมีความท้าทายทางการค้าระหว่างประเทศ แต่ไทยยังคงมุ่งมั่นส่งเสริมการส่งออกผ่านสินค้าไลฟ์สไตล์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง พัฒนาสินค้าให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานใหม่ ๆ และผลิตสินค้าที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก&nbsp;</p>

<p>โดยประเทศเข้าชมงานสูงสุด 10 ลำดับแรก ได้แก่ จีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ มาเลเซีย และสหราชอาณาจักร ผู้แสดงสินค้าหลายรายเปิดเผยว่ามีการเจรจาการค้าที่ประสบความสำเร็จ และสามารถปิดดีลส่งออกได้ภายในงาน ซึ่งงานนี้ เป็นเวทีสำคัญของวงการหัตถอุตสาหกรรมในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น เป็นเวทีส่งเสริมผู้ประกอบการทุกระดับตั้งแต่บริษัทที่มีแบรนด์อันโดดเด่นในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ &lsquo;YOTHAKA&rsquo; ที่ปรากฎในฉากซีรีส์ดัง และจัดแสดงในงาน Maison &amp; Objet ประเทศฝรั่งเศส แบรนด์ &lsquo;KORAKOT&rsquo; ซึ่งมีผลงานการตกแต่งภายในกับแบรนด์ใหญ่ระดับโลก รวมถึงแบรนด์ Rati, Qualy, AmoArte และอีกหลากหลายแบรนด์ ที่ใช้เทคนิคจักสานจากวัสดุธรรมชาติจากท้องถิ่น และวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ซื้อและเทรนด์การค้าโลกในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ STYLE Bangkok ยังเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและส่งออก นักออกแบบและ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รวมถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้มีโอกาสเจรจาการค้าในระดับสากลอีกด้วย</p>

<p>&ldquo;ผมได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด คัดเลือกผู้ประกอบการท้องถิ่นจากภูมิภาคต่างๆ ของไทยที่มีศักยภาพและความพร้อมในการก้าวสู่ตลาดสากล มาจัดแสดงในงานนี้ ซึ่งปรากฏว่ามีบริษัทและวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมงานหลายรายได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาด ผมเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด จะสามารถช่วยเชื่อมโยง ส่งเสริม และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ให้สามารถเติบโตในระดับสากลเพิ่มขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ&rdquo; นายพิชัยกล่าวเสริม</p>

<p>โดยในงานนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ได้นำผู้ประกอบการจากภูมิภาคมาจัดแสดง เกือบ 150 ราย เพื่อเป็นพื้นที่ให้นำสินค้ามาทดสอบตลาด สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการในต่างจังหวัดก้าวสู่ตลาดต่างประเทศได้อย่างแข็งแรง หลายรายได้รับออร์เดอร์จำนวนมากจากกลุ่มโปรเจ็ค ห้างค้าปลีก ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ผู้ซื้อจากต่างประเทศ เช่น บริษัท ลีฟ ครีเอชั่น จำกัด ที่ผลิตสินค้าจากหนังวีแกน จากใบสัก ได้รับออร์เดอร์จากผู้ซื้อรัสเซีย และฝรั่งเศส วิสหกิจชุมชนจักสานก้านจากบ้านนายอดทอง ได้ออร์เดอร์จากผู้ซื้อฮ่องกง มีการสั่งซื้อสินค้าทันที ภายในงานถึง 16 ล้านบาท&nbsp;</p>

<p>โดยในงาน STYLE Bangkok 2025 นอกจากเป็นการจัดแสดงสินค้าของผู้ประกอบการแล้ว ยังมีนิทรรศการไฮไลต์ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ นิทรรศการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ภายใต้โครงการ &ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&rdquo; ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา นิทรรศการ &lsquo;DEmark และ G-Mark&rsquo; จัดแสดงผลงานออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับนานาชาติ นิทรรศการ &lsquo;ASEAN Furniture Design Award 2025 จัดแสดงผลงานนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์รุ่นใหม่ที่ผ่านเข้ารอบการประกวดรางวัลออกแบบผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์แห่งอาเซียน 2025 &lsquo;Sustainable Gifts and Decorative Exhibition&rsquo; นำเสนอผลิตภัณฑ์ของขวัญและของตกแต่งที่สร้างสรรค์จากวัสดุ Zero Waste เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นิทรรศการ Qurated Trend Spring/ Summer 2026 จัดแสดงแนวโน้มแฟชั่นของไทยและเทรนด์แฟชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2026 นิทรรศการ &lsquo;Excellent Domestic Sustainable Supply Chain&rsquo; นำเสนอการจัดการห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยร่วมสมัย นิทรรศการ &lsquo;Art Toy Thailand&rsquo; นำเสนอผลงานของอาร์ตทอยสุดสร้างสรรค์จาก 30 ศิลปินอาร์ตทอยไทย &lsquo;STYLE Gallery&rsquo; จัดแสดงผลงานโดยนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &lsquo;Designers&rsquo; Room / Talent Thai / Creative Studio&rsquo; จัดแสดงผลงานนักออกแบบไทยรุ่นใหม่มาแรง นิทรรศ &lsquo;The Niche Showcase&rsquo; นำเสนอสินค้าเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะ เช่น สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง สินค้าแม่และเด็ก สินค้ากลุ่ม Glamping และสินค้าผู้สูงอายุ 60+ ด้วย</p>

<p>นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ยังเดินหน้าจัดงานแสดงสินค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงศักยภาพสินค้าไทยสู่สายตาชาวโลก โดยที่ผ่านมาได้จัดงานใหญ่ระดับนานาชาติ อาทิ งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair ครั้งที่ 70 และ 71 และงาน THAIFEX-HOREC Asia 2025 ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าการค้ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท และงาน STYLE Bangkok 2025 งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับนานาชาติ (ระหว่างวันที่ 2 - 6 เมษายน 2568) และงาน Thailand International Auto Parts &amp; Accessories Show 2025 (TAPA 2025) งานแสดงสินค้าชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ของไทย (ระหว่างวันที่ 3 - 5 เมษายน 2568)</p>

<p>นอกจากนี้ ในเดือนพฤษภาคม 2568 เตรียมจัดงานใหญ่ระดับภูมิภาคอีกครั้ง คือ งาน THAIFEX &ndash; Anuga Asia 2025 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ซึ่งทั้ง 3 งานสำคัญนี้ คาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้ารวมกว่า 102,000 ล้านบาท</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411584651ce40185612793e87c33c7313bc080440.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411f40f952941224344666481a8c6acd4a8080440.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504110e35e041e27447f1b84f6f58fdb1d658080441.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411bc3c4e8ad47c2916a88cac1015afbbd9080421.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411dd387104a89d5256993ed7fc8f733501080438.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411fef316db52195f67df2ff017ea937232080438.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504117af4de576df7fa5f919900347132531d080438.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411d83c5b2b5de065697d3a4a575cc2f0bd080438.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411177c1a13708bd23237a2634e6119ce3f080439.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411cfde2de273eae14e616cc6aa2abe06b6080440.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411584651ce40185612793e87c33c7313bc080440.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411f40f952941224344666481a8c6acd4a8080440.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504110e35e041e27447f1b84f6f58fdb1d658080441.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411bc3c4e8ad47c2916a88cac1015afbbd9080421.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411dd387104a89d5256993ed7fc8f733501080438.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411fef316db52195f67df2ff017ea937232080438.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504117af4de576df7fa5f919900347132531d080438.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411d83c5b2b5de065697d3a4a575cc2f0bd080438.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411177c1a13708bd23237a2634e6119ce3f080439.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411cfde2de273eae14e616cc6aa2abe06b6080440.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411584651ce40185612793e87c33c7313bc080440.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411f40f952941224344666481a8c6acd4a8080440.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504110e35e041e27447f1b84f6f58fdb1d658080441.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250411bc3c4e8ad47c2916a88cac1015afbbd9080421.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250411f0562db1039053e997912fca3ca7724d150831.jpg' type='image/jpg' length='3432532' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รมช.สุชาติ ลงพื้นที่รับฟังความเห็น เอฟทีเอ ไทย – เอฟตา หวังขับเคลื่อนการค้า การลงทุน ตลาดโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/100007</link>
<guid isPermaLink="false">23e727bb8a81ac13351333ce153d7fd4</guid>
<pubDate>Thu, 10 Apr 2025 15:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>รมช.สุชาติ ลงพื้นที่รับฟังความเห็น เอฟทีเอ ไทย &ndash; เอฟตา หวังขับเคลื่อนการค้า การลงทุน ตลาดโลก</p>

<hr />
<p><em></em>&nbsp;10/04/2568 |&nbsp;<em></em>&nbsp;58&nbsp;|&nbsp;<em onclick="javascript:window.print();"></em></p>

<p>นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการสัมมนารับฟังความเห็นการจัดทำความตกลงการค้าเสรี ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (เอฟตา) เพื่อรับฟังความเห็นต่อผลการเจรจาเอฟทีเอ ไทย &ndash; เอฟตา ณ โรงแรมโนโวเทล มารินา ศรีราชา จังหวัดชลบุรี หลังจากที่ไทย และ เอฟตา ได้ร่วมลงนามความตกลงการค้าเสรีระหว่างกัน เมื่อเดือนมกราคม 2568 ณ เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์&nbsp;</p>

<p>นายสุชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้ให้ความสำคัญกับการใช้เวทีความตกลงการค้าเสรี (FTA) ในการส่งเสริมการค้าการลงทุน จัดสัมมนาในวันนี้ เป็นการคิกออฟ (Kick off) กิจกรรมรับฟังความเห็นสาธารณะต่อความตกลงฉบับนี้ ซึ่งกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ มีแผนงานจะจัดขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเริ่มจัดที่จังหวัดชลบุรีเป็นแห่งแรกเนื่องจากเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจเศรษฐกิจการค้าการลงทุนในภาคตะวันออกของไทย เป็นจังหวัดที่มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตนิคมอุตสาหกรรมในหลายพื้นที่ และเป็นที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึกที่เป็นเส้นทางผ่านสำคัญ ในการนำเข้า-ส่งออกสินค้าระหว่างไทยกับประเทศอื่น ๆ&nbsp;</p>

<p>นายสุชาติ กล่าวว่า การจัดสัมมนาครั้งนี้ผลตอบรับดีมาก มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 150 คน จากผู้เข้าร่วมการสัมมนาทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม เกษตรกร ผู้ประกอบการ ที่อยู่ในจังหวัดชลบุรี และจังหวัดใกล้เคียงในภาคตะวันออก ตลอดจนผู้เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์ทาง Facebook Live ของกรมฯ ซึ่งมีจำนวนกว่า 150 ท่าน &ldquo;ผมอยากให้ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่รายเล็กให้ความสนใจศึกษารายละเอียดของความตกลงฉบับนี้ เนื่องจากเอฟทีเอ ไทย - เอฟตา เป็นเอฟทีเอฉบับแรก ที่ไทยทำกับกลุ่มประเทศในยุโรป ถือเป็น FTA ที่มีความทันสมัยและมีมาตรฐานสูงที่สุดของไทยในขณะนี้ ประกอบด้วยการเปิดตลาดสินค้า การค้าบริการและการลงทุน ตลอดจนความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์กับไทย ซึ่งจะเป็นเครื่องมือช่วยให้สินค้าไทยเจาะตลาดประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเทนสไตน์ ได้ดีขึ้น&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้ ความตกลงฉบับนี้คาดว่าจะมีผลใช้บังคับในปี 2569 ซึ่งคาดว่าไทยจะได้รับประโยชน์ในการขยายตลาดส่งออกทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม เช่น ข้าว ผักผลไม้สด อาหารทะเลแปรรูป อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์พลาสติก ยานยนต์และชิ้นส่วน อาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงลดต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบ เช่น ชีส เนยแข็ง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการส่งออกกลุ่มอาหารแปรรูป</p>

<p>ในปี 2567 เอฟตา เป็นคู่ค้าที่สำคัญอันดับที่ 14 ของไทย มีมูลค่าการค้ากับไทย 11,788.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 1.94 ของการค้าทั้งหมดของไทยกับโลก ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 19.22 โดยไทยส่งออกไป EFTA 4,225.01 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ร้อยละ 3.77 และไทยนำเข้าจาก EFTA 7,563.35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ร้อยละ 37.59 ไทยเสียเปรียบดุลการค้า 3,338.34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ &nbsp;</p>

<p>สินค้าส่งออกหลักของไทยไปเอฟตา ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เครื่องใช้สำหรับเดินทาง เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เครื่องสำอาง สบู่ และผลิตภัณฑ์รักษาผิว และผลิตภัณฑ์พลาสติก</p>

<p>สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเอฟตา ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ นาฬิกาและส่วนประกอบ เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป และเครื่องประดับอัญมณี</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504108df4344a033330fba766dad177e5215a113538.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250410e66440708dc666f417855669602741ad113539.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504102e77661fd209afdd332e4f3b53d51507113539.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504109610cd305050b1d91ef28c4d7d546fd7113539.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250410e561c21f873ae9f60b099975847801d9113536.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250410439f722254e1b0e671cab5e3479560a1113536.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250410311f1a96ab71be955b66e1ab05cc272e113536.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504108ad88b731494c17b56ccf687f8eabf25113537.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250410856e7f654e5adb8284bd79962cc1566c113537.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025041091b76c9d0816a5cf185ac3b653ed4197113537.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504107cd895701695b4286fb3d2ed73d515dc113538.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504105709aefda7782851a2f4535bbf8a9347113538.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504108df4344a033330fba766dad177e5215a113538.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250410e66440708dc666f417855669602741ad113539.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504102e77661fd209afdd332e4f3b53d51507113539.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504109610cd305050b1d91ef28c4d7d546fd7113539.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250410e561c21f873ae9f60b099975847801d9113536.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250410439f722254e1b0e671cab5e3479560a1113536.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250410311f1a96ab71be955b66e1ab05cc272e113536.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504108ad88b731494c17b56ccf687f8eabf25113537.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250410856e7f654e5adb8284bd79962cc1566c113537.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025041091b76c9d0816a5cf185ac3b653ed4197113537.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504107cd895701695b4286fb3d2ed73d515dc113538.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504105709aefda7782851a2f4535bbf8a9347113538.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504108df4344a033330fba766dad177e5215a113538.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250410e66440708dc666f417855669602741ad113539.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504102e77661fd209afdd332e4f3b53d51507113539.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504109610cd305050b1d91ef28c4d7d546fd7113539.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250410ba2aa5f3fc72613a04dc417041acc162150334.jpg' type='image/jpg' length='7682617' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[‘พิชัย’ เผย เจรจา FTA ไทย-EU รอบ 5 คืบหน้าอีกขั้น เร่งปิดดีลสิ้นปีนี้ จับมือเป็นพันธมิตรการค้าที่แน่นแฟ้น ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/99719</link>
<guid isPermaLink="false">0f690a232cd057b211c53dcf5abe6a31</guid>
<pubDate>Wed, 09 Apr 2025 14:52:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ว่าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 5 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม &ndash; 4 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา มีความคืบหน้าที่ดี เป็นไปใน ทิศทางบวกและเป็นที่น่าพอใจของทั้งสองฝ่าย โดยสามารถสรุปเพิ่มในหลักการได้อีก 2 บท คือ บทพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า (Custom Trade Facilitation: CTF) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกันที่จะช่วยให้พิธีการด้านศุลกากรมีประสิทธิภาพและทันสมัย และบทระบบอาหารที่ยั่งยืน (Sustainable Food System: SFS) ซึ่งเป็นเรื่องความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระบบอาหารให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน รวมถึงการเจรจากลุ่มอื่นๆ ก็มีความคืบหน้าไปมากเช่นกัน</p>

<p>นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มเจรจาการเปิดตลาดการค้าสินค้าระหว่างกันแล้วในรอบนี้ และได้กำหนด การแลกเปลี่ยนข้อเสนอการเปิดตลาดการค้าบริการและการลงทุนฉบับแรกในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 จึงนับว่าเป็นก้าวสำคัญของการเจรจา พร้อมกับกำหนดงานที่แต่ละกลุ่มจะต้องมีการหารือในระหว่างรอบ ก่อนการเจรจารอบที่ 6 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 &ndash; 27 มิถุนายน 2568 ณ ประเทศไทย เพื่อให้การเจรจารอบต่อไปมีความคืบหน้าให้มากที่สุด</p>

<p>นายพิชัย เพิ่มเติมว่า หลังจากการเจรจารอบนี้เสร็จสิ้น กรรมาธิการยุโรปด้านการค้า (นายมารอส เซฟโควิช) ได้ส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับตนที่การเจรจามีความคืบหน้ามาก สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นร่วมกันของทั้งสองฝ่ายในการผลักดันความตกลง FTA ไทย-EU ให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรรมาธิการยุโรปฯ ยังแสดงความพร้อมที่จะทำงานร่วมกับไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งสรุปผลการเจรจาให้ได้โดยเร็วที่สุด ภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 อันจะเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนของทั้งสองฝ่ายในอนาคต</p>

<p>ทั้งนี้ จากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ของโลกในปัจจุบัน กอปรกับการประกาศขึ้นภาษีของสหรัฐฯ ต่อประเทศต่างๆ รวมทั้งไทย ตลอดจนข้อห่วงกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการค้าโลกในอนาคต ไทยกับ EU จึงเห็นพ้องกันว่าการเป็นพันธมิตรทางการค้าที่เชื่อถือได้และคาดการณ์ได้เป็นสิ่งจำเป็น และทำให้การเร่งเดินหน้าเจรจา FTA ไทย-EU ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสทางการค้าของไทย และการหาตลาดใหม่ในต่างประเทศ โดยให้เร่งรัดสรุปผลการเจรจา FTA ให้สำเร็จโดยเร็ว เพื่อดึงดูดการลงทุนและขยายการค้าของไทยออกสู่ตลาดโลก &nbsp;</p>

<p>ปี 2567 EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยการค้าระหว่างกันมีมูลค่ารวม 43,532.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 4.26 โดยไทยส่งออกไปยัง EU มูลค่ารวม 24,205.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 10.23 และนำเข้าจาก EU รวมทั้งสิ้น 19,327.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากปี 2566 ร้อยละ 2.16 เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 8.50 ทั้งนี้ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 4,877.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250409405984e6886ad9783a16b0a0f71fd03a081228.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504094a7ba3185dbb63843efa70153e366a97081232.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250409bdd6b90b7befff08d804a701f76f06ed081235.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250409129402e24fd57fe3c77fc67491d820be081236.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250409fda0cdca6e5106d4876a6e9a4a5ad5ee081227.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504092e9bbf6f64e892729213c9e4e4e8f036081228.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250409405984e6886ad9783a16b0a0f71fd03a081228.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504094a7ba3185dbb63843efa70153e366a97081232.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250409bdd6b90b7befff08d804a701f76f06ed081235.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250409129402e24fd57fe3c77fc67491d820be081236.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250409fda0cdca6e5106d4876a6e9a4a5ad5ee081227.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504092e9bbf6f64e892729213c9e4e4e8f036081228.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250409405984e6886ad9783a16b0a0f71fd03a081228.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504094a7ba3185dbb63843efa70153e366a97081232.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250409bdd6b90b7befff08d804a701f76f06ed081235.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250409129402e24fd57fe3c77fc67491d820be081236.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250409fcef690a082900385e3c2b11ced6e46e145244.jpg' type='image/jpg' length='1050944' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พาณิชย์ เสริมแกร่งเอกชน ดึงจุดแข็งเตรียมรับมือการค้าโลก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/99465</link>
<guid isPermaLink="false">5784cc107d1cdaef835ffe76420eec48</guid>
<pubDate>Tue, 08 Apr 2025 15:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพงศกร อรรณนพพร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 ว่า นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มอบหมายให้นำคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่พบตัวแทนภาคเอกชนและเกษตรกรในพื้นที่ อาทิ หอการค้าจังหวัดสุรินทร์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสุรินทร์ กลุ่ม Young Entrepreneurs Chamber of Commerce (YEC) และกลุ่ม Ypung Smart Farmer (YSF) เพื่อหารือแนวทางในการส่งเสริมผู้ประกอบการและเกษตรกรให้มีความเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายสินค้าท้องถิ่นและผลผลิตทางการเกษตรได้มากขึ้น พร้อมรับกับสถานการณ์การค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว</p>

<p>ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มีนโยบาย 80:20 ที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสนับสนุนผู้ประกอบการและเกษตรกร ร้อยละ 80 ควบคู่ไปกับการรักษาความเป็นธรรมทางการค้า ร้อยละ 20 ในระดับภูมิภาคกระทรวงพาณิชย์ได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าตามบริบทเชิงพื้นที่ของแต่ละจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ด้วยการนำจุดเด่นหรืออัตลักษณ์สินค้าของแต่ละพื้นที่มาผสมผสานกับนวัตกรรมและแนวคิดการตลาดที่เน้นตอบสนองต่อความต้องการของตลาดในปัจจุบัน เพื่อยกระดับผู้ประกอบการและเกษตกรท้องถิ่นให้เข้มแข็งและสามารถต่อยอดไปในระดับประเทศและระดับสากลได้</p>

<p>&ldquo;ในวันนี้ได้มีการพูดคุยกันถึงแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดสุรินทร์หลายเรื่อง เช่น การส่งเสริมด้านการตลาดข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ รวมถึงข้าวอินทรีย์คุณภาพสูง ซึ่งเป็นสินค้าสิ่งบ่งขี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดใกล้เคียง&nbsp;<br />
การผลักดันสินค้า &ldquo;เนื้อสุรินทร์&rdquo; &ldquo;ผ้าไหมโฮลสุรินทร์&rdquo; &ldquo;ผ้าไหมอัมปรมสุรินทร์&ldquo; และ &ldquo;ทุเรียนเมืองช้าง&rdquo; ให้ได้รับการขึ้นทะเบียน GI และการส่งเสริมให้จังหวัดสุรินทร์เป็นเมืองสมุนไพรมูลค่าสูงต้นแบบ อันจะมีส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าและสร้างรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยมอบหมายสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุรินทร์เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนร่วมกับทุกภาคส่วน&ldquo; พงศกร กล่าว</p>

<p>ในการหารือครั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่ากรณีสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) จากการนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้านั้น นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ โดยจะพิจารณาข้อเสนอการเจรจาปรับลด/ยกเว้นอัตราภาษีต่างตอบแทนดังกล่าว รวมทั้งเตรียมมาตรการเยียวยาเพื่อบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการไทย ตลอดจนส่งเสริมการขยายตลาดใหม่ทดแทน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องเดินหน้าทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407580288f87cffba0194f4e8e2ec238b4e143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407c7495632b4ca5b0b7f4548b2deb2e8f3143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407dc8692d6ef09dc7522664ca5586766d9143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407f6403879c9d88f0428f40b6a3a782b2f143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504071c5d9b4565dcefd2a9855a95556ea3cf143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407ec018e36f88e62329a30ef8d2611c0ae143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504074dfc48ec74d90558333e9a1b1e20dd52143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407b261c9bb8f958fc8977dfc62aa3ca258143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040774a8a55231dfdff8d31d85e51b6035f4143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407a1c1ca3543f3a01ccb425fa3f34378fc143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504072ab4824172aaa2e248fdffbae749aa14143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040704ea36a9b5bfb4ed721ca2235917bf0d143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407c10a0b6f7a88f7e63b3af210839189e7143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040723be4af9e1ee7199e57fc033e7526161143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504073f36c2e4adc0544e7ece3b5dcadca92e143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504070f0fc8d0a465cf98fba98abbbe8f0773143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504073fc5d5966b5c90291d7bc301f4e43f7f143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407109d555a8b5b58408fd9603960ce0570143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040745e1d03acb081fef77441f9faa4b11a8143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407cf724301b148c896bf09a424854ecd1f143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407580288f87cffba0194f4e8e2ec238b4e143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407c7495632b4ca5b0b7f4548b2deb2e8f3143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407dc8692d6ef09dc7522664ca5586766d9143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407f6403879c9d88f0428f40b6a3a782b2f143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504071c5d9b4565dcefd2a9855a95556ea3cf143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407ec018e36f88e62329a30ef8d2611c0ae143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504074dfc48ec74d90558333e9a1b1e20dd52143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407b261c9bb8f958fc8977dfc62aa3ca258143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040774a8a55231dfdff8d31d85e51b6035f4143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407a1c1ca3543f3a01ccb425fa3f34378fc143327.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504072ab4824172aaa2e248fdffbae749aa14143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040704ea36a9b5bfb4ed721ca2235917bf0d143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407c10a0b6f7a88f7e63b3af210839189e7143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040723be4af9e1ee7199e57fc033e7526161143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504073f36c2e4adc0544e7ece3b5dcadca92e143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504070f0fc8d0a465cf98fba98abbbe8f0773143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504073fc5d5966b5c90291d7bc301f4e43f7f143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407109d555a8b5b58408fd9603960ce0570143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040745e1d03acb081fef77441f9faa4b11a8143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407cf724301b148c896bf09a424854ecd1f143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407580288f87cffba0194f4e8e2ec238b4e143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407c7495632b4ca5b0b7f4548b2deb2e8f3143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407dc8692d6ef09dc7522664ca5586766d9143328.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250407f6403879c9d88f0428f40b6a3a782b2f143328.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250408478904cd726b39407bdaa992b0a0ca08153208.jpg' type='image/jpg' length='867729' />
</item>
<item>
<title><![CDATA["พาณิชย์" เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในช่วงเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/99325</link>
<guid isPermaLink="false">64e39b3339282fcce9a036f838410e5e</guid>
<pubDate>Tue, 08 Apr 2025 09:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำนวน 5,701 ราย ซึ่งครอบคลุมประชาชนทั่วประเทศ พบว่า&nbsp;<br />
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนมีนาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 50.8 ยังคงอยู่ในช่วงเชื่อมั่นติดต่อกัน<br />
เป็นเดือนที่ 7 จากการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และมาตรการช่วยเหลือลดภาระหนี้สินให้แก่ภาคประชาชนและภาคธุรกิจ รวมถึงการส่งออกที่ขยายตัวตามความต้องการของภาคการผลิตของประเทศคู่ค้า อย่างไรก็ตาม ความกังวลของประชาชนต่อภาระหนี้สิน ตลอดจนสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายทางการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อแนวโน้มการค้าระหว่างประเทศและการส่งออกสินค้าของไทย ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค &nbsp;</p>

<p>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนมีนาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 50.8 ยังคงอยู่ในช่วงเชื่อมั่นหรือ<br />
มีค่ามากกว่าระดับ 50 โดยปัจจัยที่ส่งผลให้ดัชนียังคงอยู่ในช่วงเชื่อมั่น คาดว่ามาจาก (1) การดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เพื่อเพิ่มการบริโภคในประเทศ รวมถึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและหนี้สิน<br />
ของภาคธุรกิจ และ (2) การส่งออกยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ตามทิศทางการขยายตัวของการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของประเทศคู่ค้าสำคัญ ส่งผลให้ความต้องการนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้น ประกอบกับมีการเร่งนำเข้าสินค้าก่อนที่สหรัฐฯ จะใช้มาตรการกำแพงภาษี อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย อาทิ นโยบายด้านการค้า<br />
ของสหรัฐฯ ความกังวลของประชาชนต่อภาระหนี้สิน เศรษฐกิจโลกที่ยังอ่อนแอ รวมถึงความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป</p>

<p>ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค พบว่า ด้านเศรษฐกิจไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคมากที่สุด&nbsp;<br />
คิดเป็นร้อยละ 50.52 รองลงมาคือ มาตรการของภาครัฐ คิดเป็นร้อยละ 15.21 สังคม/ความมั่นคง คิดเป็นร้อยละ 7.80 ราคาสินค้าเกษตร คิดเป็นร้อยละ 7.72 เศรษฐกิจโลก คิดเป็นร้อยละ 6.91 การเมือง คิดเป็นร้อยละ 5.14 ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง คิดเป็นร้อยละ 4.14 ภัยพิบัติ/โรคระบาด คิดเป็นร้อยละ 1.63 และอื่น ๆ คิดเป็นร้อยละ 0.93 ตามลำดับ</p>

<p>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายภูมิภาค จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่า ดัชนีอยู่ในช่วงเชื่อมั่น 2 ภาค ได้แก่&nbsp;<br />
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ที่ระดับ 55.1 และกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 52.1 โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้มีความเชื่อมั่นคือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของภาครัฐ สังคม/ความมั่นคง และเศรษฐกิจโลก ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 49.7 ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 48.2 และภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 48.1 ปรับลดลงเล็กน้อย<br />
จากเดือนก่อนหน้า โดยสาเหตุหลักมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ อาทิ ความกังวลต่อภาระค่าครองชีพ และหนี้สิน&nbsp;</p>

<p>ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ จำนวน 7 อาชีพ พบว่า 5 กลุ่มอาชีพมีดัชนีอยู่ในช่วงเชื่อมั่น&nbsp;<br />
โดยพนักงานของรัฐ อยู่ที่ระดับ 55.2 ผู้ประกอบการ อยู่ที่ระดับ 51.3 นักศึกษา อยู่ที่ระดับ 51.6 เกษตรกร อยู่ที่ระดับ 50.2 และพนักงานเอกชน อยู่ที่ระดับ 50.1 ขณะที่มี 2 กลุ่มอาชีพที่ดัชนีอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น ได้แก่ อาชีพรับจ้างอิสระ&nbsp;<br />
อยู่ที่ระดับ 49.4 และไม่ได้ทำงาน/บำนาญ อยู่ที่ระดับ 46.9 สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค<br />
ยังอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยอยู่ที่ระดับ 41.7</p>

<p>นายพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ประชาชนยังคงมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่องจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะมาตรการที่ช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงการลดภาระหนี้สินผ่านการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งภาคประชาชนและภาคธุรกิจ นอกจากนี้ การขยายตัวของการส่งออกจากความต้องการสินค้าของประเทศคู่ค้าสำคัญยังช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นอีกทางหนึ่ง&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้ ในอนาคต โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท ระยะที่ 3 และการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คาดว่าจะมีผลทำให้เกิดการใช้จ่ายในทุกภูมิภาคและทุกภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของประชาชนปรับตัวดีขึ้น และเพื่อลดความกังวลของประชาชน กระทรวงพาณิชย์จะยังคงติดตามสถานการณ์การค้า และตรวจสอบรักษาความเป็นธรรมทางการค้า โดยเฉพาะการกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคหรือการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ อย่างไรก็ตาม ความไม่มั่นคงของสถานการณ์การค้าโลกยังคงเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ โดยภาครัฐจะเฝ้าระวังและติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปอย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพสูงสุด<br />
รวมถึงช่วยบรรเทาความกังวลของประชาชน</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504080016ecdd0140c12e7c1f09974d6bd57f091237.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040847a5140cbb23bba1337ea5b38865215c091243.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250408d6d65dbe806ab9b6a36dfebb6bf557fd091243.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040872e6f6e0f08ca88f02b1480464afd55b091140.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250408b152b666460c80fa584277c06596c274091234.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504080016ecdd0140c12e7c1f09974d6bd57f091237.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040847a5140cbb23bba1337ea5b38865215c091243.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250408d6d65dbe806ab9b6a36dfebb6bf557fd091243.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040872e6f6e0f08ca88f02b1480464afd55b091140.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250408b152b666460c80fa584277c06596c274091234.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504080016ecdd0140c12e7c1f09974d6bd57f091237.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040847a5140cbb23bba1337ea5b38865215c091243.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250408d6d65dbe806ab9b6a36dfebb6bf557fd091243.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040872e6f6e0f08ca88f02b1480464afd55b091140.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250408b26a4fffaaa9e4a6351be3854f3b4041094131.jpg' type='image/jpg' length='1832175' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“นายกฯ แพทองธาร” เป็นสักขีพยานลงนาม FTA ไทย - ภูฏาน FTA ฉบับที่ 17 ของไทย เปิดตลาดใหม่สู่เอเชียใต้]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/99054</link>
<guid isPermaLink="false">25e727c15de67712449aced00380ef99</guid>
<pubDate>Fri, 04 Apr 2025 12:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 ตนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์ และการจ้างงานของภูฏาน (นายนำเยล ดอร์จิ) ได้ร่วมลงนามความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-ภูฏาน โดยมีนายกรัฐมนตรีของไทย (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) และนายกรัฐมนตรีของภูฏาน (ดาโช&nbsp;เชริง โตบเกย์) เป็นสักขีพยาน ณ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่ง FTA ไทย &ndash; ภูฏาน ถือเป็น FTA ฉบับที่ 17 ของไทย ที่สามารถบรรลุผลการเจรจาภายในเวลา 9 เดือน ทั้งนี้ &nbsp;&nbsp;ภูฏานถือเป็นประเทศลำดับที่ 3 ในภูมิภาคเอเชียใต้ที่ได้จัดทำ FTA กับไทย ต่อจากอินเดียและศรีลังกา และเป็นตลาดศักยภาพแห่งใหม่ที่มีความต้องการซื้อสินค้าไทย ซึ่งจะช่วยขยายฐานตลาดส่งออกของไทยให้เพิ่มขึ้น&nbsp;</p>

<p>สำหรับ FTA ไทย-ภูฏาน จะครอบคลุมเฉพาะการเปิดเสรีการค้าสินค้า โดยเป็นการยกเว้นภาษีทันทีในวันที่ความตกลงมีผลใช้บังคับ ซึ่งภูฏานจะยกเว้นภาษีสินค้าเกือบทั้งหมดให้กับไทยโดยสินค้าสำคัญที่คาดว่าไทยจะได้รับประโยชน์ อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วน สินค้าเกษตรและอาหาร (ผลไม้อบแห้ง น้ำผลไม้ เส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารปรุงแต่ง) สิ่งทอ เครื่องแต่งกาย เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก เครื่องใช้ไฟฟ้า ในขณะที่ไทยจะยกเลิกภาษีสินค้าให้กับภูฏานร้อยละ 94 โดยสินค้าสำคัญที่คาดว่าภูฏานจะได้รับประโยชน์ อาทิ มันฝรั่ง ชาเขียว แยมและเยลลี่ผลไม้และน้ำผลไม้&nbsp;</p>

<p>ทั้งนี้ ภูฏานมีศักยภาพที่จะเป็นตลาดรองรับการส่งออกของไทยได้ในระยะยาวได้ ซึ่ง FTA จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มพูนปริมาณการค้าสองฝ่ายเป็น 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากภูฏานมีพัฒนาการทางเศรษฐกิจต่อเนื่อง และได้ก้าวเป็นประเทศกำลังพัฒนาเมื่อปี 2566 โดยคาดว่าการเจรจาจัดทำ FTA ไทย &ndash; ภูฏาน จะเป็นประโยชน์ต่อไทย เนื่องจากจะช่วยสร้างศักยภาพทางการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดภูฏาน จากการลดเลิกภาษีและมาตรการที่มิใช่ภาษี นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยจะมีแหล่งวัตถุดิบทางเลือกเพิ่มมากขึ้น จากการที่ไทยเปิดตลาดให้กับสินค้าในกลุ่มวัตถุดิบจากภูฏาน อาทิ แร่ธาตุ ถั่งเช่า เห็ดมัตซึทาเกะ และผักและผลไม้เมืองหนาว เช่น แอปเปิล ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทย รวมทั้งผู้บริโภคชาวไทยจะมีทางเลือกบริโภคสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น&nbsp;</p>

<p>โดยต่อจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จะจัดสัมมนาประชาพิจารณ์ FTA ไทย-ภูฏาน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับ FTA ไทย-ภูฏาน ให้แก่ทุกภาคส่วน ทั้งในประเด็นการเปิดตลาดสินค้า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ก่อนนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ จากนั้นหน่วยงานของไทยจึงจะดำเนินการออกกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการมีผลใช้บังคับของ FTA ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าให้ FTA ไทย &ndash; ภูฏาน มีผลใช้บังคับได้ภายในวันที 1 มกราคม 2569ตนจึงขอเชิญชวนให้ผู้ประกอบการไทยศึกษาโอกาสและแนวทางการใช้ประโยชน์จาก FTA ไทย-ภูฏานเพื่อเตรียมใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อ FTA มีผลใช้บังคับ</p>

<p>ในปี 2567 การค้าระหว่างไทยและภูฏานมีมูลค่า 460.47 ล้านบาท โดยไทยส่งออกไปภูฏาน 457 ล้านบาท และนำเข้าจากภูฏาน 3.47 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญของไทย อาทิ ยานพาหนะและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เครื่องดื่ม และผลไม้กระป๋องและแปรรูป และสินค้านำเข้าสำคัญของไทย อาทิ ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผักและผลไม้ เครื่องบิน เครื่องร่อนอุปกรณ์การบินและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ และเครื่องดื่มประเภทน้ำแร่ น้ำอัดลมและสุรา</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250404435b0bf70ccbcee1b8d83cac859dcd91081912.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250404a5ff3c1ec00565469b02dad10c930f53081906.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504043c6f39c8dcd5375638d8aee3eab24817081903.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250404798fe6e213990b9b797c3087b524f211081821.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202504043ed638bea8d43fba5adc542223da2d7e123824.jpg' type='image/jpg' length='1623583' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“สุชาติ“ เปิดงาน ‘STYLE Bangkok 2025’ เทรดแฟร์นานาชาติแห่งปี ขนสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นจากผู้ส่งออกและ SMEs ไทยร่วมหนุนเศรษฐกิจกระตุ้นส่งออก]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98855</link>
<guid isPermaLink="false">69f7f4bcf5dffbfebc25cd5f196d32bd</guid>
<pubDate>Thu, 03 Apr 2025 14:30:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 2 เมษายน 2568 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดงาน &lsquo;STYLE Bangkok 2025&rsquo; งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จัดโดย<br />
กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดให้นักธุรกิจและผู้ซื้อจากทั่วโลก ร่วมชมศักยภาพสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทย จากผู้ผลิต-ผู้ส่งออกกว่า 440 ราย คาดสร้างมูลค่าซื้อขายไม่น้อยกว่า 1,600 ล้านบาท&nbsp;</p>

<p>นายสุชาติฯ กล่าวว่า &rdquo;ตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของไทยให้ไปสู่สายตาของต่างชาติให้ได้รับรู้ถึงคุณค่าและวัฒนธรรมของไทยผ่านสินค้าไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของประเทศไทยในเวทีโลก กระทรวงพาณิชย์จึงร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสมาคมการค้าในอุตสาหกรรม รวม 23 หน่วยงาน จัดงาน STYLE Bangkok 2025 ขึ้น เพื่อเป็นเวทีแสดงสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยผู้ประกอบการในธุรกิจสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นสร้างสรรค์ โดยกว่าร้อยละ 90 เป็นผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญโดยการส่งเสริมในทุกมิติ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า โดยในเวทีงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok เป็นเวทีสำคัญที่กระทรวงพาณิชย์ได้ผลักดันให้ธุรกิจของ SMEs ได้แสดงออกถึงศักยภาพและสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ๆ ให้แก่ผู้ประกอบการ และสำหรับภาคการส่งออก สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทย สามารถทำรายได้เข้าประเทศในปี 2567 กว่า 9,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.29 และคาดว่าในปี 2568 จะมีมูลค่าการส่งออกไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ&ldquo;</p>

<p>&nbsp;&ldquo;ผมขอชื่นชมที่งาน STYLE Bangkok สามารถสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของกระทรวงพาณิชย์ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ภายในงานได้เป็นอย่างดี โดยงานนี้ ถือเป็นเวทีส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกท่าน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาสู่การทำธุรกิจที่ยั่งยืนตามแนวคิด ESG รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีศักยภาพให้สามารถเติบโตและก้าวสู่ตลาดสากลได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าทุกธุรกิจสามารถเติบโตควบคู่ไปกับการมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมได้ นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ตนได้เยี่ยมชมสินค้าหลายบูธที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ ซึ่งแม้แต่แบรนด์ระดับโลกก็ยังมาสั่งซื้อสินค้าไทย นับเป็นเรื่องที่เราควรภาคภูมิใจ รัฐบาลพยายามส่งเสริมและผลักดันผู้ประกอบการไทยให้เป็นที่รู้จัก ด้วยสินค้าที่มีคุณภาพและราคาย่อมเยา จนสามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้หลายประเภท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์มีทูตพาณิชย์คอยช่วยเปิดตลาด เราเป็นภาคกลางน้ำและปลายน้ำ โดยมีหลายหน่วยงานร่วมสนับสนุน ขอให้มั่นใจว่าเราจะส่งเสริมและผลักดันการส่งออกในทุกมิติ&rdquo; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวทิ้งท้าย</p>

<p>&nbsp;ด้านอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ เสริมว่า งานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสมาคมการค้าในอุตสาหกรรม รวม 23 หน่วยงาน เป็นเวทีให้ SMEs และ Micro SME ในประเทศ นักออกแบบและผู้ประกอบการหน้าใหม่ ตลอดจนผู้ประกอบการท้องถิ่น ได้มีโอกาสนำเสนอผลงานเชิงสร้างสรรค์สู่ตลาดระดับสากล รวมทั้งเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ อัพเดทเทรนด์สินค้า สร้างพันธมิตรและเครือข่ายทางธุรกิจ ผ่านกิจกรรมพิเศษต่างๆ เช่น สัมมนาแนวโน้มตลาดโดยผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ นิทรรศการแนวโน้มแฟชั่น นิทรรศการส่งเสริมการสร้างสรรค์สินค้าที่มีนวัตกรรมความคิดสร้างสรรค์ เพื่อความยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม<br />
&nbsp;&ldquo;STYLE Bangkok 2025 จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 8 ระหว่างวันที่ 2 &ndash; 6 เมษายน 2568 ณ ฮอลล์ 1 - 3 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจัดแสดงสินค้ารวมกว่า 440 ราย 702 คูหา ทั้งจากไทยและต่างประเทศ อาทิ จีน ไต้หวัน ฮ่องกง ศรีลังกา ออสเตรเลีย กานา เวียดนาม เมียนมา ลาว และกัมพูชา จัดแสดงสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์และแฟชั่น เจาะกลุ่มผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ที่มองหาสินค้ามีดีไซน์ สินค้าที่ตอบโจทย์เทรนด์โลก สินค้า<br />
ตลาดเฉพาะ รวมถึงสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่นร่วมสมัย โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานไม่น้อยกว่า 25,000 ราย และสร้างมูลค่าการค้าได้ไม่ต่ำกว่า 1,600 ล้านบาท&rdquo; นางสาวสุนันทา กล่าว</p>

<p>&nbsp;ภายในงาน ยังมีนิทรรศการไฮไลต์เพื่อแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทย อาทิ พาวิลเลียนภายใต้โครงการ &lsquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&rsquo; ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จัดแสดงสินค้าแฟชั่นและงานหัตถศิลป์ภูมิปัญญาท้องถิ่น, นิทรรศการ &lsquo;ASEAN Furniture Design Award 2025 จัดแสดงผลงานนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์รุ่นใหม่ที่ผ่านเข้ารอบการประกวดรางวัลออกแบบผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์แห่งอาเซียน 2025, นิทรรศการ &lsquo;DEmark และ G-Mark&rsquo; จัดแสดงผลงานออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับประเทศและระดับนานาชาติ, &lsquo;Sustainable Gifts and Decorative Exhibition&rsquo; นำเสนอผลิตภัณฑ์ของขวัญและของตกแต่งที่สร้างสรรค์จากวัสดุ Zero Waste เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม, นิทรรศการ Qurated Trend Spring/ Summer 2026 จัดแสดงแนวโน้มแฟชั่นของไทยและเทรนด์แฟชั่นสปริง/ซัมเมอร์ 2026, นิทรรศการ &lsquo;Excellent Domestic Sustainable Supply Chain&rsquo; นำเสนอการจัดการห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรม<br />
แฟชั่นไทยร่วมสมัย, นิทรรศการ &lsquo;Art Toy Thailand&rsquo; นำเสนอผลงานของอาร์ตทอยสุดสร้างสรรค์จาก 30 ศิลปิน<br />
อาร์ตทอยไทย, &lsquo;STYLE Gallery&rsquo; จัดแสดงผลงานโดยนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, &lsquo;Designers&rsquo; Room &amp; Talent Thai&rsquo; จัดแสดงผลงานนักออกแบบไทยรุ่นใหม่มาแรง, นิทรรศ &lsquo;The Niche Showcase&rsquo; นำเสนอสินค้าเจาะกลุ่มตลาดเฉพาะ เช่น สินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง สินค้าแม่และเด็ก สินค้ากลุ่ม Glamping และสินค้าผู้สูงอายุ 60+</p>

<p>&nbsp;สถานการณ์การส่งออกกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และกลุ่มสินค้าแฟชั่น ปี 2567 ไทยส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์<br />
และแฟชั่น คิดเป็นมูลค่ากว่า 9,744.22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร ของขวัญ-ของชำร่วย ของเล่น เคหะสิ่งทอ และเครื่องเขียนฯ มีมูลค่าส่งออก 3,484.05&nbsp;<br />
ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ขยายตัว +6.97%) ขณะที่กลุ่มสินค้าแฟชั่น ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม ผ้าผืนและเส้นด้าย เครื่องหนังฯ และเครื่องกีฬา มีมูลค่าส่งออก 6,260.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว +2.86% โดยตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร อินเดีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม เป็นต้น</p>

<p>&nbsp;STYLE Bangkok 2025 จัดระหว่างวันที่ 2 - 6 เมษายน 2568 ณ ฮอลล์ 1 - 3 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) โดยเปิดเป็นวันเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันพุธที่ 2 &ndash; วันศุกร์ที่ 4 เมษายน 2568 เวลา 10.00 - 18.00 น. และวันจำหน่ายปลีก ระหว่างวันเสาร์ที่ 5 &ndash; วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน 2568 เวลา 10.00 - 21.00 น. ผู้สนใจสามารถชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com Facebook/Instagram/TikTok : Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402128a8e8f72d8229aafe142fbcfcd1224124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402f31b9b770be91f79bca34696e787c203124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402065446567e7760cbe1fa960b008b8a2e124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402531283800c8cb14168c77f609fe0b051124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040270cd1277f9357a9c1f153d843d92d4dd124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402f8aa452dfc40c507dda0416472ed3730124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504026a6f0c1e013b36aadcaa6b5d1c9321bc124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504022de49dc1419c566318fd6242d78321af124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402128a8e8f72d8229aafe142fbcfcd1224124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402f31b9b770be91f79bca34696e787c203124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402065446567e7760cbe1fa960b008b8a2e124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402531283800c8cb14168c77f609fe0b051124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040270cd1277f9357a9c1f153d843d92d4dd124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402f8aa452dfc40c507dda0416472ed3730124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504026a6f0c1e013b36aadcaa6b5d1c9321bc124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504022de49dc1419c566318fd6242d78321af124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402128a8e8f72d8229aafe142fbcfcd1224124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402f31b9b770be91f79bca34696e787c203124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402065446567e7760cbe1fa960b008b8a2e124208.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402531283800c8cb14168c77f609fe0b051124208.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250403f64f69f4e1c5d3114bf89fd14585de5f143146.jpg' type='image/jpg' length='257145' />
</item>
<item>
<title><![CDATA['ไทย-ภูฏาน' ลงนามเอฟทีเอ 3 เมย.นี้ นายกฯ เปิดทำเนียบ เป็นสักขีพยานความสำเร็จ ดันการค้าไทยพุ่ง!]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98571</link>
<guid isPermaLink="false">9f7e6a2f1bfc68b857654938b87f2b2f</guid>
<pubDate>Wed, 02 Apr 2025 11:34:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://www.moc.go.th/cms/s1/u120/991839.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย - ภูฏาน และมอบหมายให้ตนลงนามความตกลงดังกล่าวร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พาณิชย์ และการจ้างงานของภูฏาน ในวันที่ 3 เมษายน 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) และนายกรัฐมนตรีของภูฏาน(ดาโช&nbsp;เชริง โตบเกย์) ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยาน</p>

<p>นายพิชัย เปิดเผยว่า FTA ไทย &ndash; ภูฏาน จะเป็น FTA ฉบับที่ 2 ที่สำเร็จผลและมีการลงนามนับตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และจะเป็น FTA ฉบับที่ 17 ของประเทศไทย ซึ่งการลงนาม FTA ดังกล่าวจะถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งเจรจาจัดทำ FTA กับประเทศคู่ค้าต่าง ๆ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการส่งออกสินค้าของไทย ซึ่งผู้ประกอบการและผู้บริโภคของทั้งสองประเทศจะได้ประโยชน์ทางการค้าอย่างเต็มที่จากการยกเว้นภาษีภายใต้ FTA ฉบับนี้&nbsp;</p>

<p>นายพิชัยกล่าวเสริมว่า ภูฏานให้ความสำคัญกับการค้ากับไทยเป็นอย่างมาก โดย FTA ไทย &ndash; ภูฏาน ถือเป็น FTA ฉบับแรกของภูฏานกับประเทศนอกกลุ่มเอเชียใต้ โดยก่อนหน้านี้ภูฏานได้จัดทำ FTA กับกลุ่มประเทศเอเชียใต้ คือ ความตกลงเขตการค้าเสรีเอเชียใต้ (South Asian Free Trade Area: SAFTA) ที่ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 7 ประเทศ ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เนปาล ศรีลังกา ปากีสถาน และมัลดีฟส์</p>

<p>ในปี 2567 การค้าระหว่างไทยและภูฏานมีมูลค่า 460.47 ล้านบาท โดยไทยส่งออกไปภูฏาน 457 ล้านบาท และนำเข้าจากภูฏาน 3.47 ล้านบาท สินค้าส่งออกสำคัญของไทย อาทิ ยานพาหนะและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป เตาอบไมโครเวฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เครื่องดื่ม และผลไม้กระป๋องและแปรรูป และสินค้านำเข้าสำคัญของไทย อาทิ ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผักและผลไม้ เครื่องบิน เครื่องร่อนอุปกรณ์การบินและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ และเครื่องดื่มประเภทน้ำแร่ น้ำอัดลมและสุรา</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040286351f00e358e874fbf2e0abcef1c200082814.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504020af6690b058f2bd4218c8d5caba56478082814.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504029815fb87e17fd62c0b68a54e02c3da6e082815.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402ec9fdc07d06b490997c95eac8e36ec31082817.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250402ec9fdc07d06b490997c95eac8e36ec31113524.jpg' type='image/jpg' length='9555322' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมีนาคม 2568 ปรับสูงขึ้น จากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98570</link>
<guid isPermaLink="false">c16c78ccad1f3602e388245baaa50ea6</guid>
<pubDate>Wed, 02 Apr 2025 11:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนมีนาคม 2568 เท่ากับ 112.8 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2567 (YoY) สูงขึ้นร้อยละ 0.5 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 โดยมีปัจจัยจากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐในช่วงไตรมาสที่ 1 ทำให้มีความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในโครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจในหลายหมวดเพิ่มขึ้น และต้นทุนค่าขนส่งและราคาวัตถุดิบสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายละเอียด ดังนี้</p>

<p>หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้นร้อยละ 0.9 จากการสูงขึ้นของไม้พื้น ไม้แบบ วงกบประตู และวงกบหน้าต่าง จากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าดำเนินการ และค่าขนส่งสูงขึ้น หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 1.2 จากการสูงขึ้นของสินค้าสำคัญอย่างปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ และปูนซีเมนต์ผสม เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ (แร่ยิปซั่ม) และต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้น รวมทั้งความต้องการใช้ในการก่อสร้างภาครัฐเพิ่มขึ้น หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้นร้อยละ 0.9 จากการสูงขึ้นของเสาเข็มคอนกรีตเสริมเหล็ก เสาเข็มคอนกรีตอัดแรง และคอนกรีตผสมเสร็จ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบสำคัญอย่างปูนซีเมนต์ และค่าขนส่งสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลดลงร้อยละ 2.9 จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวเรียบ เหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กตัว H และชีทไพล์เหล็ก จากปัญหาวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ของจีนที่ยืดเยื้อทำให้มีอุปทานเหล็กสูง กดดันให้ราคาเหล็กในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง หมวดกระเบื้อง ลดลงร้อยละ 1.2 จากการลดลงของกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคา กระเบื้องเคลือบปูพื้น และกระเบื้องยาง PVC ปูพื้น เนื่องจากความต้องการใช้ลดลงตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้นร้อยละ 1.1 จากการสูงขึ้นของสีทาถนนชนิดสะท้อนแสง และน้ำมันเคลือบแข็งภายในและภายนอก เนื่องจากราคาผงสีและเม็ดแก้วลูกเล็กสำหรับผลิตสีทาถนนสะท้อนแสงปรับราคาสูงขึ้น รวมทั้งมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างด้านคมนาคมของภาครัฐเพิ่มขึ้น หมวดสุขภัณฑ์ ลดลงร้อยละ 2.3 จากการลดลงของโถส้วมชักโครก กระจกเงา และราวจับสแตนเลส ได้รับผลกระทบจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ทำให้ความต้องการใช้สินค้าดังกล่าวลดลงตามไปด้วย หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 2.2 จากการสูงขึ้นของสายไฟฟ้า VCT สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง) และมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้น หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ สูงขึ้นร้อยละ 6.8 จากการสูงขึ้นของยางมะตอย เนื่องจากมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างด้านคมนาคมของภาครัฐเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า&nbsp;</p>

<p>นายพูนพงษ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างยังคงมีทิศทางขยายตัว แม้ว่าในเดือนเมษายน 2568 จะมีช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ แต่มีปัจจัยบวกจากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ทำให้โครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจขยายตัว มีความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในการซ่อมแซมที่พักอาศัยหลังเกิดภัยพิบัติแผ่นดินไหว ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายพิชัย นริพทะพันธุ์) ได้มีข้อสั่งการให้มีการกำกับดูแลอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้มีผู้ประกอบการฉวยโอกาสปรับราคาโดยไม่เป็นธรรม และปัจจัยภายนอกจากสงครามการค้าระลอกใหม่จากนโยบายทางภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาที่อาจส่งผลให้สินค้าโภคภัณฑ์ของสินค้าวัสดุก่อสร้าง อาทิเช่น เหล็ก ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น มีความผันผวนสูงและปรับราคาสูงขึ้น&nbsp;ซึ่งจะต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด &nbsp;</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504025a26af91b329adfb143e68e2e686ab35102903.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402165ef08c101b1bfecfa8ffb6a0f8e253102903.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040273ff70b75cbb5b607673b65db499e2ef102903.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250402b22c4b251251b4e4ec75ec0de1bde7d6102818.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250402a10b169b2093f3c2d8bc9ddef4c937e8113350.jpg' type='image/jpg' length='2683852' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[พาณิชย์ เดินหน้าเจรจา FTA ไทย-EU รอบที่ 5 เข้มข้น ณ กรุงบรัสเซลส์ เร่งปิดดีลภายในสิ้นปีนี้]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98365</link>
<guid isPermaLink="false">9fca31a9a02bf272adfc8e25414bb8ae</guid>
<pubDate>Tue, 01 Apr 2025 14:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 31 มีนาคม 2568 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วม การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มีนาคม &ndash; 4 เมษายน 2568 ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะผลักดันข้อตกลงทางการค้าให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศในตลาดยุโรป และเพิ่มขีดความสามารถให้กับภาคเอกชนของไทย</p>

<p>สำหรับการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรปในรอบนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากทั้งสองฝ่ายเริ่มหารือเชิงลึกเกี่ยวกับการเปิดตลาดระหว่างกัน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการเจรจา โดยนายพิชัยได้ให้กำลังใจทีมเจรจา พร้อมกำชับให้ นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เร่งผลักดันให้การเจรจามีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้สามารถสรุปผลได้ภายในช่วงคริสต์มาสปีนี้ ตามเป้าหมายที่ได้ตกลงไว้กับ นายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการยุโรปด้านการค้า</p>

<p>นายพิชัยเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา ตนได้หารือผ่านระบบประชุมทางไกลกับนายมารอส เซฟโควิช ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมาธิการยุโรปด้านการค้า ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์กร และความโปร่งใส เพื่อหารือแนวทางผลักดันการเจรจา FTA ไทย-EU ให้เดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความสำคัญของการเร่งสรุปผลการเจรจาให้ได้ภายในปีนี้</p>

<p>นายพิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า FTA ไทย-EU จะช่วยขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทยในตลาดยุโรป ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงที่เศรษฐกิจโลกเผชิญความท้าทาย โดยรัฐบาลไทยภายใต้การนำของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเจรจา FTA ฉบับต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะ FTA ไทย-อียู ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้แนวทาง อยากเห็นการเจรจาจบในสิ้นปีนี้ท &nbsp;เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับภาคธุรกิจของไทย</p>

<p>ทั้งนี้ FTA ไทย-EU ถือเป็นข้อตกลงที่มีมาตรฐานสูง ครอบคลุมประเด็นใหม่ๆ เช่น การแข่งขันและการอุดหนุนรัฐวิสาหกิจ การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ อย่างไรก็ตาม นายพิชัยมั่นใจว่าทีมเจรจาของไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ จะสามารถผลักดันให้การเจรจาบรรลุผลได้ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐไทยภายใต้รัฐบาลแพทองธารได้แสดงถึงประสิทธิภาพในการเจรจา FTA โดยล่าสุดสามารถบรรลุผลการเจรจา FTA ไทย-ภูฏาน ได้แล้วเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 และทั้งสองฝ่ายจะลงนามความตกลงฯ ในวันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีของสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยาน&nbsp;</p>

<p>ปัจจุบัน สหภาพยุโรปเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยในปี 2567 มูลค่าการค้าระหว่างไทยและ EU อยู่ที่ 43,532.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 4.26 จากปี 2566 โดยไทยส่งออกไปยัง EU มูลค่า 24,205.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10.23 ขณะที่การนำเข้าจาก EU มีมูลค่า 19,327.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง ร้อยละ 2.16 ส่งผลให้ไทยได้เปรียบดุลการค้า 4,877.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250331e6bb2f72264c60a8cd11812cdcf9787c123759.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250331450765898f996a6c89df35993c1c7735123759.jpg" />.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250401450765898f996a6c89df35993c1c7735140238.jpg' type='image/jpg' length='159843' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นภินทร”เผยเดินทางเยือนจีน ผลักดันทุเรียนส่งออก ร้องขอศุลกากรจีน ลดขั้นตอนการตรวจสอบสาร BY2-แคดเมียม เหลือ 30 % จาก 100 % ชี้ จากการตรวจสอบทุเรียนไทยปลอดภัย]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/98363</link>
<guid isPermaLink="false">0cffef074acbf16cddc53f50c9da7f68</guid>
<pubDate>Tue, 01 Apr 2025 14:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของไทย เปิดเผยถึงการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีนในมณฑลยูนนาน และมณฑลหูหนาน เพื่อหารือสร้างความมั่นใจให้กับผลผลิตทุเรียนไทย ว่า ผลผลิตทุเรียนในปี 2568 มีปริมาณเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 37 จากปีที่ผ่านมากว่า 1.2ล้านตัน ปัจจุบันอยู่กว่า 1.7 ล้านตัน เนื่องจากการเพาะปลูกที่เพิ่มขึ้น และผลผลิตที่ออกมาดีขึ้น โดยในปีที่แล้วประเทศไทยบริโภคภายในประเทศ ประมาณ 2.8 แสนตัน ส่งออกต่างประเทศ 800,000 ตัน โดยการส่งออกไปยังต่างประเทศ ร้อยละ 97 เป็นการส่งออกไปยังประเทศจีน ในปีนี้มีปริมาณเพิ่มขึ้นอีก 5 แสนตัน สิ่งแรกคือ การขยายตลาดบริโภคในประเทศ ให้เพิ่มขึ้นเป็น 4 แสนตัน&nbsp;</p>

<p><br />
ส่วนการส่งออกในปีนี้น่าจะอยู่ประมาณ 1,300,000 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 400,000 ตัน ดังนั้นการส่งออกที่สำคัญคือการส่งออกไปยังประเทศจีน โดยกระทรวงพาณิชย์ได้พยายามประสานตลาดในจีน ทั้งการจัดงานส่งเสริมตลาด การจับคู่ธุรกิจการค้า รวมถึงการจัดกิจกรรมต่างๆซึ่งผู้ประกอบการจีนก็ให้ความสนใจจัดซื้อทุเรียนเพิ่มขึ้น โดยจากการพบปะผู้ประกอบการของจีนก็ให้ความมั่นใจว่าจะซื้อทุเรียนของไทยเพิ่มขึ้น บางรายเคยนำเข้าปีที่ผ่านมา 800 ตู้ ปีนี้จะนำเข้า 1,200 ตู้ ดังนั้นมั่นใจว่าตลาดทุเรียนที่เพิ่มขึ้น จะสามารถระบายออกต่างประเทศได้ ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีความกังวล ปัญหาระยะเวลาการนำเข้าทุเรียน เพราะจีนมีเงื่อนไขที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งจากเดิมมีการส่งตรวจสินค้านำเข้า ประมาณร้อยละ 30 ของจำนวนที่นำเข้า แต่ในปีนี้ กำหนดเงื่อนไขเพิ่มขึ้น สำหรับการนำเข้าทุเรียนจากประเทศไทย ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ทุเรียนทุกตู้จะต้องตรวจรับรับรองจาก ห้อง lab ตามที่กรมวิชาการเกษตรส่งข้อมูลให้ทางการจีนรับรอง โดยมีการตรวจสาร BY2 &nbsp;และสารแคดเมียม และต้องมีการรับรอง 100% &nbsp;เมื่อถึงด่านแล้วไม่ว่าจะเป็นด่านโม่ฮาน ด่านโหยวอี้กวนก็ดี เข้าสู่ประเทศจีน ก็จะมีการตรวจซ้ำอีก 100% และนี่คือสภาพปัญหา ดังนั้นส่งผลให้การขนส่งติดขัด ซึ่ง ปัจจุบันนี้ใช้เวลาถึงแปดวัน ซึ่งเป็นข้อกังวลของผู้ประกอบการ เพราะ กังวลว่าในช่วงเวลาที่ทุเรียนออกมามาก การตรวจสอบที่ด่าน จะใช้เวลาค่อนข้างมากถึง 10 วันได้ เมื่อขนส่งจากประเทศไทย กว่าจะไปถึงตลาดก็ใช้เวลารวมถึง 20 วันได้ ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพที่ตกต่ำลงและไม่สามารถค้าขายได้ นี่คือสิ่งที่ผู้ประกอบการเป็นห่วง ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ นอกจากจะพูดคุยในเรื่องการตลาดแล้ว ได้มีการหารือกับศุลกากรจีน ที่ด่านโม่ฮาน เบื้องต้นร้องขอให้มีการขยายระยะเวลาในการปิดด่านเพิ่มขึ้น ซึ่งทางศุลกากรจีนดังกล่าวยืนยันว่าจะมีการขยายเวลาให้ จากปิด 17.30 น. เป็น 20.30 น. และจะมีการเพิ่มคนและห้อง lab จาก 3 ห้องเป็น 5 ห้อง ทั้งหมดนี้คือการประสานงานเบื้องต้นแต่ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ยังเป็นห่วงอยู่</p>

<p>นายนภินทร ยังระบุว่า นอกจากนี้ยังพูดคุยกับศุลกากรจีนในหลายด่าน พบว่าทางการจีนตรวจสอบแล้ว ไม่พบสาร BY2 และสารแคคเมียม ดังนั้นจึงได้มีการร้องขอ ให้ทำความเห็นการตรวจสาร ส่งไปยังศุลกากรจีนที่ปักกิ่ง ที่เป็นรัฐบาลกลางที่มีความเห็นว่าการตรวจดังกล่าวควรจะลดลงจาก 100% เหลือ 30% ดังนั้นขอให้เชื่อมั่นในมาตรฐานของสินค้าไทย ซึ่งศุลกากรของจีนทั้งสี่จุด จะรีบทำความเห็นไปยังศุลกากรจีนณกรุงปักกิ่ง เพื่อให้มีการผ่อนปรนมาตรการดังกล่าว ถือเป็นการหารือในเบื้องต้น และ กระทรวงพาณิชย์มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ที่ประจำกรุงปักกิ่ง ติดตามเรื่องนี้ต่อไป</p>

<p>ขณะเดียวกันก็จะมีการขอเข้าพบเพื่อหารือกับท่านเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย เพื่อให้มาตรการดังกล่าวขับเคลื่อนได้ รนระยะเวลาการส่งออก และเพิ่มปริมาณการส่งออกทุเรียน อย่างรวดเร็วและมีราคาที่ดี ซึ่งจะส่งผลให้เกษตรกรขายทุเรียนได้เป็นอย่างดี ส่วนผลไม้ชนิดอื่นๆของไทย ประเทศจีนยังไม่ได้มีการกำหนดตรวจสารที่เพิ่มขึ้น คาดว่าเป็นไปตามระเบียบเดิมที่ต้องมีการสุ่มตรวจที่ร้อยละ 30 ดังนั้นมองว่าไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ แต่สิ่งสำคัญคือต้องแก้ไขการตรวจสารของทุเรียน พร้อมกันนี้ ตนเองได้ให้ความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทย โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำงานร่วมมือกันอย่างดี โดยสิ่งที่ทำคือ จะควบคุมคุณภาพทุเรียน 4 ไม่ 1.ไม่อ่อน มีมาตรฐานสินค้า 2. ไม่มีศัตรูพืช 3.ไม่มีสวมสิทธิ์เอาสินค้าประเทศอื่นไม่สวมสิทธิ์ผู้อื่น และ 4. ไม่มีสารตกค้าง ซึ่งจากการหารือทางจีนก็พอใจ</p>

<p>นอกจากนี้ นายนภินทร ระบุว่ามาตรการของไทยน่าจะสามารถผลผลิตทุเรียนของไทย ย้ำว่าจะมีการหารือเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนเพื่อไม่ให้กระทบกับทุเรียนในไทย เพราะถือเป็นการส่งออกพืชผลทางการเกษตรที่มีราคาเป็นอันดับหนึ่ง และคนจีนนิยมบริโภคทุเรียนจากไทย ซึ่งผู้ค้าในตลาดจีนบางบริษัท ระบุว่าจะรับไม่อั้น</p>

<hr />
<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504018c452ce3a17d28facf0c4ef9fbe345ab130833.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504015cbb8651d0e1d666b80b638642f36173130833.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250401a8bff505fb0b7165177881bdda1b05a6130834.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504012a6d467068ede8e32401a9c39df35559130834.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504010978460ad9cf6e6af85de4b8dd130666130831.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040109fa368118149f2b62f8eacddb6396e1130832.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250401b90068bfd32d3dd535c6c8475f710058130832.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504010ab72fd7d10c340e1301696d784ff595130833.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504018c452ce3a17d28facf0c4ef9fbe345ab130833.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504015cbb8651d0e1d666b80b638642f36173130833.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250401a8bff505fb0b7165177881bdda1b05a6130834.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504012a6d467068ede8e32401a9c39df35559130834.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504010978460ad9cf6e6af85de4b8dd130666130831.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/2025040109fa368118149f2b62f8eacddb6396e1130832.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250401b90068bfd32d3dd535c6c8475f710058130832.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504010ab72fd7d10c340e1301696d784ff595130833.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504018c452ce3a17d28facf0c4ef9fbe345ab130833.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504015cbb8651d0e1d666b80b638642f36173130833.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/20250401a8bff505fb0b7165177881bdda1b05a6130834.jpg" /></p>

<p><img alt="image" src="https://www.moc.go.th/th/file/get/type/thumbnail/file/202504012a6d467068ede8e32401a9c39df35559130834.jpg" /></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2025040117e195b5df565709473038a00ccd0e14140136.jpg' type='image/jpg' length='4449687' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“นภินทร“ หารือ หน่วยงานรัฐ และโลจิสติกส์รายใหญ่ สปป.ลาว รุกเส้นทางการค้า 3 ประเทศ เพิ่มโอกาสสินค้าเกษตรไทย]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97791</link>
<guid isPermaLink="false">d80fa77c4816432a568b08f0b5c1c076</guid>
<pubDate>Fri, 28 Mar 2025 10:58:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วันที่ 26 มีนาคม 2568 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะกระทรวงพาณิชย์ บินเยือนนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายโอกาสการค้า การลงทุน ไทย-สปป.ลาว ในภารกิจการเดินทางเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านการค้า และโลจิสติกส์ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการขยายตลาดทุเรียนและผลไม้ไทยอื่น ๆ ในจีน ผ่านโครงข่ายโลจิสติกส์ที่เชื่อมต่อจากไทยผ่านลาวสู่จีน&nbsp;</p>

<p>นายนภินทร เปิดเผยว่า &ldquo;วันนี้ผมได้นำคณะกระทรวงพาณิชย์โดยมีท่านอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ ร่วมด้วย โดยมีการหารือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเส้นทางการค้าของลาว ได้แก่กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง และบริษัท Vientiane Logistics Park (VLP) โครงการท่าบกท่านาแล้ง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เกี่ยวกับเส้นทางเชิงพาณิชย์ อันจะส่งเสริมการค้าระหว่างกันให้มีมูลค่าสูงขึ้น จากการพัฒนาเส้นทางร่วมกันระหว่าง 3 ประเทศ (ไทย ลาว จีน) ทั้งเส้นทางที่มีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเส้น R3A จากเชียงของ ห้วยทราย ผ่านบ่อเต็น เข้าโม่ฮานของจีน และเส้น R12 ซึ่งเป็นเส้นทางผลไม้หลักจากนครพนมเข้าสู่ลาวที่ด่านท่าแขก ผ่านเวียดนามที่ด่านลางเซิน หูหงิ เข้าจีนที่ด่านโหยวอี้กวน ที่มีการปรับปรุงเส้นทางให้มีความพร้อมมากขึ้น และสำหรับเส้นทางที่มีศักยภาพในอนาคตที่จะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของ สปป.ลาว โดยเฉพาะการก่อสร้างทางด่วนห้วยทราย-บ่อเต็น (เชื่อมเส้นทาง R3A ไทย-ลาว-จีน) และการก่อสร้างทางรถไฟ สปป.ลาว - เวียดนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางหน่วยงานภาครัฐของลาวได้เตรียมการการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ ซึ่งหากเส้นทางดังกล่าวแล้วเสร็จจะทำให้ผู้ประกอบการไทยมีทางเลือกในการขนส่งสินค้าไปยังจีนมากขึ้น&rdquo;</p>

<p>นายนภินทร กล่าวเพิ่มเติมว่า &ldquo;ในส่วนของท่าบกท่านาแล้ง ที่มีการเปลี่ยนถ่ายสินค้าไทย-ลาว รวมถึงการจัดการการขนส่งสินค้าทางรถไฟ (Thanaleng Dry Port: TDP) และ Vientiane Logistics Park (VLP) เป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่ Lao Logistics Link : LLL ซึ่งมีการเตรียมการโครงการท่าบกท่านาแล้ง Single window อันเป็นโครงการที่มีการเพิ่มจุดตรวจปล่อยสินค้าเกษตรที่ท่าบกท่านาแล้งแล้วส่งตรงไปยังคุณหมิง ประเทศจีน ซึ่งหากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะเป็นโอกาสอันดีต่อการส่งออกผลไม้ไทยไปประเทศจีนทางตอนใต้และตะวันตก ที่จะช่วยให้สินค้าเกษตรไทยไปถึงคุณหมิงได้รวดเร็วขึ้น&rdquo;</p>

<p>&ldquo;นอกจากนี้ยังได้มีการพบหารือกับ ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเกษตรไทยไปจีน ของบริษัท Speed International Transport Lao Co., Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนด้านโลจิสติกส์ระหว่างไทยและฮ่องกงของประเทศจีน เพื่อขยายโอกาสมารองรับการขนส่งทางรถไฟลาว-จีน มีระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร จากคุณหมิง สป.จีน ถึงนครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีการหารือแลกเปลี่ยนปัญหา อุปสรรคการขนส่งผลไม้ทางรถไฟลาว-จีน ที่จะเกิดขึ้นการขนส่งสินค้าของไทยประเด็นต่าง ๆ &nbsp;อาทิ ปัญหาตู้คอนเทนเนอร์และรถหัวลากไม่เพียงพอ ความล่าช้าจากการตรวจปล่อยสินค้าที่หน้าด่านของจีน เป็นต้น ซึ่งทางคณะกระทรวงพาณิชย์เอง จะมีการเดินทางไปยังสิบสองปันนา และคุณหมิงในพรุ่งนี้ (27 มี.ค. 68) โดยจะนำข้อกังวลดังกล่าวไปพูดคุยกับทางจีนเพื่อให้ลดปัญหาและอุปสรรคของการนำเข้าสินค้าเกษตรไทยไปยังจีนในฤดูกาลผลไม้นี้&rdquo;</p>

<p>หลังเสร็จสิ้นการหารือ รมช.นภินทรฯ และคณะ ได้เยี่ยมชมสถานีเวียงจันทน์ใต้ ซึ่งเป็นจุดขนถ่ายสินค้ารถไฟลาว-จีน เพื่อดูรูปแบบการจัดการขนส่งสินค้าของบริษัทรถไฟลาว-จีน ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือระหว่างรัฐบาลลาวและจีน บริหารงานโดยบริษัททางรถไฟลาว-จีน เส้นทางขนส่ง มีระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร (ระยะทางในจีน ประมาณ 600 กม. ระยะทางในลาว ประมาณ 414 กม.) และในลาวมีสถานีขนส่งโดยสาร 8 สถานี มี ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่นำสินค้าไทย ทั้งสินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยมายัง สปป.ลาว และที่ผ่าน สปป.ลาวไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นเส้นทางศักยภาพและสามารถเพิ่มมูลค่าทางการค้าให้กับไทยได้เป็นอย่างดี</p>

<p>&rdquo;จากการพบปะหารือทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนของทางฝั่ง สปป.ลาว เห็นว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะโลจิสติกส์ผ่านโครงการต่างๆ โดยเฉพาะเส้นทางทางใต้และทางตะวันตกของจีน เป็นเส้นทางการค้าศักยภาพที่จะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการนำสินค้าของไทยโดยเฉพาะสินค้าเกษตรไปยังประเทศจีนมากขึ้น การขณะเดียวกันก็จะทำให้เศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศของไทย-ลาว จะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย&ldquo; นายนภินทร กล่าวทิ้งท้าย&nbsp;</p>

<p>ข้อมูล : มูลค่าการค้าชายแดนไทยลาว ปี 2567 รวม 286,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.13% มูลค่าการค้าผ่านแดนไทย-ลาว-จีน ปี 2567 รวม 396,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น14.16%</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20250328207291a2aafcfdb8709c89846c8abb42110002.jpg' type='image/jpg' length='3089495' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คาด BOJ เบรกขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ค. หลัง “ทรัมป์” สั่งรีดภาษีนำเข้ารถยนต์]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97567</link>
<guid isPermaLink="false">be1a90eb1e64205ace10aedeec29c811</guid>
<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 14:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า การประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ส่งผลให้โอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 1 พ.ค. ลดลงอย่างมาก</p>

<p>นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยอิโตชูกล่าวว่า แนวโน้มที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ค.ยิ่งลดลงไปอีก โดย BOJ ต้องพิจารณาผลกระทบของภาษีต่อเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ ซึ่งไม่มีทางที่พวกเขาจะวิเคราะห์เสร็จทันก่อนการประชุมเดือนพ.ค.</p>

<p>สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ในวันพุธ (26 มี.ค.) ขณะที่ BOJ กำลังมองหาโอกาสที่เหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจหลัก และอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ ในวงกว้าง</p>

<p>ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า มาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. สำหรับรถยนต์ทุกคันที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ</p>

<p>ส่วนนักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์คาดว่า ภาษีนำเข้ารถยนต์จะส่งผลให้ GDP ของญี่ปุ่นลดลงเพียงเล็กน้อยราว 0.1% เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นจะไม่เสียเปรียบด้านการแข่งขันมากนัก เพราะมาตรการนี้มีผลกับทุกประเทศที่ส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ</p>

<p>ทั้งนี้ ตามข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งญี่ปุ่น (JAMA) นั้น บริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงผู้จัดหาวัสดุนั้น จ้างพนักงานรวม 5.58 ล้านคน หรือคิดเป็น 8.3% ของแรงงานทั้งหมดในญี่ปุ่น</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 68)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/file/get/file/202306193051d0a8b18bc8e386c0ec3b3d03c08b135357.jpg' type='image/jpg' length='' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คาด BOJ เบรกขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ค. หลัง “ทรัมป์” สั่งรีดภาษีนำเข้ารถยนต์]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97568</link>
<guid isPermaLink="false">1430b010c246e9ddb984c45e801159c6</guid>
<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 14:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า การประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ส่งผลให้โอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 1 พ.ค. ลดลงอย่างมาก</p>

<p>นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยอิโตชูกล่าวว่า แนวโน้มที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ค.ยิ่งลดลงไปอีก โดย BOJ ต้องพิจารณาผลกระทบของภาษีต่อเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ ซึ่งไม่มีทางที่พวกเขาจะวิเคราะห์เสร็จทันก่อนการประชุมเดือนพ.ค.</p>

<p>สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ในวันพุธ (26 มี.ค.) ขณะที่ BOJ กำลังมองหาโอกาสที่เหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจหลัก และอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ ในวงกว้าง</p>

<p>ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า มาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. สำหรับรถยนต์ทุกคันที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ</p>

<p>ส่วนนักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์คาดว่า ภาษีนำเข้ารถยนต์จะส่งผลให้ GDP ของญี่ปุ่นลดลงเพียงเล็กน้อยราว 0.1% เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นจะไม่เสียเปรียบด้านการแข่งขันมากนัก เพราะมาตรการนี้มีผลกับทุกประเทศที่ส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ</p>

<p>ทั้งนี้ ตามข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งญี่ปุ่น (JAMA) นั้น บริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงผู้จัดหาวัสดุนั้น จ้างพนักงานรวม 5.58 ล้านคน หรือคิดเป็น 8.3% ของแรงงานทั้งหมดในญี่ปุ่น</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 68)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/file/get/file/202306193051d0a8b18bc8e386c0ec3b3d03c08b135357.jpg' type='image/jpg' length='' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คาด BOJ เบรกขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ค. หลัง “ทรัมป์” สั่งรีดภาษีนำเข้ารถยนต์]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97569</link>
<guid isPermaLink="false">0f512f871237e542de722bb525da6761</guid>
<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 14:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า การประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ส่งผลให้โอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 1 พ.ค. ลดลงอย่างมาก</p>

<p>นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยอิโตชูกล่าวว่า แนวโน้มที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ค.ยิ่งลดลงไปอีก โดย BOJ ต้องพิจารณาผลกระทบของภาษีต่อเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ ซึ่งไม่มีทางที่พวกเขาจะวิเคราะห์เสร็จทันก่อนการประชุมเดือนพ.ค.</p>

<p>สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ในวันพุธ (26 มี.ค.) ขณะที่ BOJ กำลังมองหาโอกาสที่เหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจหลัก และอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ ในวงกว้าง</p>

<p>ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า มาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. สำหรับรถยนต์ทุกคันที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ</p>

<p>ส่วนนักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์คาดว่า ภาษีนำเข้ารถยนต์จะส่งผลให้ GDP ของญี่ปุ่นลดลงเพียงเล็กน้อยราว 0.1% เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นจะไม่เสียเปรียบด้านการแข่งขันมากนัก เพราะมาตรการนี้มีผลกับทุกประเทศที่ส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ</p>

<p>ทั้งนี้ ตามข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งญี่ปุ่น (JAMA) นั้น บริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงผู้จัดหาวัสดุนั้น จ้างพนักงานรวม 5.58 ล้านคน หรือคิดเป็น 8.3% ของแรงงานทั้งหมดในญี่ปุ่น</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 68)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/file/get/file/202306193051d0a8b18bc8e386c0ec3b3d03c08b135357.jpg' type='image/jpg' length='' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[คาด BOJ เบรกขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ค. หลัง “ทรัมป์” สั่งรีดภาษีนำเข้ารถยนต์]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/97571</link>
<guid isPermaLink="false">c94762ed2b82b14eb7fac93fae87619d</guid>
<pubDate>Thu, 27 Mar 2025 14:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>บรรดานักวิเคราะห์กล่าวว่า การประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ส่งผลให้โอกาสที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 1 พ.ค. ลดลงอย่างมาก</p>

<p>นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยอิโตชูกล่าวว่า แนวโน้มที่ BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนพ.ค.ยิ่งลดลงไปอีก โดย BOJ ต้องพิจารณาผลกระทบของภาษีต่อเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ ซึ่งไม่มีทางที่พวกเขาจะวิเคราะห์เสร็จทันก่อนการประชุมเดือนพ.ค.</p>

<p>สหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ในวันพุธ (26 มี.ค.) ขณะที่ BOJ กำลังมองหาโอกาสที่เหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากอัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตรา 25% จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจหลัก และอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอื่น ๆ ในวงกว้าง</p>

<p>ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า มาตรการภาษีนำเข้ารถยนต์นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เม.ย. สำหรับรถยนต์ทุกคันที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ</p>

<p>ส่วนนักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์คาดว่า ภาษีนำเข้ารถยนต์จะส่งผลให้ GDP ของญี่ปุ่นลดลงเพียงเล็กน้อยราว 0.1% เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นจะไม่เสียเปรียบด้านการแข่งขันมากนัก เพราะมาตรการนี้มีผลกับทุกประเทศที่ส่งออกรถยนต์ไปยังสหรัฐฯ</p>

<p>ทั้งนี้ ตามข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งญี่ปุ่น (JAMA) นั้น บริษัทที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงผู้จัดหาวัสดุนั้น จ้างพนักงานรวม 5.58 ล้านคน หรือคิดเป็น 8.3% ของแรงงานทั้งหมดในญี่ปุ่น</p>

<p>โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 มี.ค. 68)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/file/get/file/202306193051d0a8b18bc8e386c0ec3b3d03c08b135357.jpg' type='image/jpg' length='' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จับตาจีนสกัดเข้มนำเข้าทุเรียน หวั่นเจอหนอนเจาะ-รับมือฤดูทุเรียนใต้... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/local-economy/news-1601525]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/56357</link>
<guid isPermaLink="false">acc30ead90b5fb653c8d8257413ef4fc</guid>
<pubDate>Mon, 08 Jul 2024 16:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>หวั่นปัญหาหนอนเจาะทุเรียนภาคใต้แสนตัน กรมวิชาการเกษตรออกมาตรการคัดกรอง 4 ขั้นตอน ด่านศุลกากรจีน GACC ออกโรงเตือนไทยให้เฝ้าระวังปัญหา หลังพบด่านหนองคายตีกลับทุเรียนหนอนเจาะ 5 ตู้คอนเทนเนอร์ ก่อนส่งออกไปจีน ชาวสวนใต้หวั่นมาตรการเข้มทำน้ำหนักลด-ราคาตก</p>

<p>แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรฯเปิดเผย &ldquo;ประชาชาติธุรกิจ&rdquo; ว่า ขณะนี้ทางสำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ได้แจ้งเตือนมาให้เฝ้าระวังปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนอย่างเข้มข้น ดังนั้นทางด่านศุลกากรชายแดนไทยจังหวัดต่าง ๆ ที่ส่งออกทุเรียน โดยเฉพาะด่านเชียงแสน ด่านเชียงของ ด่านนครพนม ด่านมุกดาหาร ด่านหนองคาย ด่านลาดกระบัง ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงต้องเฝ้าระวังอย่างเต็มที่&nbsp;ซึ่งเป็นผลมาจากในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2567 ด่านศุลกากรหนองคายตรวจพบหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน จำนวน 5 ตู้คอนเทนเนอร์ ก่อนที่จะส่งออกไปประเทศจีน ซึ่งทุเรียนดังกล่าวเป็นของผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ (ล้ง) มาจาก จ.อุตรดิตถ์ จึงได้ส่งกลับไปให้แก้ไข และให้ยื่นคำขอใบรับรองสุขอนามัยพืชใหม่&nbsp;&ldquo;ปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนพบมากในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งตอนนี้กำลังเข้าสู่ฤดูกาลทุเรียนภาคใต้กำลังออก ศุลกากรจีนจึงเตือนมา&rdquo; แหล่งข่าวกล่าวและว่า</p>

<p>ดังนั้น กรมวิชาการเกษตรจึงออกมาตรการในการคัดกรองอย่างเข้มงวดถึง 4 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 ให้เจ้าของสวนตัดผลทุเรียนแก่บ่มไว้อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อนำผลผลิตที่มีคุณภาพสมบูรณ์ส่งขายโรงคัดบรรจุ (ล้ง) ขั้นที่ 2 โรงคัดบรรจุ (ล้ง) ต้องบ่มแยกกองตามแหล่งที่มา 48 ชั่วโมง และกำจัดหนอน พร้อมให้มีผู้รับผิดชอบประจำโรงคัดบรรจุ สุ่มตรวจทุเรียนเพื่อหาศัตรูพืชโดยละเอียด</p>

<p>ขั้นที่ 3 เพิ่มเปอร์เซ็นต์การสุ่มตรวจ เพื่อประกอบการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช ณ โรงคัดบรรจุ จากเดิม 3% เพิ่มเป็น 5% โดยสุ่มตรวจให้ถึงหน้าตู้ และขั้นที่ 4 เพิ่มขั้นตอนการสุ่มตรวจและกำหนดแนวทางการออกใบรับรองสุขอนามัย ณ ด่านตรวจพืชปลายทาง เปิดตู้ทุเรียนสดส่งออกทุกชิปเมนต์ทุกตู้ ถ้าพบความเสี่ยงระดับต่ำ ให้สุ่มเพิ่มขึ้น 3% หากพบการปนเปื้อนส่งกลับโรงคัดบรรจุเดิมแก้ไข</p>

<p>นายดำรงศักดิ์ สินศักดิ์ ประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) จ.ชุมพร กล่าวกับ &ldquo;ประชาชาติธุรกิจ&rdquo; ว่า ปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียนพบมากใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งมีปริมาณผลผลิตประมาณ 100,000 ตัน</p>

<p>ทั้งนี้ มาตรการคัดกรอง 4 ชั้นอาจจะมีผลกระทบต่อน้ำหนักที่หายไป เพราะโรงคัดบรรจุต้องบ่มทุเรียนไว้ 2-3 วัน น้ำหนักทุเรียนจะหายไป เฉลี่ย 100 กก.ต่อ 1,000 กก. ระยะเวลา 2 คืน คิดเป็นมูลค่า 10,000-20,000 บาท ทำให้ล้งที่ซื้อทุเรียนกดราคารับซื้อลงมาต่ำกว่าราคาทุเรียนที่แถบจังหวัดชุมพร ถ้า จ.ชุมพร ราคาประมาณ 160-170 บาท/กก. ทุเรียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเหลือประมาณ 130-140 บาท/กก.... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : <a href="https://www.prachachat.net/local-economy/news-1601525">https://www.prachachat.net/local-economy/news-1601525</a></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>ที่มา ประชาชาติธุรกิจ&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20240708d397d27ee338b4167e4d0c3ca93429d4162139.jpg' type='image/jpg' length='88423' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ผู้ประกอบการแห่ใช้ขนส่งท่าเรือระนองคึกคัก ดันค้าชายแดนไทย-เมียนมาฟื้น... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/local-economy/news-1602467]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/56352</link>
<guid isPermaLink="false">ade58533c5fec5afe21a89f19fb8bfc9</guid>
<pubDate>Mon, 08 Jul 2024 16:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ชี้ ผู้ประกอบการค้าชายแดน หันมานำเข้าผ่านท่าเรือระรองคึกคัก 6 เดือน ขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 1.6 แสนตัน สองประเทศพร้อมอำนวยความสะดวกเต็มที่ ลดความเสี่ยงการขนส่งเส้นทางรถบรรทุก พร้อมผลักดันเป็นเส้นทางการค้าชายแดนใหม่ของไทย</p>

<p>วันที่ 8 กรกฎาคม 2567 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า ผู้ประกอบการค้าชายแดนโดยเฉพาะผู้นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเมียนมา ลดความเสี่ยงโดยเปลี่ยนเส้นทางการนำเข้า จากเดิมนำเข้าทางด่านแม่สอด</p>

<p>โดยรถบรรทุก หันมานำเข้าทางด่านระนองโดยเรือ Barge มากขึ้น ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนองได้ออกใบอนุญาตขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แล้ว 169,722 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 163,722 ตัน (ม.ค.-มิ.ย. 2566 ออกใบอนุญาตขนย้ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จำนวน 6,300 ตัน)... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : <a href="https://www.prachachat.net/local-economy/news-1602467">https://www.prachachat.net/local-economy/news-1602467</a></p>

<p><img src="https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2024/07/S__91881496_0-e1720425108599.jpg" /></p>

<p>ทั้งนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนอง ในฐานะหน่วยงานในพื้นที่ได้ประสานงานกับสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการภาคเอกชน และผลักดันให้เป็นเส้นทางการค้าชายแดนใหม่ของไทย</p>

<p>สำหรับเรือคอนเทนเนอร์ BEYPORE SULTAN และ MCL-4 เส้นทางย่างกุ้ง-เกาะสอง-ระนอง เที่ยวแรก เดินทางถึงท่าเรือระนองเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 โดยเรือทั้ง 2 ลำ เป็นความร่วมมือระหว่างไทย-เมียนมา ในการผลักดันให้เกิดเส้นทางการค้าชายแดนใหม่ระหว่าง 2 ประเทศ</p>

<p>สำหรับเรือ BEYPORE SULTAN ขามาจากท่าเรือย่างกุ้งบรรทุกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จำนวน 87 ตู้ และขากลับจะบรรทุกสินค้าจำนวน 30 ตู้ เช่น สุขภัณฑ์ เครื่องดื่มชูกำลัง สายไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนเรือ MCL-4 ขามาจากท่าเรือย่างกุ้งบรรทุกข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ จำนวน 41 ตู้ และขากลับจะบรรทุกสินค้า จำนวน 28 ตู้</p>

<p><img src="https://www.prachachat.net/wp-content/uploads/2024/07/S__91881495_0-e1720425125872.jpg" /></p>

<p>แหล่งที่มา ประชาชาติธุรกิจ&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202407083cfa5d5da5f5c1f150cd21d81f844a7f161556.jpg' type='image/jpg' length='50095' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ธนินท์ เจียรวนนท์” มองเศรษฐกิจไทยหลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาล]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/22608</link>
<guid isPermaLink="false">924fb28f35e74c5ddb3a6570df49f8f8</guid>
<pubDate>Thu, 23 Nov 2023 11:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="font-size:24px;"><strong>&ldquo;นายธนินท์ เจียรวนนท์&rdquo;</strong>&nbsp;ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า เราต้องชมเชยรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ภายใต้การบริหารงานของ&nbsp;<strong>พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา</strong>&nbsp;ในด้านการบริหารวินัยการเงิน การคลัง ทำให้การเงินของประเทศไทยอยู่ในระดับท็อปของโลก หนี้ต่อจีดีพีของประเทศ เพียง 61% ขณะที่หลายประเทศเกิน 100%</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">แต่วันนี้เศรษฐกิจของโลกไม่เหมือนกัน เรามีวินัยการเงินดีเกินไป ถ้าดีเกินไปมันก็เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ผมเชื่อว่าโลกนี้กำลังเข้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจ ยกเว้น สหรัฐอเมริกา ที่ทุกคนยังเชื่อมั่น แม้การเงินของอเมริกาเจอปัญหา อเมริกาขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินไหลเข้ามากขึ้น แม้ว่าอเมริกามีหนี้สูงเกิน 100% ต่อจีดีพี แต่คนก็ยังให้ความเชื่อมั่นการเงินของอเมริกา</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">สำหรับการบริหารประเทศภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ผมมีความเชื่อมั่นสูงมากว่าเข้ามาในเวลาที่ถูกต้อง ที่จะมาแก้ไขเรื่องเศรษฐกิจโดยเฉพาะจากประสบการณ์ด้านบริหารธุรกิจที่เติบโตอันดับ 1 ด้านอสังหาริมทรัพย์ การดูแลวินัยการเงิน ของนายกฯเศรษฐา ได้อย่างเยี่ยม การออกบอนด์ 4% แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เป็นนักธุรกิจอสังหาฯอย่างเดียว แต่เป็นนักบริหารการเงินอย่างยอดเยี่ยม</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">เหตุการณ์ของโลก ผมมีความมั่นใจว่า มาตรการที่รัฐบาลออกมา ทุกอย่างถูกต้อง เพราะเศรษฐกิจไม่ปกติ การเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่ไม่ปกติ เป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการ เพราะประเทศเปิดแล้วไม่ได้เจอวิกฤตโควิด-19 อย่าง 3 ปีที่ผ่านมา</span></p>

<h2><span style="font-size:24px;">สินค้าเกษตร &ldquo;น้ำมันบนดิน&rdquo;</span></h2>

<p><span style="font-size:24px;">นโยบายพักหนี้เกษตรกร ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่ใช่ว่าพักนี้เกษตรกรแล้วก็เสียวินัยการเงิน ผมขอถามว่าในโลกนี้ประเทศไหนที่เจริญรุ่งเรืองได้โดยไม่ปกป้องราคาสินค้าเกษตร เพราะสินค้าเกษตรเปรียบเสมือนน้ำมันบนดินของประเทศไทย</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">เรามองว่าสินค้าเกษตรไม่ค่อยมีค่าเท่าไหร่ แต่พอปลูกเสร็จ ข้าวเปลือกขายเข้าโรงสี ตัวเงินไม่ใช่ของเกษตรแต่ได้ส่งต่อไปยังอุตสาหกรรม ไปเพิ่มมูลค่า อย่างอ้อยเกษตรกรขายอ้อยเข้าโรงงาน เป็นน้ำตาลก็กลายเป็น สินค้าของอุตสาหกรรมไปแล้ว ลองคิดดูสินค้าเกษตร เราผลิตได้เกือบจะได้ 100% งอกจากแผ่นดินไทย บางอย่าง ปุ๋ย อาจจะนำเข้า แล้วถ้าหากว่าสินค้าเกษตรเพิ่มมูลค่าขึ้นอีก 2-3 เท่า ประเทศไทยจะมีรายได้ของประเทศไทยที่แท้จริง</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">ถ้าประเทศอยู่ไม่ได้ ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ แล้วพวกเรามีสินค้าจะขายให้ใคร</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&ldquo;ผมเห็นด้วยกับการออกโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท และสนับสนุน เราต้องช่วยกันพูดว่านี่ไม่ใช่ไปช่วยเหลือคนยากจน แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องให้เข้าใจ</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">แล้ววินัยทางการเงินเรายังไม่ได้เสียเลย แต่แล้วพอเรากระตุ้นแล้วก็ต้องมีแผนสอง ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว เชื่อมั่นว่าถ้านักธุรกิจ ข้าราชการ นักการเมือง มองประเทศชาติเป็นหลัก เอาตัวเองเป็นที่ 3 เชื่อมากว่าประเทศไทย ภายใต้การนำรัฐบาลชุดใหม่ ต้องทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองแน่นอน เพราะมีความเชื่อมั่นมาก&rdquo;</span></p>

<h2><span style="font-size:24px;">อย่ากลัวเงินเฟ้อ</span></h2>

<p><span style="font-size:24px;">ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็อยากจะมาอยู่เมืองไทย ขณะที่โลกเจอวิกฤต ยกเว้นอเมริกาวิกฤต แต่ดูแล้วอเมริกายังเป็นผู้นำเศรษฐกิจ แม้เงินเฟ้อ 4% แต่จีดีพีโต 10% อย่าไปกลัวเงินเฟ้อ ให้เงินเฟ้อบ้าง สิ่งที่กังวลมากกว่าคือ เงินฝืดที่อันตราย เหมือนความดัน หัวใจหยุดเต้น เศรษฐกิจ ประเทศชาติล้มละลาย ถ้าหากเงินเฟ้อยังมีโอกาสแก้ไข เหมือนความดันสูงยังมียาควบคุมง่ายกว่าความดันต่ำ</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&ldquo;วันนี้ผมห่วงที่สุด ผมไม่ได้ห่วงว่าเงินเฟ้อ ผมห่วงที่สุดคือ เงินฝืด วินัยการเงินเราเยี่ยมมาก เอามาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ&rdquo;</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">วิกฤตในปัจจุบันไม่เหมือนวิกฤตต้มยำกุ้ง เศรษฐกิจมีปัญหา และประเทศไทยการเงินของเรายังอยู่ในท็อปของโลก ดังนั้นทั่วโลกมองแล้วว่า อาเซียน 10 ประเทศ และประเทศไทยน่าลงทุน</span></p>

<h2><span style="font-size:24px;">วิกฤตเป็นโอกาส</span></h2>

<p><span style="font-size:24px;">วิกฤตของโลก ผมกลับมองว่าเป็นโอกาสของประเทศไทย ผมมีความเชื่อมั่นแบบนี้ ผมอาจจะพูดผิด แต่ผมเชื่อมั่นมากกว่า เพราะดู ๆ ไปแล้วประเทศไทยปลอดภัยที่สุด ไม่ได้ขัดแย้งใคร อาเซียน 10 ประเทศ มีความอุดมสมบูรณ์กำลังเติบโต ประชากรเติบโต จำนวนมากขึ้น</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">&ldquo;เวียดนามกำลังจะมีประชากร 100 ล้านคน มีแต่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ผู้สูงอายุ ซึ่งเร็วไปหน่อย ปัญหาของไทยกำลังกลายเป็นประเทศแรกในอาเซียนที่มีผู้สูงอายุ หลายประเทศมีการเติบโตของประชากร ไทยเหลือประชากรไม่ถึง 70 ล้าน อันนี้อันตราย แต่ไม่กลัวครับ เรามีโอกาสถ้าเรามีรัฐบาลที่เข้าใจ แล้วประชาชนเข้าใจ ร่วมแก้ปัญหา&rdquo;</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">ผมว่าประเทศไทยเนื้อหอม ในโลกมีคนเก่งอยากจะมาอยู่เมืองไทย เพียงแต่เราเข้าใจผิด เรากลัวว่าเข้ามาแย่งอาชีพคนไทย ผมว่าไม่ใช่ ถ้าเรารู้จักออกกฎเกณฑ์ กฎระเบียบ ไปชักชวนคนเหล่านี้มาเป็นคนไทยไปเลย เรามีประชากรเกือบ 70 ล้านคน หากนำเข้ามา 5 ล้านคน จะช่วยพัฒนาประเทศเกิดการจ้างงาน</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">เพราะบางอย่างต้องยอมรับว่าบุคลากรของเรายังไม่มีความรู้ในด้านเทคโนโลยีไฮเทค ถ้าประเทศไทยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เชื่อว่าจะยกระดับประเทศไทยให้ดีขึ้น แต่รัฐบาลต้องให้เอื้อความสะดวกด้านกฎหมาย</span></p>

<h2><span style="font-size:24px;">ปรับกลยุทธ์ธุรกิจ</span></h2>

<p><span style="font-size:24px;">นักธุรกิจส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจตัวหนัก การผลิตเป็นตัวหนัก แต่ขายออนไลน์ซื้อมาขายไปเป็นตัวเบา วันนี้เราต้องมองทั้งตัวเบาและตัวหนัก อะไรที่จับต้องได้ต้องทำ ถ้าออนไลน์ขายได้มากใครผลิตสินค้าให้ แต่ยุคนี้กำลังเข้าสู่ยุคสำคัญ ที่เราต้องเปลี่ยนการผลิตให้มันไฮเทคขึ้น ให้มันทันสมัยขึ้น เร็วขึ้น ถูกลง เพื่อรองรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง</span></p>

<p><span style="font-size:24px;">ฝากรัฐบาล เราควรจะมีกองทุนสนับสนุน มีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยชี้แนะ นักธุรกิจไทยผมเชื่อว่าไทยไม่แพ้ใคร รัฐบาลต้องมีการเงินเข้ามาสนับสนุนและเอาความรู้คนเก่ง ๆ ที่มาช่วยประเทศไทย และก้าวหน้าไปด้วยกัน</span></p>

<p><span style="font-size:24px;"><strong>สุดท้าย ออนไลน์ยิ่งมากก็ต้องพึ่งผู้ผลิตมากขึ้น อะไรที่จะจับต้องได้ก็ต้องผลิต จะไปขายออนไลน์ก็ยิ่งมาพึ่ง พวกเรา เราเป็นธุรกิจตัวหนัก และเป็นธุรกิจหลักของชาติของเศรษฐกิจ ก็หวังว่าทุกคนจะมีอนาคตและรับการเปลี่ยนแปลงให้ทัน บริหารจัดการใช้ระบบใหม่ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และไม่ใช่อาศัยค่าแรงงานถูก หมดยุคแล้ว แต่ค่อย ๆ เปลี่ยน ซึ่งเราต้องเตรียมความพร้อมการเปลี่ยนแปลง</strong></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2023112346699a4047fcdcc00b2e31cb8c51c615111328.jpg' type='image/jpg' length='39734' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[​“นภินทร”บินร่วมประชุมเอเปก เผยปีนี้สหรัฐฯ ตั้งเป้ารับรองเอกสาร 2 ฉบับ]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/20239</link>
<guid isPermaLink="false">db18176776fca7eb654ce4bb01cbbf57</guid>
<pubDate>Wed, 08 Nov 2023 13:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&ldquo;นภินทร&rdquo; เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีการค้าและรัฐมนตรีการต่างประเทศเอเปก ครั้งที่ 34 วันที่ 14-15 พ.ย.นี้ ที่สหรัฐฯ เตรียมกล่าวถ้อยแถลงของไทยผลักดันการสร้างภูมิภาคที่ยืดหยุ่นและเชื่อมโยง ที่ส่งเสริมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ เผยปีนี้ สหรัฐฯ ตั้งเป้ารับรองเอกสาร 2 ฉบับ ถ้อยแถลงรัฐมนตรีเอเปก และปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ที่จะเน้นการค้าที่ครอบคลุมและยั่งยืน หนุนการทำงาน WTO การค้ากับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ</strong><br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีการค้าและรัฐมนตรีการต่างประเทศเอเปก ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 14-15 พ.ย.2566 ณ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ ร่วมกับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยการประชุมครั้งนี้ นายนภินทรจะกล่าวถ้อยแถลงของไทยในวาระการประชุมเรื่อง &ldquo;การสร้างภูมิภาคที่ยืดหยุ่นและเชื่อมโยง (Interconnected) ที่ส่งเสริมความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ&rdquo; ก่อนสรุปผลการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ เสนอที่ประชุมผู้นำเอเปก ในวันที่ 16-17 พ.ย.2566<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
สำหรับการประชุมเอเปกในปีนี้ สหรัฐฯ ตั้งเป้าหมายให้มีการรับรองเอกสารผลลัพธ์ 2 ฉบับ ได้แก่ 1.ถ้อยแถลงรัฐมนตรีเอเปก ประจำปี 2566 และ 2.ปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก หรือ Golden Gate Declaration โดยมีประเด็นการค้าและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นการสานต่อการทำงานและผลลัพธ์ของการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกของไทยเมื่อปี 2565 เช่น การขับเคลื่อนนโยบายทางการค้าที่ครอบคลุมและยั่งยืน การสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีกับการทำงานขององค์การการค้าโลก (WTO) และการค้ากับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น<br />
&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<br />
ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนของปี 2566 (ม.ค.-ก.ย.) การค้าระหว่างไทยกับเอเปก มีมูลค่า 10.4 ล้านล้านบาท (302,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยไทยส่งออกไปเอเปก มูลค่า 5.1 ล้านล้านบาท (150,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และไทยนำเข้าจากเอเปก มูลค่า 5.3 ล้านล้านบาท (152,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20231108aa96cfd487d5e776259a5107595b25f0131603.jpg' type='image/jpg' length='254991' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์ (พาณิชย์ตรังจัดกิจกรรม “เชื่อมโยงการจำหน่ายไข่ไก่” เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ผู้บริโภค)]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/12793</link>
<guid isPermaLink="false">b7de0fd12bc99d167860fc1cbfd2f63a</guid>
<pubDate>Thu, 21 Sep 2023 10:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>20 กันยายน 2566</p>

<p>พาณิชย์ตรังจัดกิจกรรม &ldquo;เชื่อมโยงการจำหน่ายไข่ไก่&rdquo; เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ผู้บริโภคนางสาวสุภากิตติ์ เกลี้ยงสงค์ พาณิชย์จังหวัดตรัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กลุ่มกำกับและพัฒนาเศรษฐกิจการค้า ลงพื้นที่จัดกิจกรรม &ldquo;เชื่อมโยงการจำหน่ายไข่ไก่&rdquo; เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ผู้บริโภค โดยจำหน่ายไข่ไก่ เบอร์ 2 (30 ฟอง/แผง) ราคาพิเศษแผงละ 115 บาท ระหว่างวันที่ 20-21 กันยายน 2566 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป หรือจนกว่าสินค้าหมด ณ บริเวณหน้าสำนักงานพาณิชย์จังหวัดตรังและบริเวณหน้าสำนักงานสหกรณ์จังหวัดตรัง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง จุดละ 100 แผง/วัน ประชาชนสามารถมาซื้อได้ในวันเวลาดังกล่าว (จำกัดการซื้อ 1 แผง/คน)</p>

<p><img alt="ไม่มีคำอธิบาย" src="https://scontent.fbkk14-1.fna.fbcdn.net/v/t1.15752-9/380847761_1041648647192875_5275099587961463829_n.jpg?_nc_cat=100&amp;ccb=1-7&amp;_nc_sid=ae9488&amp;_nc_eui2=AeFJFKROnFtEZpPmMydaEKIM2Qqt1Ga1GATZCq3UZrUYBFHgtWnTNE4uuVk_NWmfbsvjnXlMhltTFtdGMm8HOEJj&amp;_nc_ohc=FacTTvqczUcAX9I-rs6&amp;_nc_ht=scontent.fbkk14-1.fna&amp;oh=03_AdTUksaqPRKixDsGs1HEibpUnto_MEwawlq-COESs0ZiRw&amp;oe=6533277B" style="width: 566px; height: 800px;" /></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/2023092152eeb9d1735f69360b25e6266ba0ead3103928.jpg' type='image/jpg' length='962136' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข้อมูลเศรษฐกิจการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ประจำเดือน มีนาคม 2566]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/11561</link>
<guid isPermaLink="false">7619921175c4f0e7ec3ce29c1eff1d28</guid>
<pubDate>Wed, 26 Apr 2023 15:07:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20230622a6d9be0442facd5f96dab4868449bdba130805.png' type='image/png' length='425858' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ข้อมูลเศรษฐกิจการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ประจำเดือน กุมภาพันธ์]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/11562</link>
<guid isPermaLink="false">a1ca94f09be34d95ffd4818577a4555d</guid>
<pubDate>Tue, 18 Apr 2023 15:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/202306223a85d5b533292a2ccbc7f9ad1fbff5b1130916.png' type='image/png' length='429336' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สรุปข้อมูลสถานการณ์เศรษฐกิจจังหวัดเชียงใหม่ (มกราคม 2566)]]></title>
<link>https://trang.moc.go.th/th/content/category/detail/id/112/iid/11563</link>
<guid isPermaLink="false">818597673e90914c49461a418562af32</guid>
<pubDate>Sun, 16 Apr 2023 15:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[-]]></description>
<enclosure url='https://trang.moc.go.th/th/file/get/file/20230622c2135badeeed37aafbb63de0e6d5b384131017.png' type='image/png' length='177566' />
</item>
</channel>
</rss>
